บทที่ 17 17
ติณสูรลอบมองหญิงสาวที่เดินขึ้นมาพร้อมกับบริกรดูท่าแล้วเธอคงจะมานั่งดื่มร้านนี้บ่อยๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีสิทธิ์ที่จะได้ขึ้นมาชั้นนี้หรอก แต่ทำไมเขาถึงไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้เลยนะ สวยๆ แบบนี้คนอย่างติณสูรพลาดไปได้ยังไง
เรือนร่างของหญิงสาวสูงโปร่งเธอสวมเดรสรัดรูปสีแดงสดสั้นเหนือประมาณสามนิ้วเข่าเผยให้เรียวขายาวชนิดที่ว่าสะกดสายตาของเขาได้อยู่หมัด ผมสลวยดัดลอนใหญ่ยาวลงมาถึงเอวคอดน่าโอบกอดนั่น เขาไม่แน่ใจว่าผมของผู้หญิงน่าขย้ำคนนั้นสีอะไรเพราะแสงไฟในร้านมันสลัวเกินไป
“เออ เด็ดจริงว่ะไอ้ภัทร”
ดลกรครางเสียงแผ่วสายตายังคงมองตามไม่ห่าง
“ฉันจอง !” ติณสูรก็โพล่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเรียกให้คีตภัทรและดลกรทำหน้าเซ็งไปตามๆ กัน
“ไอ้ติณ คนนี้ฉันเห็นก่อนนะเว่ย” คีตภัทรร้องค้านนึกเสียดายผู้หญิงคนนั้น แต่ก็รู้ว่าถึงอย่างไรก็สู้ติณสูรไม่ได้อยู่ดี ไอ้เพื่อนคนนี้มันภาษีดีกว่าเยอะ
“เอางี้ดีกว่าว่ะ ฉันมีเกมให้แกเล่นไอ้ติณ สนใจหรือเปล่า” ดลกรนึกแผนเด็ดขึ้นมาได้ อยากแกล้งไอ้เพื่อนหน้าหล่อเหลือเกิน เจอผู้หญิงสวยๆ กี่คนๆ มันก็คาบไปหมด ไม่เหลือไว้ให้เขากับคีตภัทรบ้าง
“อะไรวะไอ้ดลย์” ดลกรเพียงแต่ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
“เออเกมอะไรของแก”
“ฉันรู้ว่าแกคงจีบผู้หญิงคนนั้นติดได้ไม่ยาก เพราะคนอย่างติณสูรไม่เคยพลาดเรื่องแบบนั้น แต่ที่ฉันอยากจะท้าแกก็คือ” ดลกรเหยียดยิ้มเหล่มองผู้หญิงที่พวกเขากำลังจะดึงเข้ามาในเกมแล้วหันกลับมามองเพื่อนของตัวเอง “ฉันขอท้าให้แกคบกับผู้หญิงคนนั้นสามเดือน ระยะเวลาสามเดือนแกห้ามวอกแวกไปกับผู้หญิงคนอื่นนะเว้ย ไม่งั้นถือว่าเกมจบลงทันที”
“แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นฝ่ายขอจบความสัมพันธ์กับฉันเองล่ะ” คนถูกท้าตั้งข้อสงสัย เพราะส่วนมากผู้หญิงเที่ยวบางคนก็ไม่ได้ต้องการที่จะผูกมัด
“แกต้องทำให้เธอหลงแกให้ได้สิวะ คนอย่างติณสูรเรื่องแบบนี้ของกล้วยๆ อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”
“แล้วถ้าฉันทำสำเร็จ…จะได้อะไรวะ พวกแกจะให้อะไรฉัน” ติณสูรกระดกเหล้าขึ้นมาดื่มอีกอึกหนึ่ง ของแบบนี้มันก็น่าสนใจอยู่หรอกนะ
แต่ว่าสามเดือนมันไม่นานไปหน่อยเหรอ ไม่รู้ว่าสองอาทิตย์กับคนๆ เดิม เขาจะทนไหวหรือเปล่า ปกติมักจะจบลงที่เตียงเสมอเสร็จแล้วก็ทางใครทางมัน
“นี่พวกแกเหมาฉันเข้าไปอยู่ในเกมด้วยอย่างนั้นเหรอวะ” คีตภัทรเกาศีรษะตัวเอง งุนงงว่าถูกลากเข้าไปในเกมนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
“เออ !” ดลกรหันไปตอบเพื่อนที่ยังงงอยู่ “ถ้าแกทำอย่างที่ฉันพูดได้ ฉันให้รถแกหนึ่งคันฟรีๆ เลยเอาไหม”
“ใจเด็ดดีนี่หว่า ฉันรับข้อเสนอแต่ขอแค่เดือนเดียวไม่ได้เหรอวะ” สามเดือนมันนานไป ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะอดทนกับคนๆ เดียวได้หรือเปล่า
“รถคันหลายล้านนะเว่ย สามเดือนแหละไอ้ติณมันจะได้สมน้ำสมเนื้อ” ดลกรกลัวเสียเปรียบยืนยันที่จะใช้กฎเดิม
“นี่มันเกมของไอ้พวกที่ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรกันเหรอวะ”
“เราพลาดผู้หญิงคนนี้ไปคนเดียว แต่สามเดือนที่เหลือไอ้ติณจะไม่มีโอกาสได้แอ้มผู้หญิงสวยๆ คนไหนได้อีกนะเว่ย ฮ่าๆ” ดลกรกระซิบบอกคีตภัทรก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเล่าแผนลับให้ฟัง
“ฉลาดนี่หว่าไอ้ดลย์” สองหนุ่มตบมือกันสะใจ ในขณะที่ติณสูรลุกขึ้นจากโต๊ะไปแล้วเพื่อดำเนินการขั้นแรก
มารตีเคาะนิ้วลงกับโต๊ะตามจังหวะเสียงเพลงที่เมามัน แต่วันนี้เธอไม่มีอารมณ์จะเดินลงไปแล้ววาดลายโชว์ลีลาการเต้นสักนิด มันน่าโมโหและเสียอารมณ์มากที่สุดเพราะหลังจากที่เธออาบน้ำ และจัดการเปลี่ยนชุดแล้วกลับลงมา
ก็ไม่เจอศุภณัฐจริงๆ เขาไม่สนใจเธอเลยสักนิดมันเป็นเรื่องที่บ้ามากที่สุด
“คุณหมอนะคุณหมอ” ปากเรียวบางเม้มเข้าหากันแน่น ทั้งโกรธและน้อยใจแต่ก็รู้ว่าศุภณัฐหาได้สนใจ เพราะดูเหมือนว่ากำลังจะหลงแม่ไลลานั่นเอามากเลยทีเดียว
พูดถึงผู้หญิงบ้าคนนั้นยิ่งพาลให้เธออยากจะกรีดร้องออกมา คนอะไรยิ่งกว่าคำว่ามารยาเล่นเอาบัวลอยร้อนๆ เทราดศีรษะตัวเองอย่างนั้น พูดก็พูดเถอะนะถ้าเธอไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็คงจะปักใจเชื่อว่าคู่กรณีเป็นคนสาดใส่
แต่มันไม่ใช่ !
เธอเหวี่ยงมือฟาดกับแก้มใสๆ นั่นไปแค่สองครั้งเอง แต่ไลลาเอาคืนเธอหนักยิ่งกว่าตบหน้าสิบครั้งเสียอีก แววตาของศุภณัฐที่ใช้มองเธอตอนที่เขาเห็นรอยนิ้วทั้งห้าบนแก้มของไลลานั่น มันดูน่ากลัวแปลกๆ แม้ศุภณัฐจะไม่แสดงอาการอะไรออกมาก็ตาม
“เดี๋ยว... ฉันไม่ได้สั่งนะ” ร้องถามบริกรเมื่อเขาวางเครื่องดื่มบนโต๊ะเธอ จำได้ว่าเธอไม่ได้สั่งน้ำส้มนะ บ้าหรือเปล่า ! มาเที่ยวคลับให้ดื่มน้ำส้มเนี่ยนะ...
“มีคนสั่งมาให้คุณผู้หญิงครับ” ทำหน้างงเมื่อได้ยินคำตอบจากบริกร “ใครจะไปดื่มน้ำส้มบ้าๆ นี่” นิ้วเรียวดันมันออกไป จู่ๆ มีคนแปลกหน้าสั่งมาให้ใครจะกล้าแตะของพวกนี้ มียาอะไรอยู่ในนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้
“ขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่รู้ว่าคุณไม่ชอบดื่มน้ำส้ม” ติณสูรออกโรงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่เพื่อนท้าเอาไว้ ไม่มีทีท่าสนใจน้ำส้มที่เขาสั่งหรือแม้แต่จะหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาคนที่ตั้งใจสั่งให้
ดูแล้ว...มันก็น่าสนุกดี สวยแต่หยิ่งไม่เบาเลยทีเดียว
