บทที่ 20 20

ป้านวลยืนเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเองอยู่พักหนึ่ง แม้จะเตรียมใจมาแล้วหากว่ากวินทร์จะจับได้เรื่องที่แอบให้ศุภณัฐเข้ามาดูอาการมัทนาโดยพละการ แต่พอเอาเข้าจริงคนแก่อย่างเธอกลับมือไม้สั่นขึ้นมาเมื่อบังเอิญเห็นฉากปะทะอารมณ์ของชายหนุ่มทั้งสองคนเมื่อครู่

“น้ำค่ะคุณวิน”

“ผมยังเห็นแก่คุณแม่นะครับ แต่ครั้งต่อไปป้านวลอย่าทำอะไรที่ผมไม่ได้สั่งอีก” น้ำเสียงนั้นดูเหมือนจะราบเรียบแต่แฝงความน่ากลัวเอาไว้เต็มเปี่ยม

“มัทนาอยู่ในห้องใช่ไหม”

“เอ่อ ค่ะคุณวิน แต่วันนี้เธอเกือบจะช็อกนะคะ ถ้าคุณพายมาไม่ทัน…” หญิงสูงวัยพยายามบอกความจริงเผื่อเจ้านายหนุ่มจะเห็นใจมัทนาบ้าง

“ผมไม่อยากรู้” กวินทร์ตัดบทแล้วลุกขึ้น จุดหมายคือห้องนอนของมัทนา

“ขอให้พระคุ้มครองนะคะคุณมัท ถ้าคุณผู้หญิงอยู่ก็คงจะดี…” แต่คงเป็นไปไม่ได้ ภาวิษามารดาของกวินทร์ไม่ยอมกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านหลังนี้อีกเลย ตั้งแต่ที่คาร์วินผู้เป็นสามีนอกใจพาผู้หญิงคนอื่นเข้าบ้าน

กวินทร์เปิดประตูเข้ามาก็พบกับร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงแต่หญิงสาวไม่ได้หลับอย่างที่คิด มัทนาหันมองคนที่ยืนอยู่ตรงประตูอย่างช้าๆ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ซึ่งน้ำใสๆ นั่นทำให้กวินทร์รู้สึกแปลกไป ไม่ได้ชอบใจเหมือนเมื่อวันก่อนแต่ตอนนี้เขากลับรำคาญใจมากกว่า

“ขนาดนอนป่วยยังเสน่ห์แรงทำให้หมอหลงได้อีกนะ นางบำเรอแสนหวานของฉัน”

วาจาแสนร้ายกาจที่ออกมาจากปากหยักของชายหนุ่ม แม้จะชินชาเพราะถูกถากถางบ่อยครั้งแต่ก็รู้สึกปวดร้าวในใจไม่น้อย มัทนาเบือนหน้าหนีไม่อยากไปกระตุ้นอารมณ์ดิบเถื่อนของเขาอีก เธอไม่รู้ว่าทำไมวันนี้กวินทร์ถึงได้กลับบ้านไวกว่าปกติแต่นั่นไม่ใช่เรื่องดีกับเธอเลย เธอไม่มีแรงรองรับอารมณ์ของเขาในสภาวะที่ร่างกายกำลังย่ำแย่แบบนี้หรอกนะ

“เสียดายที่ฉันมาขัดจังหวะความร่านของเธอ จนถึงกับต้องนอนน้ำตาไหลแบบนี้เลยหรือไงมัทนา” กวินทร์กำหมัดแน่น ไม่พอใจที่ได้รับความเฉยชาจากผู้หญิงตรงหน้า ย่ำเท้าเข้าไปใกล้เตียงคว้าข้อมือบางของหญิงสาวไว้แน่น “จะตายแล้วยังอวดดี แต่เสียใจนะที่เธอยังตายไม่ได้ รอให้ครบหนึ่งปีตามกำหนดก่อนแล้วกัน !” อยากจะสั่งสอนคนตัวเล็กโทษฐานที่ยั่วโมโหตั้งแต่เจอหน้าครั้งแรกในรอบวัน แต่ความร้อนจากร่างของหญิงสาวทำให้เขาระงับอารมณ์ตัวเองไว้

รอให้มัทนาหายเป็นปกติก่อนจะดีกว่า เขาไม่อยากมีเซ็กส์กับท่อนไม้อย่างเมื่อคืน นึกแล้วก็เสียอารมณ์ ครั้นจะใช้บริการจากผู้หญิงข้างนอก ชายหนุ่มกลับไม่ต้องการเหมือนทุกครั้ง นาทีนี้ไม่มีใครบริการได้ถึงใจเท่ากับมัทนาอีกแล้ว

ตุ้บ ! โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งถูกโยนลงบนเตียงจากมือของกวินทร์  มัทนามองด้วยความสงสัยมันคือโทรศัพท์ของเธอที่อยู่กับเขา ชายหนุ่มเคยบอกเอาไว้ว่าหากจะโทรหาพศวิตให้มาเอาที่เขา แต่ทำไมอยู่ๆ กวินทร์ถึงได้…

“พ่อแสนดีของเธออยากจะคุยด้วย” เตรียมจะหมุนตัวออกจากห้องที่แสนคับแคบ แต่เกิดฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “ฉันให้เวลาเธอพักตัวสองวัน หลังจากนั้นเธอต้องชดเชยทำหน้าที่ที่หยุดไปด้วย ไปหาไปคิดท่าเด็ดๆ ลีลาโดนๆ มาเอาใจฉันด้วยล่ะ เผื่อฉันอาจจะใจดีให้ทิปหนักๆ” พูดไปก็เหมือนจะถูกใจคนพูดเหลือเกิน กวินทร์เดินหัวเราะร่วนออกไปอย่างอารมณ์ดี

“อัศวินคนนั้นเป็นแค่ภาพลวงตา เราแค่ฝันไป…ฮึก ฮือๆ” มัทนานอนกอดตัวเองแล้วสะอื้นไห้ออกมาอย่างหนักหน่วง ชายหนุ่มจะรู้บ้างไหมว่าครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าเขานั้นเธอดีใจมากขนาดไหน แต่กวินทร์กลับจำเธอไม่ได้แม้แต่น้อย คนที่เขาเฝ้ารอเรียกหากลับเป็นไลลาน้องสาวของเธอ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่กล้าพอที่จะถามเรื่องราวในอดีตกับเขา เพราะตอนนี้เธอเป็นเพียงแค่เครื่องระบายอารมณ์ดิบเถื่อนยามเขาเกิดความใคร่เท่านั้น เป็นเพียงผู้หญิงที่โกหกหลอกลวงคนหนึ่งที่กล้าลองดีกับคนอย่างกวินทร์ ผู้ชายที่มีอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง

“คนใจร้าย ใจร้ายที่สุด” ร่างบางยังร่ำไห้ไม่หยุดเมื่อนึกย้อนไปถึงคำพูดบาดใจ

‘ไปหาไปคิดท่าเด็ดๆ ลีลาโดนๆ มาเอาใจฉันด้วยล่ะ เผื่อฉันอาจจะใจดีให้ทิปหนักๆ’

ในสายตาของผู้ชายคนนี้ เธอคงไม่ต่างไปจากอีตัวตามข้างถนน จะพูดจะทำอะไรกวินทร์ไม่เคยสนใจความรู้สึกของเธอเลยสักครั้ง

มัทนาใช้เวลาสองวันที่กวินทร์พูดเอาไว้รักษาตัวเองจนอาการค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ กวินทร์ยังไม่กลับมาสักที ร่างบางนั่งกระสับกระส่ายคอยมองแต่นาฬิกาซึ่งตอนนี้ก็สองทุ่มแล้ว เธอมีเรื่องอยากจะขอร้องเขาหลังจากที่ได้โทรหาบิดาท่านบอกว่ามารดาของเธอถามหาเธอทุกวันให้โทรไปคุยกับท่านบ้าง แต่เธออยากไปเยี่ยมผู้เป็นแม่ที่โรงพยาบาลมากกว่า คงต้องหาข้ออ้างว่ามากรุงเทพมหานครเพื่อเอาของใช้จำเป็นกลับไปที่ทำงาน

ร่างบางดีดตัวลุกขึ้นยืนเมื่อได้ยินเสียงรถที่คุ้นหู ไม่นานรถคันดังกล่าวก็เคลื่อนตัวเข้ามาจอด มัทนารีบเดินออกไปหวังจะถือของให้กวินทร์อย่างที่เคยทำบ่อยๆ

ชายหนุ่มก้าวลงจากรถก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่ามัทนาที่กลับมาทำหน้าที่ที่ป้านวลทำแทนเมื่อสองวันก่อน หรี่ตามองหญิงสาวอย่างพินิจ ประสบการณ์ที่เคยเจอมาทำให้กวินทร์อ่านสายตาของเธอออกอย่างง่ายดายว่าหญิงสาวมีเรื่องจะขอร้องเขาอย่างแน่นอน

“สร่างจากไข้แล้วกระสันมากเลยหรือไง ถึงได้รีบปรี่มาให้ท่าฉันถึงหน้าประตู” อดไม่ได้ที่จะพูดถากถางมัทนาให้เจ็บช้ำน้ำใจเล่นๆ ยิ่งได้เห็นสีหน้าซีดเซียวของหญิงสาวเขาก็ยิ่งอารมณ์ดี “เอากระเป๋าไปเก็บแล้วรีบตั้งโต๊ะฉันหิวข้าว !”

“ค่ะ คุณวิน” เพราะมีเรื่องอยากจะขอร้องเขา เธอจำเป็นต้องไม่เงยหน้าขึ้นสบตาหรือพูดอะไรให้ชายหนุ่มเสียอารมณ์ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีโอกาสไปเยี่ยมมารดาที่โรงพยาบาลแน่ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป