บทที่ 4 4
“หึ” กวินทร์มองผลงานอย่างพอใจ ก่อนจะออกแรงยกร่างบางขึ้นมานั่งบนตักตัวเอง คำนวณจากระยะทางแล้วเขายังมีเวลาเล่นสนุกกับมัทนาได้พอสมควร
ของที่แลกกับเงิน เขาก็ควรใช้ให้คุ้มไม่ใช่เหรอ ?
“รอยที่คอของเธอมันดูจางลงนะ ว่าไหม” ปลายนิ้วหนาไล้รอยที่ว่านั่นเบาๆ ความจริงแล้วมันไม่ได้จางลงหรอกแต่มันยังเด่นชัดไม่พอต่างหาก เขาต้องการให้พ่อของเธอเห็นชัดๆ จะได้รู้ว่าคิดผิดที่กล้ามาแหยมกับคนอย่างเขา
“มัทขอร้องนะคะคุณวิน” มัทนาร้องไห้ออกมาเพราะไม่สามารถกลั้นไว้ได้อีกต่อไป แค่นี้เธอก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว สายตาเหยียดหยามของพนักงานในร้านขายเสื้อผ้านั่นยังติดตาอยู่ไม่จางหาย ทุกวันนี้ยังเฝ้าถามตัวเองว่าเธอผิดอะไรกวินทร์ถึงต้องทำร้ายร่างกายและจิตใจของเธอแบบนี้
‘พ่อคะ เมื่อไหร่พ่อจะมาช่วยมัทออกไปจากขุมนรกนี่สักที’
“ไม่ต้องขอร้อง เพราะฉันตั้งใจจะทำให้เธออยู่แล้ว”
กวินทร์หัวเราะชอบใจ แต่สำหรับมัทนาแล้วมันเป็นเสียงที่น่ากลัวที่สุด เธอคงลืมไปว่ายิ่งร้องไห้ยิ่งมีน้ำตาออกมามากเท่าไหร่ยิ่งทำให้ชายหนุ่มสาแก่ใจ มือบางกำเข้าหากันแน่นเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบที่ลำคอ ผู้ชายใจร้ายกำลังขบเม้มรอยอัปยศซ้ำๆ ที่เดิมหลายครั้ง ไม่ต้องส่องกระจกเธอก็รู้ว่ามันคงช้ำจนน่ากลัวมากขนาดไหน
กวินทร์ยังคงวนเวียนอยู่กับซอกคอขาวนวล อดยอมรับไม่ได้ว่า เรือนร่างของมัทนายามไม่มีอาภรณ์ปกปิดสักชิ้นช่างงดงามและถูกใจเขาเหลือเกิน แม้คืนแรกที่พศวิตส่งลูกสาวมาเป็นเครื่องบรรณาการอาจจะทำให้เขาตกใจไปบ้างก็ตาม ไม่คิดว่าผู้หญิงอย่างเธอจะเก็บรักษาความบริสุทธิ์ไว้
แต่เยื่อบางๆ นั่นไม่สามารถชะล้างความผิดของเธอและผู้เป็นพ่อได้เลยสักนิด เพราะคนที่เขาต้องการตั้งแต่แรกไม่ใช่มัทนา !!
ในเมื่อสองคนนี้เล่นนอกกติกาไม่ทำตามสัญญาที่พูดไว้ เขาจึงร่างแผนในแบบฉบับของตัวเองขึ้นมาเพื่อลงทัณฑ์ผู้หญิงอย่างมัทนาให้อย่างสาสม
“ลงมา” กวินทร์พูดเสียงเรียบๆ แต่สร้างความกดดันให้กับมัทนาเป็นอย่างมาก
ขาเรียวยาวก้าวลงจากรถ สองมือบางกำเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นว่าสถานที่กวินทร์พามาเป็นภัตตาคารสุดหรู มันแทบทำให้เธอหันหลังกลับแล้วก้าวขึ้นรถไปเหมือนเดิม ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้แล้ววาดวงแขนโอบรอบเอวดึงเธอมาแนบชิด ยิ้มอย่างมีเลศนัยเมื่อเห็นนักข่าวที่หลบอยู่มุมเสากำลังตั้งกล้องเตรียมจะถ่ายรูป เขาก้มลงหอมแก้มโดยที่ร่างบางไม่ทันได้ตั้งตัว
“จูบปากฉันเดี๋ยวนี้ !”
“คุณวินคะ” มัทนาหันซ้ายหันขวาอย่างหวาดหวั่น แม้ลานจอดรถตรงนี้จะไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านและมีเสาบังอยู่ แต่ก็ยังมีกล้องวงจรปิด ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้สั่งอะไรบ้าๆ แบบนี้ สีหน้าของเขากำลังแสดงความไม่พอใจสุดขีดที่เธอยืนกัดปากตัวเองอย่างขมขื่น หญิงสาวตัดสินใจหลับตาลงแล้วเขย่งปลายเท้ายื่นหน้าไปจูบตามคำสั่งเพียงเสี้ยววินาทีแล้วรีบผละออกมา
ร่างสูงเดินนำหน้าออกไปทิ้งให้มัทนายืนหน้าแดงก่ำกับการจูบในที่สาธารณะแสนจะอับอายเช่นนี้ ยังดีที่ไม่มีใครเดินผ่านตอนที่เธอจูบเขาไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กล้าออกไปไหนอีก เพราะนักธุรกิจอย่างกวินทร์นั้นเป็น ที่จับตามองของวงการธุรกิจไม่ว่าเขาจะไปไหนทำอะไรกับใครก็สามารถเป็นข่าวได้ง่ายๆ และตอนนี้เธอก็ภาวนาให้ตัวเองรอดพ้นจากข่าวพวกนั้น พศวิตคงไม่อยากให้มีข่าวทำนองนี้เกิดขึ้นซึ่งอาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัท แม้จะไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเธอเป็นลูกของท่านอีกคนก็ตาม แต่เธอเชื่อว่าพวกนักข่าวคง ขุดคุ้ยจนได้นั่นแหละ
“คุณกวินทร์ใช่หรือเปล่าครับ” ผู้จัดการร้านเดินมาต้อนรับกวินทร์ด้วยตนเอง
“ใช่ มีคนมาหรือยัง” ถามถึงคนที่นัดเพื่อมาคุย ‘ข้อตกลง’ ที่เขาเพิ่งจะร่างขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ
“มาได้สักพักแล้วครับ” ผู้จัดการร้านผายมือไปทางห้องที่แตกต่างจากห้องอื่น เพราะเป็นห้องสำหรับลูกค้าที่ชอบความส่วนตัวหรือไม่ก็นัดมาเจรจาเพื่อคุยธุระกันโดยเฉพาะ
มัทนาหน้าชาวาบยามที่เดินตามกวินทร์เข้าห้องนั้นไป สายตาของผู้จัดการร้านที่มองมายังเธอมันทั้งดูถูกเหยียดหยามและที่หนักไปกว่านั้นคือเขาถึงกับส่ายหน้าเบาๆ แม้เธอจะไม่ได้หันไปมองเต็มตาแต่ก็เห็นได้จากทางหางตา ถึงเธอจะเป็นอย่างที่ผู้จัดการร้านคนนี้คิดจริงๆ เขาก็ไม่ควรแสดงกิริยาที่ดูไม่มีมารยาทแบบนี้ออกมา แต่ก็นะ…ผู้หญิงอย่างเธอคงไม่มีคุณค่าในสายตาของใครหรอก เพราะขนาดคนเป็นพ่อยังไม่ดูดำดูดีเธอเลยสักนิด หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อสร้างกำลังใจเล็กๆ ให้กับตัวเอง ถึงใครจะมองยังไงก็ช่างแต่สิ่งที่เธอทำลงไปก็เพื่อครอบครัวทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องไปสนใจคนอื่นหรือคนที่ไม่ได้มีความสำคัญกับชีวิต
ดูเหมือนกวินทร์จะนัดใครบางคนมาด้วยแต่มองไม่ชัดเพราะเขาคนนั้นนั่งหันหลังให้เธออยู่ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอเดินช้าไปคนชอบออกคำสั่งจึงเอี้ยวตัวกลับมาแล้วโอบเอวเธอเข้าไปชิดใกล้จนแอบแปลกใจ ถึงเขาจะโหดร้ายมากเพียงใดแต่หัวใจของเธอกลับเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิด เพราะมัวแต่ใจเต้นกับแผงอกของชายหนุ่มเธอจึงไม่ทันสังเกตว่าแขกที่เขานัดมาเป็นใครกันแน่…
