บทที่ 16 16
ศุภณัฐจอดรถข้างทางเพราะไม่สบายใจที่เป็นสาเหตุให้ไลลาเจ็บตัว ไม่คิดว่ามารตีจะลงไม้ลงมือกันขนาดนี้
“คุณพาย...พรุ่งนี้แก้มไลลาต้องบวมแน่ๆ เลยค่ะ ถ้าแม่นิลถามไลลาจะตอบว่ายังไงดีเนี่ย”
หากเล่าความจริงให้มาลินีฟัง มีหวังเธอคงโดนหยิกเนื้อเขียวแน่ๆ
“รถคุณพายเปื้อนหมดเลย ตัวไลลามีแต่กะทิ”
“ทำไมถึงเกิดเรื่องขึ้นได้ล่ะครับ” ศุภณัฐหยิบกระดาษทิชชูที่พกติดรถไว้ตลอด เอื้อมมือไปเช็ดคราบที่เปื้อนบนใบหน้าหญิงสาว
“คุณมินนี่อะไรนั่นมาคุกคามก่อนนี่คะ เธอบังคับให้ไลลาเลิกกับคุณพาย เหมือนจะรู้ด้วยนะคะว่าที่คุณพายพาไลลาเข้าบ้านเป็นเพราะมีแผนการ”
“แล้วคุณไปพูดอะไรกับมินนี่เขาล่ะ ถึงได้โดนตบแบบนี้ดูสิแก้มเริ่มบวมแล้ว” ให้ตายสิ... เขาไม่เคยรู้สึกผิดและแย่ขนาดนี้มาก่อน
“ไลลาจำไม่ได้หรอกค่ะว่าพูดอะไรไปบ้าง รู้แค่ว่าตอนนั้นโกรธมากหันไปเห็นบัวลอยเลยสาดเข้าให้” นี่ถ้าเป็นน้ำซุปร้อนๆ เธอล่ะไม่อยากจะนึกถึง ผิวสวยๆ ของมารตีคงได้ลอกไปทั้งแถบ
“มินนี่ก็เลยสาดใส่คุณกลับมาใช่ไหม” ศุภณัฐส่ายหน้าเล็กน้อยกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่ยอมคนของไลลา
“เปล่าค่ะ เธอไม่ได้เทบัวลอยราดหัวไลลาหรอก ไลลาราดตัวเองค่ะ”
“ว่าไงนะครับ” ศุภณัฐอึ้งไปชั่วครู่ “ไลลา...นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ”
“แหม...ถ้าไม่ทำแบบนี้ ไลลาก็โดนเล่นงานฝ่ายเดียวสิคะ อีกอย่างไลลาโดนตบตั้งสองครั้งนะคะ แถมตัวยังเหนียวเหนอะหนะไปหมด แล้วดูผมไลลาสิไม่รู้ต้องสระกี่รอบ กลับไปบ้านต้องโดนสงสัยแน่เลย”
“ก็ทำตัวเองนี่ครับ มีอย่างที่ไหนเอาบัวลอยราดตัวเอง เป็นยังไงล่ะ” อยากจะขำอยู่หรอกนะ แต่เขากำลังอึ้งมากกว่า
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน คืนนี้คุณไปพักที่คอนโดผมก่อนเพราะยังไงก็ต้องเข้าไปสักวันอยู่แล้ว โอเคไหมครับ”
“ก็ได้ค่ะ แต่คุณพายต้องรักษาแก้มให้ไลลาด้วยนะ มันปวดหนึบๆ ยังไงก็ไม่รู้ค่ะตอนนี้” มือบางกุมแก้มป่องๆ ของตัวเองพร้อมกับโอดครวญ
ศุภณัฐยื่นมือไปผลักศีรษะร่างบางเล็กน้อยเพราะเกิดอาการหมั่นเขี้ยวอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะออกรถเดินทางกลับไปคอนโดของตัวเอง
เสียงเพลงอึกทึกเหล่านักท่องราตรีต่างขยับสะโพกโยกย้ายตามจังหวะเสียงเพลง ชั้นสองของคลับหรูเป็นที่นั่งสำหรับคนที่ต้องการดื่มและค่อนข้างเป็นส่วนตัวเพราะคนที่จะขึ้นมานั่งชั้นนี้ได้จะต้องมีระดับวีไอพี
“คืนนี้ไปไหนต่อวะกลับห้องตัวเองหรือไปจบที่อื่น” ติณสูรเหยียดยิ้มพลางกระดกน้ำสีอำพันเข้าปาก ‘จบที่อื่น’ ที่ดลกรถามขึ้นคงหมายถึงการตอบรับคำเชิญของผู้หญิงพวกที่เต้นอยู่ด้านล่างนั่น แม้จะอยู่กันคนละชั้นแต่ก็มองเห็นกันได้ชัดเจน
“ไม่รู้ว่ะ ยังไม่เจอโดนๆ” เบื่อ…ผู้หญิงพวกนั้นน่าเบื่อชะมัด
แล้วแบบไหนล่ะ ที่น่าดึงดูดใจและไม่น่าจะเบื่อง่ายๆ ฉับพลันนึกไปถึงผู้หญิงเมื่อตอนเย็นที่อ้างตัวว่าเป็นคนรักของศุภณัฐ ผู้หญิงที่มีรอยยิ้มสดใสเปล่งประกาย…ไลลา
ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนรักของไอ้เพื่อนทรยศคนนั้นจริงๆ ก็คงจะดีน่ะสิ แม้เขาจะสนใจในตัวไลลามากแค่ไหนก็ตาม
“แล้วแกไม่กลับบ้านบ้างหรือไงวะ ปล่อยน้องนุ่งไว้แบบนั้นไม่หวงไม่ห่วงบ้างไง” ดลกรใช้ศอกกระทุ้งสีข้างติณสูรเล็กน้อย น้องสาวของไอ้เพื่อนคนนี้น่ารักจับใจใครเห็นก็ต้องหลงใหล ถ้าเขามีน้องสาวอย่างนั้นคงต้องควบคุมทุกฝีก้าว
“อย่ายุ่งน่า…” ติณสูรตอบอย่างไม่ใส่ใจแต่ลึกๆ แล้วเขาไม่อยากให้เพื่อนมายุ่งวุ่นวายกับรุ้งพราว ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าไอ้พวกนี้มันหวังอะไรกัน แต่ถ้าหากใครกล้าล้ำเส้นเหมือน…ก็ลองดู !
‘พี่ติณไม่มีเหตุผล ทำไมต้องห้ามรุ้งกับพี่พายให้คบกับด้วย ถ้าเป็นเรื่องของพี่แก้ว รุ้งไม่เชื่อหรอกว่าพี่พายจะทำแบบนั้นจริงๆ ทำไมพี่ติณถึงเลือกที่จะเชื่อผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเพื่อนที่คบกันมาหลายปีล่ะคะ’ รุ้งพราวเป็นเด็กน่ารักแต่บทจะดื้อก็รั้นไม่ฟังคำของคนเป็นพี่อย่างเขาเหมือนกัน
เธออ่อนต่อโลกและมองทุกอย่างในแง่ดีเกินไป ผู้คนและสังคมในสมัยนี้มันโหดร้ายและแย่กว่าที่เธอคิดมาก คนที่คิดว่าเขาเป็นคนดี บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ เขาเจอมากับตัวเขารู้ดีมันผิดหรือไงที่ต้องการให้น้องสาวคนเดียวเจอกับผู้ชายดีๆ
“เออๆ ไม่ยุ่งก็ได้ พวกฉันแค่ไม่ได้เจอน้องรุ้งตั้งนานแล้ว แกเล่นห้ามไม่ให้พวกฉันขึ้นไปหาเลยนี่หว่า” คีตภัทรหยอดอีกนิดหน่อยและได้ผลเมื่อติณสูรจ้องกลับตาเขม็ง
“ไอ้พวกเวรอย่านึกว่าฉันไม่รู้ว่าพวกแกคิดอะไรกัน ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันเกิดซ้ำๆ อย่าคิดลองดี” วางแก้วกระแทกลงกับโต๊ะอย่างเสียอารมณ์
“ไอ้ภัทรแกเลิกพูดไปเลยถ้าไม่อยากให้บรรยากาศเสียไปมากกว่านี้” ดลกรชี้หน้าเพื่อนไม่จริงจังมากนัก พวกเขาเองก็จนปัญญาที่จะดึงให้ติณสูรและศุภณัฐกลับมาเหมือนเดิม เพราะเรื่องที่เคยเกิดขึ้นนั้นเขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่ก็พอจะรู้ว่าแก้วกัลยานั้นชอบส่งสายตาให้ฝ่ายศุภณัฐอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่อยากคาดเดาอะไรไปเอง
“งั้นมาทำอะไรแก้เซ็งกันดีกว่า” อารมณ์ที่ดูเหมือนเปลี่ยนรวดเร็วของ คีตภัทรทำให้สองหนุ่มแปลกใจเล็กน้อย โดยเฉพาะติณสูรที่มองตามสายตาของเพื่อนไปตรงทางขึ้นบันได
“อะไรวะไอ้ภัทรที่ว่าแก้เซ็ง”
“สวยชิบหาย แม่เจ้าโว้ยหุ่นสุดยอดเลยว่ะ” คราวนี้ดลกรหันไปมองตามบ้างถึงกับสูดปากเข้าหากัน
