บทที่ 5 5
“ขอโทษที่มาช้านะครับ พอดีว่าผมพาลูกสาวคุณไปลองชุดนานไปหน่อย” เขาพาเธอเดินอ้อมไปนั่งอีกด้าน เอ่ยขอโทษคนมาก่อนที่ต้องให้รอ
มัทนาเงยหน้าขึ้นเมื่อกวินทร์เปิดปากพูดกับแขกตรงหน้า
“คุณทะ เอ่อ...คุณพ่อ” หญิงสาวเกือบเผลอหลุดเรียกสรรพนามที่ชินปาก อยู่ในบ้านเธอเจียมตัวเรียกว่าคุณท่านเพราะรู้ดีว่าพศวิตไม่พอใจที่เธอจะเรียกเขาว่าพ่อ แต่หากอยู่ข้างนอกท่านบังคับให้เธอเรียกว่าพ่อเพราะลูกค้าของท่านบางคนก็เคยเห็นหน้าและรู้จักเธอในฐานะลูกสาวคนโตของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างพศวิต
คนที่นั่งรออยู่ก่อนขบกรามแน่นเมื่อเห็นกวินทร์รวบผมของมัทนามาไว้ข้างหนึ่งเหมือนจงใจให้เขาเห็นร่องรอยราคีที่อยู่บนลำคอของหญิงสาว
พศวิตหลับตาลงอย่างปวดใจเพราะรู้ว่าการที่มัทนาไปอยู่ที่นั่นต้องไปประสบพบเจอกับอะไรบ้าง แม้เธอจะไม่ใช่ลูกสาวของเขาจริงๆ แต่ก็ทำให้เขาสะเทือนใจไม่น้อย
“ที่นัดผมมาคุณมีธุระอะไรจะคุยกับผมหรือเปล่า อีกตั้งหลายเดือนกว่าจะถึงวันนั้น”
พศวิตหมายถึงวันที่ต้องชำระดอกเบี้ยและเงินต้นที่ได้กู้ไป ตอนนี้เขากำลังเริ่มโครงการใหม่ทำเลดีและดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย
“หึ !” กวินทร์แค่นหัวเราะออกมา นอกจากมัทนาแล้วคงไม่มีใครรู้ว่าการหัวเราะแบบนี้ของเขา มันคือพายุหย่อมเล็กๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างน่ากลัว “คุณก็รู้ดีนี่คุณพศวิต ว่าที่ผมเรียกคุณมาคุยครั้งนี้เป็นเพราะอะไร”
คราวนี้พศวิตเริ่มเครียดขึ้นมา เขารู้ว่าที่กวินทร์นัดมาวันนี้เพราะเรื่องอะไรและเขาไม่มีวันยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นแน่ และถ้าเดาไม่ผิดมัทนาคงจะถูกจับได้ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าไปในบ้านของกวินทร์ !
“ผมก็ทำตามเงื่อนไขของคุณแล้ว มัทนาเองก็เต็มใจที่จะไปอยู่กับคุณ” เมื่อเหลือบมองลูกสาวที่ได้อ้างไว้ก็เห็นสายตาตัดพ้อปนน้อยใจของมัทนาที่มองมาทางเขาอย่างน่าสงสาร
ปัง !! กวินทร์ทุบโต๊ะเสียงดังจนมัทนาที่นั่งอยู่ข้างๆ พลอยสะดุ้งไปด้วย
“แต่ที่เราคุยกันตั้งแต่แรก คนที่ผมต้องการตัวคือไลลาลูกสาวคนเล็กของคุณ ไม่ใช่มัทนา”
ร่างบางนั่งจิกขาตัวเองอย่างน้อยใจ มัทนารีบก้มหน้าเพราะไม่อยากสบตาใครทั้งนั้น ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเงียบๆ ทำไมมีแต่คนรักไลลา น้องสาวของเธอเกิดมาเพื่อเป็นที่รักของทุกคน ผิดกับเธอที่นอกจากมารดาแล้วก็ไม่เคยมีใครต้องการเธอเลยสักคน แต่ถึงอย่างนั้นคนเป็นพี่ก็ไม่เคยคิดร้ายกับไลลาสักครั้งเพราะน้องสาวเป็นคนดีเหมาะสมให้ทุกคนมอบความรัก
ไม่แปลกที่กวินทร์จะต้องตาต้องใจในตัวน้องน้อยผู้แสนดีอย่างไลลา...
“แต่ว่าไลลายังเรียนไม่จบ ผม...ผมยอมให้ไลลามาอยู่กับคุณแบบนี้ไม่ได้” ชายวันกลางคนพูดตะกุกตะกักแต่กระนั้นก็ยังส่งสายตาขอโทษไปให้ มัทนาที่เอาแต่นั่งก้มหน้า เธอจึงไม่เห็นคำขอโทษผ่านสายตาของพศวิต
“น่าแปลกนะ มัทนาก็เป็นลูกของคุณเหมือนกันไม่ใช่เหรอไง หรือว่าคุณรักลูกไม่เท่ากัน” กวินทร์หรี่สายตาจับผิดคนที่นั่งตรงข้ามอย่างสงสัย พลางเหลือบมองหญิงสาวข้างๆ เธอเอาแต่นั่งก้มหน้าอย่างผิดวิสัย พ่อลูกที่เจอหน้ากันหลังจากห่างกันมาเป็นเดือนทำไมถึงไม่แสดงความดีใจให้เห็นเลย
“คุณวินคะ มัทเป็นคนขอร้องคุณพ่อเองค่ะ” เมื่อบิดาอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบ มัทนาจึงรีบปาดน้ำตาแห่งความเสียใจทิ้งไป ตอนนี้เธอจะมามัวแต่น้อยอกน้อยใจใครไม่ได้
“ใช่ มัทเป็นคนขอร้องผมเอง” พศวิตรู้สึกผิดเหลือเกิน เขาต่างหากที่บังคับมัทนาให้เธอยอมทำตามเงื่อนไขที่กวินทร์ร่างขึ้นมา แถมตอนนี้หญิงสาวยังพยายามช่วยพูดให้กวินทร์หายสงสัย “ใช่ว่าผมจะดีใจที่ต้องปล่อยให้ลูกมาอยู่กับผู้ชายคนอื่นแบบนี้หรอกนะคุณวิน แต่ผม...ไม่มีทางเลือก”
“เหรอครับ” กวินทร์พูดเสียงเหี้ยมก่อนจะแค่นยิ้มออกมา “คุณก็เลยเลือกที่จะผิดคำพูด ผมถือว่าคุณไม่ทำตามสัญญา…” พูดพลางจับมือหญิงสาวข้างๆ มากุมเอาไว้กวินทร์ไล้นิ้วเรียวช้าๆ “แต่ก็ขอบคุณนะครับ ที่ส่งมัทนามาให้ผมใช้แก้ขัด”
มัทนาเม้มปากแน่น มือบางอีกข้างจิกเข้ากับขาตัวเองจนเลือดซิบ แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บสักนิดเมื่อเทียบกับคำพูดของคนใจร้ายและเลือดเย็นอย่างกวินทร์ น้ำตาแห่งความอ่อนแอกำลังจะไหลจนหญิงสาวต้องฝืนเอาไว้สุดฤทธิ์ เธอจะร้องไห้ต่อหน้าพศวิตไม่ได้ เธอจะต้องเข้มแข็งไม่เช่นนั้นทุกคนในครอบครัวจะต้องลำบากเพราะเธอคนเดียว
“คุณกวินทร์ !!” คำพูดตรงๆ ของกวินทร์ทำเอาคนฟังเลือดขึ้นหน้า ร่องรอยตามตัวโดยเฉพาะที่ลำคอของหญิงสาวช่างน่ากลัว พศวิตหลับตาเมื่อรู้สึกโหวงในใจ หากมาลินีแม่ของมัทนารู้เข้าเธอจะเป็นอย่างไรนะ ขนาดเขาไม่ใช่พ่อยังรู้สึกเสียใจถึงเพียงนี้
‘นี่เราตัดสินใจถูกแล้วใช่ไหม’ พศวิตร้องถามตัวเองในใจ แต่ถึงจะถูกไม่ถูกเรื่องทุกอย่างก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว มีทางเดียวคือต้องเดินหน้าต่อไป มัทนาต้องทนให้ได้จนกว่าเขาจะหาเงินและดอกเบี้ยมาใช้คืนให้กับกวินทร์
“แต่ถึงยังไง ผมก็ยังรอลูกสาวคนเล็กของคุณอยู่นะ” กวินทร์พูดก่อนจะก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอของมัทนา โดยไม่สนใจบุคคลที่สามอย่างพศวิตเลยสักนิด “ฉันชอบให้เธอใส่ชุดแบบนี้นะมัทนา เหมาะสมกับคนอย่างเธอดี” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมากระซิบชิดใบหูเล็กและขบเม้มมันเบาๆ
“คุณพ่อคะ...” มัทนาส่งเสียงเบาหวิว แต่คำพูดนี้ไม่อาจส่งถึงคนเป็นพ่อได้เนื่องจากเธอไม่มีแรงพอที่จะพูดแบบนั้นออกไป น้ำตาแห่งความอดสูไหลพรากเมื่อไม่สามารถกลั้นไว้ได้ ได้แต่นั่งเฉยให้กวินทร์ทำตามใจชอบ อย่างไรเสียคนอย่างเธอก็ไม่สามารถขัดขืนหรือคัดค้านใครได้อยู่แล้ว...
