บทที่ 22 22
ไลลาเขินจนตัวม้วนกับคำชมของคุณหมอหนุ่ม จนต้องยกมือทาบอกเพราะจู่ๆ หัวใจก็เต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ และยิ่งสะท้านมากขึ้นไปอีกเมื่อศุภณัฐมองเธออย่างลึกซึ้งจนต้องเม้มปากเอาไว้เพราะไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี ดวงตาของเขาช่างดูลึกลับและซับซ้อนยากที่เธอจะเจาะลึกและเข้าถึง
“คุณพายคะ คุณพาย” มองนานเกินไปหรือเปล่า ราวกับว่าเขากำลังตกอยู่ในภวังค์อะไรสักอย่าง
“ขอโทษทีครับ คุณทำให้ผมนึกถึงใครบางคน” บ้าไปแล้วเขาดันเผลอมองไลลาเป็นรุ้งพราวได้อย่างไรกันนะ เพียงแค่เห็นแก้มๆ แดงก็คิดถึงคนอยู่ห่างไกลเสียแล้ว ป่านนี้ไม่รู้ว่าเข้านอนไปแล้วหรือยังนึกแล้วก็ยิ้มออกมาจางๆ
ใครบางคน ?
งั้นก็แสดงว่าเมื่อกี้ที่เขามองเธอค้างอยู่นานสองนานแบบนั้น กำลังคิดถึงคนอื่นอยู่อย่างนั้นเหรอ ทำไมเธอถึงรู้สึกไม่ดีกับคำพูดคำนี้ของศุภณัฐเลยนะ
“ไลลาปวดแก้มแล้วค่ะคุณพาย” ส่งเสียงงอแงอยากให้ชายหนุ่มสนใจเธอบ้าง “ไลลาเจ็บตัวเพราะคู่หมั้นของคุณพายนะคะ ดังนั้นต้องรับผิดชอบด้วย”
“ผมขอโทษครับ ไม่คิดเหมือนกันว่ามินนี่จะเล่นแรงขนาดนี้” สำนึกผิดด้วยการประคบผ้าเย็นให้หญิงสาว ดวงตากลมโตจ้องเขาราวกับลูกแมวน้อย ไลลาฉีกยิ้มออกมาอย่างน่ารักจนคนที่เคยคิดว่าเย็นชาต้องแสร้งหลบตามองไปทางอื่น ศุภณัฐทำเป็นไอกลบเกลื่อนเพื่อให้หญิงสาวหยุดจ้องเขาเสียที “แต่ผมก็ไม่ชอบวิธีการของคุณนะไลลา คราวหน้าอย่าใช้อารมณ์แบบนี้อีกนะครับ มีแต่เสียกับเสียแล้วก็ต้องเจ็บตัวกลับมาแบบนี้” ปะทะอารมณ์สาดใส่กันเยี่ยงนี้มันไม่ใช่ทางออกที่ดีเลย แม้จะไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นพูดยั่วโมโหอะไรไลลาอย่างไรบ้าง แต่ถ้าหญิงสาวยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้แบบนี้แผนที่ตั้งใจตบตาทุกๆ คน คงพังทลายแน่ๆ เพราะ อัมภาค่อนข้างชอบให้ทุกคนอยู่ในกรอบของตน เว้นเสียแต่มารตีเท่านั้นที่นอกเหนือกฎเกณฑ์ ขนาดผู้หญิงที่เรียบร้อยๆ อย่างรุ้งพราวท่านยังไม่ชอบและไม่ถูกใจเลย แต่สำหรับเขาแล้ว...รุ้งพราวคือผู้หญิงที่เขาต้องการร่วมใช้ชีวิตด้วยในอนาคต
“ตามสบายเลยนะครับไลลา” คุณหมอหนุ่มพูดเสียงนุ่มนวลก่อนจะเก็บของแล้วลุกขึ้น
“คืนนี้ไลลาคงหลับยาว เหนื่อยมากเลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะถูกจับได้หรือเปล่า”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมนอนได้คุณไม่ต้องกังวลใจไป” ท่าทีสบายๆ ของศุภณัฐทำให้ไลลาคลายความกังวลลงไปบ้างนิดหนึ่ง ไม่รู้ว่าเธอจะต้องอาศัยอยู่คอนโดของเขาไปอีกนานเท่าไหร่ ใจจริงไม่อยากจะอยู่นานเพราะกลัวหัวใจตัวเองยังไงก็ไม่รู้ เผลอสบตาศุภณัฐทีไรหัวใจมันสั่นไหวแปลกๆ
“คุณพาย...” ขานเรียกชายหนุ่มเสียงหวานเพราะกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง
“อะไรเหรอครับ” เสียงหวานชวนน่าสงสัยจนต้องถามอย่างระแวง
“แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเนี่ย คุณพายจะโดนคุณป้าเอ็ดเอาหรือเปล่าคะ” ไลลาถามพร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้ ก็เธอเล่นจัดเบาๆ กับมารตีไปหนึ่งยก ไม่อยากจะคิดถึงครั้งหน้าที่จะได้เจอกันเลยว่าจะเป็นอย่างไร
ศุภณัฐมองหน้าใสๆ ของไลลาในยามที่เธอไม่มีเครื่องสำอางติดหน้ามองแล้วเพลินตาไปอีกแบบ เห็นใสๆ แบบนี้แสบสุดยอดแต่บางเรื่องกลับดูเปิ่นๆ “ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เพราะกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว แต่ผมเชื่อว่าป้าของผมท่านน่าจะมีเหตุผลเพราะฝ่ายนั้นตบคุณก่อน”
“แต่ยังไงเขาก็ต้องเข้าข้างกันนี่คะ ก็ฝ่ายเดียวกันนี่นา” แค่สบตากันครั้งแรกก็รับรู้ถึงความไม่เป็นมิตรแบ่งพรรคแบ่งพวกกันเสียแล้ว
“ไลลาครับ...” เสียงเข้มเอ่ยออกไปพร้อมกับใช้สายตานิ่งๆ มองหญิงสาวจนเธอต้องยิ้มแห้งๆ
“ขอโทษค่ะคุณพาย” ก็มันจริงนี่นา พูดความจริงมันผิดตรงไหน
“เดี๋ยวผมจะออกไปนอนข้างนอก ถ้ามีอะไรเรียกผมได้เลยนะครับ” ศุภณัฐเตรียมจะออกไปข้างนอกแต่เสียงใสๆ กลับเรียกรั้งตัวเขาไว้เสียก่อน
“พรุ่งนี้รอไลลาด้วยนะคะ ไลลาจะไปโรงพยาบาลด้วยเป็นห่วงแม่นิลค่ะ” หวังว่าแก้มคงยุบทันนะ
“โอเคครับ ผมออกจากที่นี่ประมาณเจ็ดโมง” เขาพูดเหมือนกับว่าเธอเป็นคนตื่นสายอย่างนั้นแหละ “ฝันดีนะครับ”
“ฝันดีค่ะ” ประตูปิดลงพร้อมกับรอยยิ้มที่แต้มบนใบหน้าของเธอ ไลลานอนคว่ำหน้าเมื่อไม่สามารถกลั้นยิ้มเอาไว้ได้ สองมือทุบที่เตียงเป็นระวิงพลางสูดกลิ่นหอมๆ ของหมอน กลิ่นของเจ้าของห้องช่างอบอวลเหลือเกิน
“บ้าน่ะไลลา อย่าคิดเกินเลยไปแบบนั้นสิ ท่องเอาไว้ทำเพื่อพี่มัท ทำเพื่อพี่มัทเท่านั้นห้ามวอกแวกเด็ดขาด” ลุกขึ้นไปปิดไฟก่อนจะล้มตัวลงที่นอนเหมือนเดิม และไม่ลืมที่จะตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้กันตื่นสายไม่อย่างนั้นคงต้องไปโรงพยาบาลเอง เพราะคุณหมออย่างศุภณัฐคงจะไม่รอเธอหรอกยังไงคนไข้ก็ต้องสำคัญมากกว่าแฟนกำมะลออย่างเธอ
ไฟในห้องปิดลงแล้วศุภณัฐนอนมองเพดานแล้วก็ครุ่นคิดว่าที่ตัวเองกำลังทำอยู่มันถูกแล้วใช่ไหม เขาคงไม่ได้เล่นกับความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่หรอกนะ เพราะอย่างน้อยก็ป้องกันตัวเอาไว้แล้วสัญญาก็ระบุชัดเจนถึงข้อห้าม ไลลาเป็นผู้หญิงที่ฉลาดคงหักห้ามใจตัวเองไว้ได้เพราะดูเหมือนหญิงสาวจะมุ่งมั่นช่วยมัทนา คงไม่อยากให้เงินก้อนหนึ่งหลุดลอยไปเพราะละเมิดข้อสัญญาข้อนั้น
จะว่าไปแล้วตอนที่เขาได้พบกับมัทนาและรับรู้ถึงปัญหาของเธอช่วงแรกๆ มัทนามีบางส่วนที่คล้ายกับรุ้งพราวก็คือแววตาที่แฝงไปด้วยความเศร้าแต่ลึกๆ ในแววตานั้นมีความเด็ดเดี่ยว เขาเคยแอบมีความรู้สึกดีๆ ให้กับมัทนาด้วยซ้ำไปแต่นั่นก็เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ หรืออาจจะเป็นเพราะความสงสารกับสิ่งที่หญิงสาวต้องพบเจอ ซึ่งเธอก็ปฏิเสธความหวังดีของเขาที่จะช่วยเหลือเพียงเพื่ออยากจะปกป้องกวินทร์
