บทที่ 9 9
“ออกไปซะ ถ้าร่างกายเน่าๆ ของเธอไม่สามารถรองรับอารมณ์ของฉันได้อีกก็รีบออกไปเดี๋ยวนี้” มือหนาดึงแขนหญิงสาวให้ลุกขึ้นมาทั้งที่เธอกำลังฝืนร่างกายตัวเอง
“มะ มัทขอโทษค่ะ แต่มัท มะ ไม่ไหวจริงๆ” พูดกระท่อนกระแท่นเพราะกลัวเขาไม่พอใจจนโมโหและพานทำในสิ่งที่เธอหวาดกลัว “คุณวิน ยะ...อย่าทำอะไรคุณพ่อนะคะ”
“ถ้ายังไม่หุบปากแล้วรีบไสหัวออกไป ฉันทำแน่มัทนา !!” ยิ่งมัทนาพยายามปกป้องพศวิตมากเพียงใดเขายิ่งเดือดมากเท่านั้น ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ยอมตกเป็นเบี้ยล่างของพ่อตัวเองขนาดนี้ ยอมบำเรอเขาแทนที่จะส่งตัวน้องสาวอย่างไลลามาให้ดีๆ
“ถ้ายอมเสนอตัวเองแทนน้องสาว ทำไมไม่ฟิตร่างกายให้ดีกว่านี้ฮะ !”
มัทนารู้ตัวดีว่าเธอไปปลุกอารมณ์เถื่อนของกวินทร์ให้ตื่นขึ้นมา รีบฝืนร่างกายที่ร้าวรานงัดตัวเองออกจากเตียงนอนที่เปรียบเหมือนแดนประหารสำหรับเธออย่างยากลำบาก ศีรษะหนักอึ้งเหมือนมีหินก้อนใหญ่ๆ กดทับอยู่ พยายามสอดส่องหาเสื้อผ้าของตัวเองที่ถูกถอดด้วยมือของกวินทร์ อย่างน้อยครั้งนี้เขาก็ใจดีไม่ฉีกเสื้อเธอดังเช่นครั้งก่อนๆ ขาเรียวก้าวลงจากเตียงก้มเก็บเสื้อผ้าแล้วรีบสวมใส่อย่างลวกๆ แต่ยังไม่ทันจะได้ใส่เสร็จ สติที่มีอยู่น้อยนิดกลับดับวูบลงโดยไม่รู้ตัว
“หึ” เมื่อร่างของมัทนาสลบลงไปกองกับพื้นทั้งที่เนื้อตัวสวมใส่เพียงแค่ชั้นในสองชิ้น นัยน์ตาสีเทาทอดมองอย่างเย็นชาไร้ความสงสารและไม่มีความหมายใดๆ ลุกขึ้นหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันไว้รอบเอวก่อนจะเดินไปต่อสายโทรศัพท์ “ส้มโอขึ้นมาที่ห้องฉันเดี๋ยวนี้ !” หลังจากวางสายไวน์แดงในขวดถูกรินใส่แก้วอีกใบ สงสัยเขาต้องเพิ่มโบนัสให้กับส้มโอแล้วกระมังที่รู้ดีว่าทุกครั้งที่เขาดื่มของจำพวกนี้ต้องสำรองแก้วไว้หลายๆ ใบ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนจะถูกเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ “คุณวินมีอะไรให้ส้มโอรับใช้คะ ว้าย” ประโยคหลังสาวใช้ร่างอวบอุทานเบาๆ พร้อมกับใช้มือทาบอกอย่างตกใจเมื่อเห็นร่างของมัทนาแน่นิ่งอยู่บนพื้นพรม
“เอาแม่นี่ออกไปจากห้องฉันที” พูดเสียงเรียบในขณะที่นั่งจิบไวน์อย่างสบายใจ
“โธ่ คุณมัท” เวรกรรมอะไรถึงต้องมาเจอคนใจร้ายอย่างเจ้านายเธอแบบนี้ ส้มโอเดินมาจับตัวมัทนาหวังจะพยุงขึ้นแต่ต้องตกใจกับไอร้อนจากตัวหญิงสาว มัทนากำลังไม่สบายอย่างหนักดูได้จากหน้าตาที่ซีดเซียวไม่มีเลือดฝาดเหมือนทุกที ‘ทำไมคุณกวินทร์ทั้งใจร้ายทั้งโหดเหี้ยมกับผู้หญิงตัวบางๆ อย่างคุณมัทกันนะ’
“เอ่อ คุณวินคะ ส้มโอขอ…”
“อะไรอีกล่ะ” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ
“ส้มโอแบกคุณมัทคนเดียวไม่ไหวหรอกค่ะ ให้คุณวิชมาช่วยด้วยได้ไหมคะ” เพราะรู้ว่าถ้าขอความช่วยเหลือจากเจ้าของห้อง เธอคงโดยไล่ออกจากที่นี่แหงๆ อีกอย่างตอนนี้เธอก็จัดการสวมใส่เสื้อผ้าให้มัทนาเรียบร้อยแล้ว หากจะมีคนช่วยเธอแบกมัทนาลงไปชั้นล่างที่ห้องนอนของหญิงสาว ก็คงจะมีแต่วรวิชเท่านั้นแหละเพราะป้านวลก็อายุเยอะ ให้มาออกแรงเห็นทีจะไม่ไหว
“ไม่ได้ !! ถ้าพาแม่นี่ออกจากห้องนี้คนเดียวไม่ได้ ก็กลับไปขนข้าวขนของออกจากบ้านฉันได้เลย” ถึงมัทนาจะมีสถานะเป็นนางบำเรอ แต่เธอก็ไม่มีสิทธิให้ชายใดมาแตะต้องตัวเด็ดขาด อีกอย่างเขาก็ไม่ค่อยไว้ใจวรวิชเพราะดูเหมือนลูกน้องหนุ่มจะมีท่าทางห่วงหาอาทรในตัวแม่นางบำเรอแสนหวานของเขาจนออกนอกหน้าเสียเหลือเกิน
ไวน์แดงถูกกระดกลงคอรวดเดียวแทนที่จะจิบเหมือนกับครั้งก่อนๆ หลังจากที่ส้มโอพยุงร่างของมัทนาออกจากห้องไปได้อย่างทุลักทุเล โดยที่ตัวต้นเหตุนั่งมองอยู่บนเตียงเฉยๆ มันไม่ใช่ความผิดของเขานี่นา ทุกคืนเขาทำมากกว่านี้ด้วยซ้ำไม่เห็นหญิงสาวจะเป็นอะไรเลย
“เธอเดินเข้ามาในเกมนี้เองนะมัทนา จะมาโทษฉันไม่ได้”
ย้อนไปเมื่อยี่สิบสองปีก่อน
ชิงช้าด้านหลังสวนอาหารที่หลายครอบครัวที่พากันมาทานข้าวในวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างมีความสุข ยกเว้นก็แต่เด็กชายกวินทร์ที่ไม่สามารถฝืนนั่งทานอาหารค่ำกับบิดาของตนได้ จะให้เขาทานข้าวอย่างอร่อยได้อย่างไรในเมื่อบิดาพาผู้หญิงอีกคนมาร่วมโต๊ะด้วย หนำซ้ำยังแนะนำว่าเธอกำลังจะเป็นแม่คนที่สองของเขา
“ทำไมพ่อถึงทำกับแม่แบบนี้” แม้จะเสียใจแต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด มารดาของเขาสอนและย้ำเตือนอยู่เสมอว่าเป็นลูกผู้ชายต้องไม่ร้องไห้ง่ายๆ จะต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องคนที่เรารัก และตอนนี้เขากำลังปกป้องมารดาที่นอนป่วยอยู่ที่บ้านเพราะรู้ว่าบิดามีผู้หญิงคนใหม่
“ฮือๆ”
กวินทร์ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้อยู่ในละแวกเดียวกับที่เขานั่งอยู่ หันซ้ายหันขวาเพื่อหาต้นตอของเสียงจึงได้พบกับเด็กผู้หญิงกำลังยืนร้องไห้อยู่มุมหนึ่งคนเดียว
“ร้องไห้ทำไม พ่อแม่ไปไหน” อยากจะปลอบให้เด็กน้อยหายจากการร้องไห้แต่กลับแสดงความห่วงใยไม่เป็น จึงได้แต่ถามออกไปห้วนๆ
“ฮือ พ่อมะ ไม่รักหนู ฮึก” เด็กผู้หญิงตัวน้อยหันมาตอบเสียงสะอื้นกับพี่ชายแปลกหน้า
กวินทร์ถึงกับหัวใจเต้นตึกตักเมื่อได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของสาวน้อย วัดจากสายตาก็รู้ได้เลยว่าโตขึ้นคงต้องเป็นผู้หญิงที่สวยมากแน่ๆ
“แล้วแม่ล่ะ แม่ก็ไม่รักเหรอ”
“แม่รักหนู แต่แม่อยู่บ้าน แม่ไม่ได้มาด้วย มาแต่แม่อีกคน”
“มีแม่กี่คนกันเนี่ย” กวินทร์เกาหัวอย่างงุนงงกับคำพูดของเด็กน้อย “ตัวเล็กหยุดร้องเถอะ” ยื่นมือไปลูบหลังของ ‘ตัวเล็ก’ ชื่อที่เขาตั้งให้สดๆ ร้อนๆ เพราะเด็กคนนี้ตัวเล็กเหลือเกิน
