บทที่ 15 15
กวินทร์ขบกรามแน่นจ้องมองเรือนร่างของหญิงสาวอย่างหิวกระหาย เขาต้องการเธออย่างที่สุดแม้ว่าสภาพการใช้งานของเธอจะไม่พร้อมก็ตามแต่ ไม่รอช้าซุกไซร้ซอกคอขาวนวลเพื่อระบายความใคร่ในกายที่ก่อเกิดขึ้นมาจนต้องหาทางดับ ไอร้อนจากกายสาวทำให้อารมณ์พิศวาสสะดุดเล็กน้อยแต่ชายหนุ่มยังก้มหน้าก้มตาทำตามใจตัวเองต่อไป ไม่สนใจอาการของคนป่วยที่นอนนิ่งเฉยปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลอย่างเงียบๆ สองมือเคล้นคลึงทรวงอกอวบอิ่มที่ดูเหมือนจะใหญ่เกินตัว ผู้หญิงอย่างมัทนาซ่อนของดีไว้ภายใต้เสื้อผ้าเก่าๆ เต็มไปหมด
แรงบีบจากฝ่ามือร้อนทำให้มัทนากัดฟันเข้าหากันแน่น กวินทร์มักทำอะไรตามความต้องการของตัวเองเสมอ เขาไม่สนใจคนข้างหลังหรือคนที่ได้รับผลจากการกระทำของเขาเลย อยากจะร้องอยากจะอ้อนวอนให้เขาหยุดความเลวร้ายนี้สักที แต่รู้ดีว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นได้จึงได้แต่หลับตาลงอีกครั้งรอรับความเจ็บปวดที่กำลังสาดใส่เข้ามา
“โธ่เว้ย !!” กวินทร์สบถอย่างหัวเสียแล้วรีบผละตัวออกจากร่างบางที่ไม่ไหวติงราวกับผีตายซาก “เป็นบ้าอะไรของเธออีกฮะ !! นอนนิ่งเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง” ทุกครั้งที่มัทนาบำบัดความใคร่แม้เขาจะสั่งห้ามให้เธอร้องครางออกมาหากก็ยังมีอารมณ์ร่วมกันบ้าง ทว่าครั้งนี้แม่ผู้หญิงแพศยานี่ไม่ใช่แค่กำลังเล่นแง่กับเขา แต่เธอต่อต้านความรู้สึกจนน่าโมโห
เพล้ง ! ชามข้าวต้มถูกปัดลงจนแตกกระจายด้วยน้ำมือมัจจุราช มัทนารีบลุกขึ้นนั่งชันเข่าเนื้อตัวสั่นเทาเมื่อรับรู้ถึงอารมณ์ร้ายของกวินทร์ที่ถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้ง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าเพื่อสบตาเพราะรู้ว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน
“จะไปตายที่ไหนก็ไปเลยไป ! แต่จำเอาไว้ว่าคนที่จะตายตามเธอเป็นคนต่อไปก็คือพศวิต พ่อของเธอนั่นแหละมัทนา !” ตวาดดังลั่นก่อนที่ร่างสูงจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป แล้วปิดประตูเสียงสนั่นจนมัทนาสะดุ้งเฮือก
“ฮึก บางทีถ้ามัทไม่เหลือใครแล้ว ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเลยสักนิด” ทุกวันนี้มีลมหายใจก็เหมือนตายทั้งเป็นคนที่คิดว่าเป็นพ่อเขากลับไม่มองเธอเป็นลูกเลยสักนิด “มัทคิดถึงแม่จังเลยค่ะ มัทจะอดทนเพื่อแม่” ท่านคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอต้องทนทรมานอยู่อย่างนี้ อดทนอีกไม่กี่เดือนเท่านั้นก็จะเป็นอิสระหลังจากนั้นเธอจะพาท่านไปหาที่อยู่สงบๆ มีเพียงแค่สองคนแม่ลูก
หนังสือพิมพ์ในเช้าวันใหม่ถูกเปิดก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้นมา ไลลาขยี้ตาอีกครั้งเพ่งมองรูปบนกระดาษนั่นเป็นครั้งที่สองเมื่อผู้หญิงในรูปนั้นคือมัทนาพี่สาวต่างมารดาของเธอ
“ไม่มีทาง พี่มัทไม่ทำตัวแบบนี้แน่ๆ” ผู้หญิงในรูปกำลังยื่นหน้าจูบกับผู้ชายคนหนึ่งที่หัวข้อข่าวบอกชื่อเอาไว้ว่าเขาคือกวินทร์ คาร์เนล เจ้าของสถาบันการเงินที่มั่นคงที่สุดในขณะนี้ ถึงไม่อยากจะเชื่อแต่เธอไม่มีทางจำหน้าพี่สาวของตัวเองผิดแน่นอน
“ไลลา หนูดูอะไรอยู่เหรอลูก” เสียงของมาลินีแม่ใหญ่ของเธอ หรืออีกนัยหนึ่งคือมารดาแท้ๆ ของมัทนาผู้เป็นพี่สาวดังขึ้นทำให้ต้องรีบพับหนังสือพิมพ์เก็บทันที
“อ่านอะไรเหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้น แม่ขออ่านด้วยสิ” มาลินีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ถึงไลลาจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอ แต่สาวน้อยเป็นเด็กดีมากคนหนึ่งผิดกับคนเป็นแม่ลิบลับ
“มีแต่ข่าวการเมืองค่ะแม่นิล ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก เอ่อ…หิวข้าวหรือยังคะ”
“ไลลาเพิ่งจะยกข้าวเข้ามาให้แม่ทานเมื่อกี้เองนะ เป็นอะไรไปน่ะเรา”
ไลลากำลังจะหาข้อแก้ตัว แต่ถูกขัดด้วยเสียงเคาะประตูก่อนที่ร่างของคุณหมอจะก้าวเข้ามา ทำเอาหัวใจของเธอเต้นระส่ำเพียงแค่เผลอไปสบตาเขา
“สวัสดีค่ะคุณหมอ” ร่างบางหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อคุณหมอหนุ่มไม่ตอบ เขาเพียงแต่ปรายตามองก่อนจะพยักหน้าลงเล็กน้อย
“วันนี้มาแต่เช้าเลยนะคะคุณหมอ” มาลินีลุกขึ้นนั่งโดยมีไลลาคอยช่วย
“สวัสดีครับคุณป้า ทานข้าวหรือยังครับ”
“ทานแล้วจ้ะ ลูกสาวป้าจัดการให้หมดแล้ว” ศุภณัฐหรี่ตามองสาวน้อยข้างกายคนไข้ของตัวเอง ลูกสาวอย่างนั้นเหรอ เขาจำได้ว่าลูกสาวของมาลินีไม่ได้หน้าตาแบบนี้ “คงจะสงสัย นี่ไลลาลูกสาวอีกคนของป้าจ้ะ”
“ครับ” ดูจากหน้าแล้วคงจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ เพราะไม่มีเค้าโครงเหมือนกันสักนิด
ไลลาหลบฉากมายืนอีกมุมหนึ่งของห้องปล่อยให้คุณหมอตรวจอาการของมาลินี เธอมองศุภณัฐด้วยสายตาชื่นชม เขาคงจะเรียนเก่งและขยันเอามากๆ ดูสิเป็นหมอรักษาคนช่วยชีวิตคนได้ตั้งแต่อายุยังไม่เยอะเท่าไหร่ จะบาปไหมถ้าเธออยากให้แม่ใหญ่นอนรักษาตัวแต่ที่โรงพยาบาลไม่ต้องกลับบ้าน เธอจะได้มาเฝ้าท่านแบบนี้ทุกวันเพราะพี่สาวก็ไปทำงานที่ต่างจังหวัด ข้อนี้เธอรู้มาจากบิดาอีกที แต่ที่ยังข้องใจก็คือภาพที่อยู่ในหนังสือพิมพ์นั่นเธอจำชื่อร้านนั้นได้ดีว่ามันอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร
“ช่วงนี้ก็ลดแป้งลดน้ำตาลหน่อยนะครับ แล้วที่สำคัญอย่าเครียดไม่อย่างนั้นอาการจะแย่เอา” มือหนาจดบางอย่างใส่กระดาษ ก่อนจะเดินมาหาหญิงสาวที่ยืนตาโตอยู่มุมห้องแล้วยื่นกระดาษแผ่นดังกล่าวให้
“อะไรเหรอคะคุณหมอ” ไลลารับมันมาอย่างงงๆ ได้สังเกตใบหน้าขาวๆ ของเขาใกล้ๆ หัวใจยิ่งเต้นแรงจนน่าอายกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
“รายชื่ออาหารที่ควรหาให้คุณป้าทาน ช่วงนี้ต้องลดแป้งลดน้ำตาล อาหารที่คุณจัดมาให้ท่านมีแต่แป้งทั้งนั้น แล้วอย่างนี้อาการท่านจะดีขึ้นได้ยังไง คุณเป็นลูกควรจะใส่ใจและดูแลท่านให้มากกว่านี้นะครับ” ศุภณัฐพูดเสียงเรียบก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วออกจากห้องไป ทิ้งให้ไลลาเม้มปากด้วยความน้อยใจ
“นี่คือคำพูดของคนที่คุยกันครั้งแรกเหรอ”
