บทที่ 21 21
ร่างสูงของกวินทร์เดินดุ่มเข้าไปในตัวบ้านทำให้มัทนากระชับกระเป๋าของชายหนุ่มไว้แน่น ถึงแม้ว่าในนี้มีเอกสารสำคัญที่เขาต้องหอบกลับมาตรวจทาน แต่ก็ถือว่าหนักสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ ร่างบางเตรียมจะก้าวตามเจ้าของบ้านเข้าไปแต่เหลือบเห็นวรวิชพอดี “คุณวิชคะ มัทแบ่งกับข้าวไว้ให้เหมือนเดิมแล้วนะคะ”
“อ้อ ขอบคุณมากครับคุณมัท แล้วนี่หายดีแล้วเหรอ” เห็นมัทนายิ้มได้แบบนี้เขาก็สบายใจ
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ยังไงมัทขอตัวก่อนนะคะ”
วรวิชพยักหน้าให้ยิ้มๆ ก่อนจะมองตามร่างเล็กที่วิ่งเข้าบ้านตามหลังเจ้านายของเขาไปติดๆ ชายหนุ่มยิ้มปลอบใจตัวเองอย่างเศร้าๆ การที่เขาบังอาจไปมีความรู้สึกดีให้กับผู้หญิงต้องห้ามอย่างมัทนามันเจ็บปวดใช่เล่น
หลังจากกวินทร์ทานข้าวเสร็จชายหนุ่มก็ตรงขึ้นห้องตัวเอง โดยไม่ลืมหันมากำชับอีกว่า
“อย่าลืมมาทำหน้าที่ของเธอ ฉันจะรออยู่ที่ห้อง”
มัทนาบอกกับตัวเองว่าไม่ต้องไปกลัวเพราะมันเลยจุดนั้นมาแล้ว และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย กวินทร์ใช้ให้เธอทำหน้าที่นี้ทุกวันทุกคืนมีเพียงสองวันนั้นที่เธอนอนป่วยเขาถึงละเลยไป
มือบางเคาะประตูห้องนอนของกวินทร์เบาๆ สองครั้ง เสียงเข้มตอบรับกลับมาจึงบิดลูกบิดแล้วเปิดประตูเข้าไป เพียงแค่จินตนาการถึงร่างเปล่าเปลือยของชายหนุ่มใบหน้าของมัทนาก็แดงระเรื่อขึ้น เนื้อตัวเริ่มร้อนผ่าวปั่นป่วนขึ้นมาหญิงสาวค่อนด่าตัวเองในใจเมื่อเผลอหลงใหลไปกับสิ่งยั่วยุ ทุกครั้งที่เธอต้องก้าวเข้ามาในห้องนี้มันเหมือนเป็นแดนประหารโดยมีเขาเป็นเพชฌฆาตลงมือสังหารเธอ
“เดินมานี่เร็วๆ อย่าชักช้า” เสียงเข้มสั่งการทันทีที่ร่างบางเดินเข้ามาในห้อง
มัทนากัดปากตัวเองอย่างชั่งใจ เธอควรจะขอร้องเขาเรื่องที่จะไปเยี่ยมมารดาก่อนดีหรือเปล่า แต่พอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มก็พบกับความไม่พอใจที่ส่งตรงมา จำต้องเร่งฝีเท้าก้าวขึ้นเตียงอย่างจำใจเมื่อเจ้าของห้องเริ่มจะออกลายดุดันอีกแล้ว
กวินทร์ไม่รีรอเนื่องจากสองวันมานี้เขาไม่ได้ชิมร่างกายแสนหวานของ มัทนาเลย และเขาไม่ใช่คนที่อดทนรอได้นานขนาดนี้มาก่อน มือหนาอยากจะฉีกทึ้งดึงเสื้อผ้าบางๆ นี่ให้ขาดติดมือแต่รำคาญน้ำตาของหญิงสาวจะไหลออกมาทำให้เสียอารมณ์อีก เสื้อตัวบางถูกถอดออกจากร่างเย้ายวน เนินอกอวบอิ่มล้นบราเซียนั่นทำให้เขาเลียริมฝีปากที่แห้งผาก มือหนากอบกุมมันผ่านบราเซียที่ยังไม่ถูกปลดออก
มัทนานั่งนิ่งให้ชายหนุ่มลูบคลำตามใจชอบ ถึงอย่างไรเธอก็ไม่อาจขัดขืนได้อยู่แล้ว แต่เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ไปเยี่ยมมารดาจึงลองเสี่ยงวางมือบางบนท่อนแขนแกร่งของเขาอย่างอ้อนวอน และได้ผลเมื่อกวินทร์ตวัดสายตาขึ้นมองใบหน้างามที่กำลังซีดเผือดด้วยความขัดใจ
“อะไรอีก !” ส่งเสียงไม่พอใจออกมาเมื่อถูกขัดอารมณ์
มัทนาหน้าตื่นเมื่อเห็นสีหน้าของกวินทร์ พยายามเอื้อนเอ่ยคำพูดที่เตรียมเอาไว้อย่างตะกุกตะกัก
“เอ่อ…คือ มะ...มัทมีเรื่องอยากจะขอค่ะ คุณวิน”
“รำคาญ ! มัวแต่เอ่อๆ อ่าๆ อยู่นั่นแหละ จะขออะไรรีบๆ ว่ามา อย่าให้ฉันเสียอารมณ์ที่เธอบังอาจขัดใจ”
คนเสียอารมณ์สั่งสอนหญิงสาวด้วยการบีบขยำทรวงอกอิ่มอย่างแรงจนมัทนาเบ้หน้าข่มความเจ็บปวด แต่เธอต้องกัดฟันทนเพราะความคิดถึงและความเป็นห่วงมารดา
“มะ มัทอยากจะขอให้คุณวินอนุญาต...ให้มัทไปเยี่ยมแม่ได้ไหมคะ ตอนนี้ท่านไม่สบายนอนอยู่ที่โรงพยาบาล” ร่างบางก้มหน้าพูดไม่กล้าสบตาชายหนุ่มที่จ้องเธอเขม็ง หากพูดไปจ้องตาไปมีหวังเธอได้พูดไม่จบประโยคแน่
“แลกกับอะไรดีล่ะ” นักธุรกิจอย่างเขาไม่ยอมให้อะไรใครฟรีๆ อยู่แล้ว “คืนนี้...บริการฉันให้ถึงใจสิ ทำให้ฉันพอใจแล้วจะอนุญาตให้เธอไปเยี่ยมแม่” กวินทร์พูดใกล้ใบหูของมัทนาเสียงพร่า
“แต่ว่ามัท...” มัทนาแทบอยากจะร้องไห้ออกมา เท่าที่โดนกระทำอยู่ทุกวันก็คิดว่าตัวเองไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีอยู่แล้ว อีกอย่างทุกครั้งที่มีอะไรกันเขาเป็นคนลงมือตลอด เธอได้แต่นอนนิ่งๆ ตามคำสั่งเขาเท่านั้น
แล้วแบบนี้...จะให้เธอบริการยังไง มัทนาคิดหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
“แต่อะไร ! จะทำไม่ทำฮะ !” คนตัวโตเริ่มหงุดหงิดกับความสำออยของมัทนา โดนละเลงมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งยังจะทำท่าทางเหนียมอายอยู่นั่นแหละ “อย่ามาแสร้งทำไร้เดียงสาทั้งที่โดนฉันกระแทกอยู่แทบจะทุกคืน”
มัทนาจิกฝ่ามือตัวเองไว้แน่นเพื่อพยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหล ถึงจะเป็นอย่างที่เขาพูดมาทุกอย่างแต่เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงกร้านโลกแบบนั้น สำหรับเธอแล้ว...กวินทร์เป็นผู้ชายคนแรกที่สอนให้เธอเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือความเจ็บปวดที่แสนจะทรมาน
“ฉันเสียเงินไปตั้งสามสิบล้าน ความจริงถ้าเทียบกับตัวเธอแล้ว...” กวินทร์มองผู้หญิงตรงหน้าไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “ฉันประเมินให้ไม่ถึงหนึ่งล้านด้วยซ้ำ อย่าเล่นตัวให้มาก เธอคิดว่าตัวเองมีค่าขนาดที่ว่าฉันต้องมานั่งรอผู้หญิงอย่างเธอบริการหรือยังไง”
แต่เขาก็แทบหัวเสียช่วงที่เธอไม่สบายไม่ใช่หรือไง มัทนาแอบคิดในใจ
“มัทไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะคะ แต่มัท...มัททำไม่เป็น” เสียงหวานพูดตัดพ้อ แต่แก้มเริ่มแดงระเรื่อขึ้นเพราะคำพูดของตัวเอง
“ถอดชุดให้ฉันเดี๋ยวนี้” สั่งเสียงเข้มด้วยความหงุดหงิด
