บทที่ 20 20
ทายาทเพียงคนเดียวของเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังอย่างศุภณัฐ
“มินนี่ยังยืนยังคำเดิมค่ะคุณแม่ ยังไงมินนี่ก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจจากคุณหมอง่ายๆ หรอก” เธอเฝ้ารอตั้งนานกว่าเขาจะเลิกกับแฟนเก่า แต่...ตอนนี้เขาดันไปคว้าแม่ไลลามาเป็นแฟนใหม่เสียนี่ ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยเกือบทำให้เธอลุกขึ้นจับทั้งสองคนแยกออกจากกัน
‘เอาล่ะๆ แม่เหนื่อยที่จะพูดกับมินนี่เรื่องนี้แล้ว แค่นี้ก่อนนะลูก รีบๆ กลับบ้านล่ะ’ มารตีรับคำก่อนจะกดวางสายไป
เงาที่สะท้อนออกมาจากกระจกมองยังไงก็ดูดี ไม่ว่าจะเป็นใบหน้ารูปไข่ดวงตากลมโตรับกับจมูกโด่งเชิด ริมฝีปากอวบอิ่มที่ตอนนี้เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสด “ฉันจะไม่ยอมเธอง่ายๆ หรอกนะไลลา ยังไงคุณหมอก็ต้องเป็นของฉัน”
ติณสูรกระตุกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมดแม้จะไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่
แต่อย่างน้อยก็รู้ชื่อเสียงเรียงนามมาก็ยังดี
“มินนี่อย่างนั้นเหรอ ชื่อน่ารักดีนี่...” ลูบคางตัวเองตาคมจ้องไปยังเรือนร่างสมส่วนด้านหลังของสาวเจ้าที่เดินออกมาจากห้องน้ำ ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะกลับแล้วสินะถึงได้เลี้ยวขวาแทนที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าไปข้างใน
ให้ตายสิ...บอกตรงๆ ว่าตอนนี้เขายังอยากดื่มต่อ แต่ถ้ากลับเข้าไปนั่งที่โต๊ะไอ้สองหน่อนั่นต้องแซวเขาแหงๆ อาจจะโดนหยามว่าคนอย่างติณสูรไม่มีน้ำยาทำให้สาวสวยอย่างแม่ชุดแดงหลงได้ ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงในเมื่อรับคำท้าไปแล้วก็ต้องเล่นให้ถึงที่สุดและเกมนี้เขาต้องเป็นผู้ชนะเท่านั้น
“โอ๊ย ! ทำไมชีวิตของฉันต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้ด้วย” มารตีแทบจะร้องไห้ออกมาเมื่อเดินออกมายังที่จอดรถ แต่รถกับสตาร์ทไม่ติดทั้งที่ตอนขับออกมาก็ยังดีๆ อยู่ “พรุ่งนี้คงต้องไปทำบุญล้างซวยแล้วมั้งมินนี่” โมโหเตะเข้ากับล้อรถไปหนึ่งที
“เจ็บ...” น้ำตาแทบไหลไอ้ตอนที่อยากระบายความโกรธมันไม่ได้คิด หรอกว่าจะเจ็บตัว
“ไม่เจ็บก็บ้าแล้ว มันก็อยู่ของมันเฉยๆ คุณไปเตะมันทำไมล่ะ” ติณสูรกอดอกพูดแล้วขำออกมาเล็กน้อย ดูท่าแล้วอะไรๆ คงจะเข้าข้างเขา ขนาดเดินตามออกมาได้ทีหลัง รถของหญิงสาวดันเกิดเสียอีก
ที่รู้เพราะเดาจากสองมือที่ยืนเท้าเอวอยู่อีกทั้งผมสลวยของเธอดูไม่เรียบเหมือนกับโดนขยี้มาอย่างนั้น คงจะหัวเสียน่าดู
สวยๆ ร้ายๆ แบบนี้อารมณ์ร้อนใช่เล่น...
“มาทำไม ออกไปเลยนะถ้าไม่อยากโดนส้นสูงฟาดหน้า” ตอนนี้เธอไม่คิดจะพูดดีๆ ด้วยแล้วคนยิ่งโมโหอยู่
นี่ก็ดึกแล้วกลัวก็กลัวว่าบิดากับมารดาจะกลับมาถึงบ้านก่อน แม้ท่านทั้งสองจะตามใจเธอแต่เรื่องเที่ยวกลางคืนนี่เป็นข้อยกเว้น
“ทำไมคุณชอบมองผมในแง่ร้ายจังเลยมินนี่... ถึงเพิ่งจะคุยกันครั้งแรกก็เถอะอย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรผิดๆ สิ แล้วรถเป็นอะไรมากหรือเปล่าให้ผมช่วยเอาไหม” ส่งยิ้มหล่อๆ ไปให้ แต่กลับไม่ได้รอยยิ้มหวานๆ ส่งกลับมาบ้างสักนิด
“รู้ชื่อฉันได้ยังไง นี่คุณเป็นใครกันแน่”
“รู้ได้ยังไงไม่ใช่เรื่องน่าสนใจเอาเป็นว่าผมรู้ก็แล้วกัน แล้วสรุปเรื่องรถจะเอายังไงครับ เดาว่าคงจะรีบกลับเพราะผมเห็นว่าคุณดูนาฬิกาหลายรอบแล้ว” คนมากแผนยิ้มเป็นต่อเมื่ออะไรๆ ก็เข้าทางตัวเอง
“แน่นอนว่าฉันคงไม่ไว้ใจให้ผู้ชายอย่างคุณไปส่งแน่” มารตีพูดดักคอเมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่ม หญิงสาวหมุนตัวเดินไปอีกทางก่อนจะสาวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งเมื่อเห็นว่าแท็กซี่กำลังจะผ่านมา
“บ้าเอ้ย ! พยศจนน่าจับจูบให้ลิ้นขาดไปเลย” ร่างสูงรีบวิ่งตามคนตัวเล็กไปเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังโบกรถอยู่
“ไปวัชรพลค่ะ” มารตีรีบพูดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของชายหนุ่มโรคจิตกำลังวิ่งมาทางเธอ
“ไปครับๆ ขึ้นมาสิ” แต่ทว่าสาวเจ้าต้องนิ่วหน้าเมื่อได้ยินเสียงของโชเฟอร์ ชวนน่าขนลุกทั้งน้ำเสียงและสายตาจริงๆ
“ไม่ไปแล้วค่ะ...” ตัดสินใจปิดประตูเพราะห่วงความปลอดภัยของตัวเอง แล้วทีนี้จะทำยังไงดีทำไมเจ้าลูกรักของเธอต้องมาเสียตอนนี้ด้วย
ขับมาตั้งนานก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรมาเสียได้ถูกจังหวะจริงๆ
“ยังมีผมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกนะมินนี่”
“นี่...หยุดเรียกชื่อของฉันเดี๋ยวนี้นะ เราไม่ได้รู้จักกันเสียหน่อย” ทำไมผู้ชายคนนี้ต้องมาตามเธอต้อยๆ ด้วย หน้าตาแบบนี้ก็ใช่ว่าจะหาผู้หญิงคนอื่นไม่ได้ ทำไมไม่ไปหาผู้หญิงที่เขา ‘เล่น’ ด้วยล่ะ
“รู้จักกันแล้วนี่ ผมแนะนำตัวไปแล้วว่าผมชื่อติณสูร”
“ฉันไม่อยากจำให้รกสมอง หลีกไป...” มือบางแหวกหาทางที่จะเดินเพราะชายหนุ่มขวางเอาไว้ แต่มือบางของเธอกลับถูกมือหนาของเขารวบเอาไว้เสียก่อน “สกิลการจีบผู้หญิงของคุณนี่แย่มากเลยรู้ตัวหรือเปล่า” ปรายตามองแล้วพูดเสียงเขียว
“ไม่รู้สิ เพราะปกติไม่เคยจีบก็ได้ติดมือมาง่ายๆ แล้ว” ยักไหล่ตอบราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาๆ แต่สำหรับคนฟังได้ยินแล้วถึงกับเบ้ปาก
“ยอมรับก็ได้ว่าผมสนใจคุณตั้งแต่คุณก้าวขึ้นมาชั้นสองน่ะ สวยสะดุดตาจนมัดใจผมจริงๆ นะมินนี่”
“ปล่อยมือฉันนะ ไอ้คนชีกอ” เขากำลังทำราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงข้างถนน คิดจะมาพ่นคำหวานๆ ใส่แล้วคนอย่างมารตีจะติดกับอย่างนั้นเหรอไง ทั้งที่หน้าก็เพิ่งจะเคยเห็นกันวันนี้วันแรกอะไรกัน เจอปุ๊ปก็คลิกปั๊ป...ใช้ไม่ได้กับเธอหรอกนะ ถึงจะเรียนนอกแต่ก็ยังมีด้านโบราณๆ ในหัวสมองอยู่
“โทรศัพท์คุณดังน่ะ”
