บทที่ 21 21

มารตีรีบล้วงกระเป๋าแล้วควานหาโทรศัพท์ แล้วก็ต้องหน้าซีดเผือดเมื่อสายเรียกเข้าคือมารดาของตัวเอง อย่าบอกนะว่าถึงบ้านแล้ว

“ค่ะ คุณแม่”

‘มินนี่กลับหรือยัง พ่อกับแม่กำลังจะกลับแล้วนะลูก ที่แม่โทรมาบอกก่อนเพราะไม่อยากให้คุณพ่อไม่สบายใจ’

“กลับแล้วค่ะ มินนี่กำลังจะขับรถออกไปแต่คุณแม่โทรมาพอดี”

‘จ้ะ ถึงบ้านแล้วขึ้นนอนเลยนะลูกคุณพ่อจะได้ไม่สงสัย’

‘ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณแม่’ วางสายแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมา

ร่างสูงที่ยืนมองข้างๆ ได้ยินทุกคำพูดหนำซ้ำเขายังไม่ยอมปล่อยมือเธอ  ติณสูรยิ้มกริ่มกระชับมือบางเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมแรงน้อยๆ ของหญิงสาวที่ดื้อรั้นไม่ยอมเดินตามมา

“ปล่อยฉันนะคนบ้า จะพาฉันไปไหน” จ้องตาเขม็งอย่างไม่ไว้ใจ

“จะพาไปส่งบ้านไง แม่คุณจะกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวโดนดุหรอกแอบพ่อกับแม่มาเที่ยวแบบนี้ ใช้ไม่ได้เลยเด็กน้อย”

“ฉันไม่ใช่เด็กนะ บรรลุนิติภาวะแล้ว !!”

“นั่นสินะ ไม่เด็กแล้วจริงๆ หึหึ”

เด็กบ้าที่ไหนจะนมใหญ่ขนาดนี้ล่ะ ติณสูรได้แต่หัวเราะในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไปเพราะกลัวหญิงสาวจะไม่ยอมให้เขาไปส่งที่บ้าน

นี่คือแผนขั้นแรก แสดงความจริงใจและความเป็นสุภาพบุรุษ

“สรุปว่าให้ผมไปส่งนะ เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าถ้ากลับแท็กซี่คุณอาจจะกลับไม่ถึงบ้าน” เธอควรจะรู้บ้างว่ารูปร่างของเธอมันเย้ายวนใจผู้ชายมากแค่ไหน บวกกับหน้าสวยๆ นี่ด้วยแล้วมีใครบ้างที่ไม่ต้องการ

“จะบอกว่าถ้าฉันยอมกลับกับคุณจะปลอดภัยมากว่าอย่างนั้นเหรอ” เขาเองก็อันตรายใช่เล่น !

แต่เหมือนว่าตอนนี้คนอย่างเธอมีทางเลือกที่ไหนดีกว่านี้อีกเหรอ...ไม่ถึงชั่วโมงบิดาและมารดาของเธอต้องกลับถึงบ้านแน่ๆ

“อย่างน้อยผมก็มีโปรไฟล์ดีกว่าคนขับแท็กซี่ล่ะนะ เลี้ยงคุณได้สบายทั้งชาติ” พอร่างบางตั้งท่าจะวีนอีกรอบติณสูรไม่รอช้ารีบลากคนตัวเล็กไปที่รถตัวเองทันที “ถ้ายังไม่หยุดพูดเสียงแหลมๆ ผมจะจูบปิดปากคุณตรงนี้แหละ” วิธีนี้เหมือนจะใช้ได้ผลเกินคาด

“ฉันจะกลับแท็กซี่ !” มารตียื่นคำขาดอีกรอบ แต่ว่าถูกชายหนุ่มดันเข้าไปนั่งในรถของเขาเสียก่อน

หวังว่าเธอคงจะอยู่รอดปลอดภัยจนถึงบ้านนะ เธอยังอยากไปพิชิตหัวใจของศุภณัฐอยู่จะต้องไปสู้รบกับยัยคนเจ้าเล่ห์มากแผนการอย่างไลลาอีก...

ศุภณัฐเดินเข้าห้องมาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงพร้อมกับวางผ้าเย็นและน้ำแข็งที่จับใส่ถังใบเล็กๆ ไว้ที่โต๊ะข้างๆ หัวเตียง หวนนึกไปถึงคำพูดของไลลาเมื่อตอนที่อยู่บนรถ

‘เปล่าค่ะ เธอไม่ได้เทบัวลอยราดหัวไลลาหรอก ไลลาราดตัวเองค่ะ’

ไม่อยากจะเชื่อว่าไลลาจะเจ้าเล่ห์มากถึงขนาดนี้ เพราะเท่าที่ดูแล้วผู้หญิงอย่างมารตีก็ไม่ใช่คนหัวอ่อนแต่กลับตามแผนของไลลาไม่ทันเสียนี่ แสดงว่าดีกรีความร้ายกาจของคนรักกำมะลออย่างคนที่กำลังอาบน้ำอยู่นำโด่งไปไกล

แต่ถึงมารตีจะโดนไลลาเล่นงานแบบนั้นกลับไป เขาเองก็ยังรู้สึกผิดอยู่ที่ทำให้ไลลาต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ คืนนี้แก้มของเธอคงจะช้ำและบวมถ้าไม่รีบเอาน้ำแข็งประคบให้ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ หญิงสาวคงต้องเก็บตัวสักวันสองวันเลยล่ะเขาเชื่ออย่างนั้น เพราะไลลาคงไม่อยากให้มาลินีมารดาของตัวเองต้องมารู้เรื่องพวกนี้ เดี๋ยวมันจะยิ่งบานปลายเลยเถิดไปถึงเรื่องของมัทนา ทุกคนต่างพยายามปิดบังเรื่องนี้กับมาลินี...

“คุณพาย...” ไลลาชะงักเมื่อก้าวออกมาจากห้องน้ำ โชคดีที่เธอนำเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนด้วย “ขอโทษนะคะไลลาอาบนานไปหน่อย ต้องนั่งแกะแป้งกลมๆ ออกจากผม เหนียวมากเลยค่ะ” ไหนจะยังความมันของกะทิอีก ต่อไปเธอจะไม่ลงทุนทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว

ลำบากมากเวลาชำระล้างคราบพวกนี้เนี่ย เธอต้องสระผมไม่ต่ำกว่าสามครั้งเพราะผมเธอยาวด้วยและเธอก็รักมันมาก ไม่อยากจะตัดเพียงเพราะสางไม่ออก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มานั่งนี่สิเดี๋ยวผมจะประคบน้ำแข็งให้ ไม่อยากแก้มบวมไม่ใช่เหรอ”

แก้มใสๆ ของไลลายังมีรอยแดงจางหลงเหลืออยู่มองแล้วก็อดโทษตัวเองอีกครั้งไม่ได้

“ดีนะที่ไลลาทิ้งกระเป๋าใบเล็กไว้ที่นี่ ไม่อย่างนั้นคืนนี้ต้องขอยืมชุดคุณพายสักชุด” เสื้อยืดตัวหลวมๆ กับกางเกงขาสั้นบางเบาที่เธอชอบเอาไว้ใส่เวลานอน มันคงดูไม่น่าเกลียดเท่าไหร่หรอกกระมัง “ไลลาไม่กล้าส่องกระจกเลยค่ะ กลัวว่ามันจะบวมจริงๆ” มือบางแนบแก้มตัวเองรู้สึกตึงๆ ปวดๆ แล้ว

คราวหน้าถ้าเล่นกันแบบนี้อีกเธอจะลงไม้ลงมือบ้างแล้ว เชอะ...มารตีคิดว่าเธอไม่กล้าทำหรือยังไง

“ปกติก็บวมอยู่แล้วนะ” ศุภณัฐพูดพลางกลั้วหัวเราะไปด้วย ได้ค้อนวงโตจากหญิงสาวเต็มๆ “แก้มของคุณมันป่องอยู่แล้วไม่รู้หรือไง ถึงจะบวมเพราะฝีมือของมินนี่ก็คงไม่มีใครมองออกหรอกครับ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“คุณพาย ! ว่าไลลาอ้วนเหรอคะ” มันคือปมด้อยในใจลึกๆ ของเธอเลยนะกับใบหน้ากลมๆ เนี่ยควบคุมน้ำหนักก็แล้วแต่แก้มย้วยๆ นี่ยังไงก็ไม่ยอมลดลงสักที

จนปัญญาที่จะหาวิธีลด มาลินีชอบพูดบ่อยๆ ว่าแก้มของเธอเหมือนกับซาลาเปา

“ผมไม่ได้บอกว่าไลลาอ้วนเสียหน่อย แก้มป่องๆ ใสๆ แบบนี้ก็น่ารักดีนะครับ เหมือนกับแก้มของเด็กเล็กๆ เลย” ยิ่งเวลาเธออยู่ในอารมณ์ไม่ดีแก้มใสๆ ของเธอจะแดงระเรื่อขึ้นนิดๆ มองแล้วก็พาลให้นึกถึงรุ้งพราว

ขานั้นน่ะ...แก้มแดงเสมอเวลาเขาบอกรัก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป