บทที่ 6 6

“พอเถอะครับคุณกวินทร์ ผมขอร้อง” พศวิตกำลังรู้สึกผิดกับมาลินีอย่างท่วมท้นที่ยื่นความอัปยศให้กับมัทนาแบบนี้

“ไว้ฉันจะไปต่อที่บ้านก็แล้วกัน” เสียงเข้มพูดอย่างขัดใจในขณะที่ยังวนเวียนกับซอกคอนวลของหญิงสาว กวินทร์ผละตัวออกมานั่งเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้อย่างสบายใจ แขนข้างซ้ายพาดไปยังเก้าอี้อีกตัวหนึ่งเป็นการกอดมัทนา กลายๆ

“เอาล่ะคุณพศวิต ผมจะพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม” ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองคู่สนทนาอย่างกดดัน ใครที่กล้าลองดีกับเขาจะได้รับบทเรียนที่สาหัสกลับไปและคนอย่างกวินทร์เป็นพวกที่กัดไม่ปล่อยเสียด้วยสิ “ในเมื่อคุณเป็นคนผิดสัญญาโกหกผมเรื่องมัทนา ดังนั้นผมจะขอร่นวันกำหนดจ่ายเงินที่คุณกู้ไปเข้ามาอีก สามเดือนพอหรือเปล่ากับการที่คุณจะวิ่งเต้นหาเงินมาคืนผม”

“คุณกวินทร์ / คุณวินคะ !”

ผู้ร่วมโต๊ะทั้งสองคนเอ่ยออกมาพร้อมกัน พศวิตกำมือแน่นเมื่อกวินทร์เล่นไม้นี้ ระยะเวลาเพียงสามเดือนกับเงินสามสิบล้านเขาจะไปหามาจากไหนได้ ชายหนุ่มตรงหน้าต้องการสั่งสอนเขามากกว่าอยากได้เงินคืน

“ขอร้องล่ะ สามเดือนผมจะไปหาเงินมาจากไหน”

“ผมไม่สนว่าคุณจะหามาจากไหน แต่อีกสามเดือนข้างหน้าเงินที่คุณกู้ไปทั้งต้นทั้งดอกผมต้องได้คืน ผมว่า…ผมใจดีที่สุดแล้วนะ ธุรกิจของคุณกำลังสั่นคลอนถ้าผมไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยคงไม่มีใครเขาอยากจะเสี่ยงปล่อยให้คุณกู้เงินหลักสิบล้านอย่างนี้หรอก” คนเป็นต่อจุดบุหรี่สูบพ่นควันออกมาอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับคำพูดของตัวเอง กวินทร์ไม่สนใจว่ามันจะสร้างความกดดันหรือเสียใจให้กับใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพศวิตหรือแม้แต่มัทนา !

พศวิตรู้สึกอยากจะสั่งสอนชายหนุ่มที่โอ้อวดวางท่าทำตัวกร่างอย่างกวินทร์เหลือเกิน ช่างกล้าพูดว่ายื่นมือเข้ามาช่วย…แต่ไม่ใช่เลย เงินสามสิบล้านต้องแลกกับไลลาต่างหากกวินทร์ถึงได้ยอมตกปากรับคำว่าจะช่วย ตอนนั้นเขาดีใจจนลืมไปเสียสนิทว่านักธุรกิจมือมืดอย่างกวินทร์ไม่เคยช่วยเหลือใครฟรีๆ อยู่แล้ว

“คุณวินคะ มัทขอร้อง” มัทนารวบรวมความกล้าร้องขอความเมตตาจากเขา มือบางแตะท่อนแขนของชายหนุ่มอ้อนวอนหวังให้เขาเพิ่มระยะการคืนเงิน ธุรกิจของพศวิตกำลังจะไปได้สวยแต่เงินลงทุนทั้งหมดที่ได้กู้จากกวินทร์มาใช่ว่าจะได้คืนมาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

“ฉันขอให้เธอออกความคิดเห็นหรือไง…มัทนา !!” กวินทร์พูดเสียงกดต่ำพร้อมสะบัดแขนตัวเองทำให้มือบางที่แตะท่อนแขนของเขาอยู่ถูกปัดออกไปตามแรง

“ผมมีข้อเสนออีกข้อ…หากคุณยอมให้ไลลามาเป็นผู้หญิงของผมเป็นเวลาสามเดือน ผมจะยืดเวลาในการเงินคืนไปอีกหนึ่งปี หรือไม่…มัทนาต้องอยู่กับผมในฐานะนางบำเรอตลอดหนึ่งปีเต็มๆ และผมมีสิทธิ์เด็ดขาดในตัวของเธอทุกอย่าง”

มัทนานั่งตัวสั่นเมื่อได้ยินคำพิพากษาของกวินทร์ที่พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“แต่ถ้าเป็นไลลา ผมจะยกย่องให้เธอเป็นผู้หญิงของผม”

“มันจะไม่มากเกินไปเหรอคุณกวินทร์ คุณดูถูกลูกสาวของผมมากเกินไปแล้วนะ !!” พศวิตตบโต๊ะเสียงดัง อารมณ์เดือดพล่านเมื่อได้ฟังคำดูถูกของหนุ่มรุ่นลูกอย่างกวินทร์

“ไม่นีผู้หญิงอย่างมัทนาไม่มีอะไรจะเสียแล้ว” ชายหนุ่มยักไหล่ไม่ใส่ใจ

“ผมขอคุยกับลูกก่อนได้ไหม” พศวิตพยายามต่อรอง

“ห้านาทีเท่านั้น !” กวินทร์ลุกออกจากห้องไป ปล่อยให้พศวิตพูดคุยกับมัทนาตามประสาพ่อลูก พศวิตกำลังเดินตามเกมที่เขาเป็นคนร่างขึ้น เกมนี้คนที่จะเจ็บปวดที่สุดก็คือผู้หญิงไร้ค่าอย่าง…มัทนา

“คุณท่านคะ มัทไม่อยากอยู่กับเขาแล้ว” มัทนาสะอื้นร่ำไห้ออกมาทันทีหลังจากที่กวินทร์เดินออกจากห้องไป เพียงแค่เดือนเดียวที่ต้องกัดฟันทนอยู่กับผู้ชายโหดเหี้ยมอย่างกวินทร์ไม่ต่างอะไรกับตกนรกขุมที่ลึกที่สุดในความรู้สึกของเธอ

...หากต้องทนอยู่หนึ่งปีเธอคงได้คิดสั้นจริงๆ

“ฉันเสียใจ แต่ไลลายังเด็กเกินไป” พศวิตพูดน้ำตาคลอ ไม่ใช่ว่าเขาอยากให้มัทนาต้องทนอยู่แบบนี้ “ถือว่าทำเพื่อน้องได้ไหม ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้ดีหากฉันได้กำไรจากโครงการใหม่จะรีบนำมาใช้คืนกับคุณกวินทร์ ถึงตอนนั้นพอเขาได้เงินทั้งหมดคืนคงยอมปล่อยตัวเธอมาง่ายๆ บางทีอาจจะไม่ถึงหนึ่งปีก็ได้”

“มัทเข้าใจค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างเสียใจ บิดาของเธอไม่มีทางที่จะเอาไลลาเข้ามาเสี่ยง กวินทร์พูดไม่ผิด คนอย่างเธอไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไปแล้ว ทุกวันนี้ก็อยู่แบบตายทั้งเป็น ที่ทนอยู่ก็เพื่อมารดาอันเป็นที่รักและเพื่อตอบแทนบุญคุณของพศวิต “เรื่องนี้คุณท่านอย่าบอกคุณแม่นะคะ”

“มาลินีจะไม่มีทางรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” แม้มาลินีจะเคยทรยศต่อความรักที่พศวิตมีให้ แต่ถึงยังไงความรักที่เกิดขึ้นยาวนานหลายสิบปีก็ไม่อาจตัดขาดได้จริงๆ จังๆ “ลองหาเวลาว่างขอคุณกวินทร์เขาไปเยี่ยมมาลินีบ้าง ตอนนี้ไลลาก็เทียวไปเทียวมาระหว่างโรงพยาบาลกับบ้าน”

“มัทฝากขอบคุณไลลาด้วยนะคะ” ซาบซึ้งใจที่อย่างน้อยไลลาก็ไม่ทอดทิ้งมารดาของเธอยามท่านเจ็บไข้ได้ป่วย “แล้วแม่รองไม่ว่าเหรอคะ” บุษราคือผู้หญิงที่บิดาบังคับให้เธอเรียกว่าแม่รอง พูดง่ายๆ ก็คือบุษราเป็นมารดาของไลลาหรืออีกอย่างก็คือเป็นภรรยาน้อยของพศวิต และสิ่งนี้เองที่ทำให้มาลินีมารดาของเธอต้องตรอมใจจนสุขภาพไม่ค่อยดีถึงกับต้องไปนอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือบ่อยๆ แต่ความจริงแล้วมัทนาคิดว่าร่างกายของคนเราหรือจะทนสู้กับความเจ็บปวดในใจที่กัดกินไปเรื่อยๆ ซึ่งแม่ของเธอคงจะป่วยข้างในหัวใจมากกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป