บทที่ 24 24
คนละขั้วคนละความรู้สึกเลยเห็นจะได้ นึกถึงวันเกิดของพี่สาวที่แสนดีแล้วเธอก็แทบจะอยากระบายและร้องไห้ออกมาด้วยความสงสารมัทนา เพราะเธอแท้ๆ ที่เป็นต้นเหตุทั้งหมดทำให้มัทนาต้องตกไปอยู่ในบ่วงอสูรของกวินทร์
“คุณกวินทร์เขาใจดีมากเลยค่ะแม่นิล พาพี่มัทไปทานอาหารทะเลแถมยังพาไลลาไปเซอร์ไพรส์พี่มัทอีก แม่นิลรู้ไหมคะว่าพี่มัทตกใจจนอ้าปากกว้างเลยล่ะ” ปั้นเสียงระรื่นใส่คนที่เธอนับถือว่าเป็นมารดาอีกคนหนึ่ง หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเธอเอียนกับคำพูดที่ปั้นขึ้นมาเหลือเกิน
“ขนาดนั้นเลยเหรอ แม่คิดภาพไม่ออกว่าพี่มัทเขาจะตกใจจนต้องอ้าปาก” มาลินีหัวเราะร่วนเมื่อได้ฟังคำพูดของไลลา เธอคิดว่ามันอาจจะไม่จริงทั้งหมดแต่เท่าที่ฟังมา มัทนาลูกสาวสุดที่รักของเธอน่าจะมีความสุขดี “งานคงจะเยอะน่าดู ถ้าวันไหนพี่มัทเขาโทรมาหาไลลา หรือไลลาติดต่อกับพี่เขายังไงก็ขอแม่คุยกับพี่เขาหน่อยนะลูก”
เธอคิดถึงลูกไม่รู้ว่าป่านนี้จะเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมากแค่ไหน ถึงไม่ค่อยโทรมาหากันบ้าง
รู้สึกผิดที่ไม่สามารถทำให้มัทนาได้อยู่อย่างสุขสบายเหมือนกับไลลา มัทนาไม่เคยได้รับความรักจากพศวิตผู้เป็นพ่อเลยสักนิด…
“ไลลาก็ลืมขอเบอร์โทรพี่มัทไว้เลยค่ะแม่นิล แต่พี่มัทเขามีเบอร์ไลลาอยู่ยังไงเดี๋ยวถ้าพี่มัทโทร ไลลาจะบอกให้นะคะ” โกหกแบบนี้มันจะบาปมากไหมหนอ มันจำเป็นต้องปั้นเรื่องราวพวกนี้ขึ้นมาเพราะความจำเป็น ทั้งมัทนาและเธอไม่อยากให้อาการของมาลินีแย่ลงไปกว่านี้อีกแล้ว
มาลินีบ่นว่าปวดตาเนื่องจากนั่งดูโทรทัศน์นานเกินไปจึงอยากพักผ่อน ไลลาจึงอำนวยความสะดวกให้ท่านโดยการปรับเตียงและห่มผ้าห่มให้ ดวงตากลมโตเหลือบมองนาฬิกาก็พบว่ามันเพิ่งจะเที่ยงเอง และที่สำคัญเธอชักจะหิวเสียแล้วตอนเช้าก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากกาแฟหนึ่งแก้ว
ก็เมื่อคืนน่ะนอนไม่หลับสักทีอาจจะแปลกที่กระมัง เสียงนุ่มทุ้มที่คุยโทรศัพท์กับใครบางคนทำให้เธอเก็บเอามาคิดแทบจะทั้งคืน ตอนแรกเธอกะจะเดินออกไปถามศุภณัฐว่าในตู้เย็นมีของเบาๆ ให้ทานบ้างหรือเปล่า เพราะตอนที่นั่งทานอาหารที่บ้านของเขาเธอยัดลงไปยังไม่ถึงครึ่งท้องด้วยซ้ำไป แต่บังเอิ๊ญบังเอิญไปได้ยินการสนทนาของชายหนุ่มเสียก่อน น้ำเสียงของเขาเท่าที่เธอจับความรู้สึกนั้นได้มันทั้งดูอบอุ่นและดูห่วงใยปลายสายจนแอบอิจฉาอยู่ลึกๆเธอคงจะอินกับการแสดงละครเป็นคนรักของเขามากเกินไป
“สวัสดีครับ” ไลลาชะงักฝ่าเท้าเมื่อจู่ๆ มีใครบางคนมายืนขวางทางพร้อม
กับทักทาย เธอจำได้ว่าเธอไม่รู้จักผู้ชายคนนี้นะ แต่จากที่สำรวจชุดที่เขาสวมใส่แล้วดูเหมือนจะเป็นหมอของที่นี่เหมือนกัน เพื่อนของศุภณัฐหรือเปล่านะ…
“เอ่อ ค่ะ” ไม่รู้จะทักทายไปว่าอย่างไรดี
“ผมชื่อพีรพลครับ เรียกพีเฉยๆ ก็ได้ เป็นเพื่อนกับหมอพาย” คนที่บอกว่าตัวเองชื่อพีรพลฉีกยิ้มเป็นมิตรให้กับไลลาเพื่อความสัมพันธ์ที่ดี “ผมได้ยินพวกพยาบาลเขาคุยกันว่าวันนี้มีสาวหน้าตาน่ารักๆ เป็นลูกของคนไข้วีไอพีเดินลงมาจากรถของหมอพาย ก็เลยอยากจะมาดูให้แน่ใจว่าใช่คุณหรือเปล่า”
เพราะห้องวีไอพีมีแค่ไม่กี่ห้องคงเดาไม่ยากเท่าไหร่
แหม…พยาบาลโรงพยาบาลใช้ได้เลยนี่นา เรื่องสอดรู้สอดเห็นแบบนี้เนี่ย
“ทำไมเหรอคะ” พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดแล้วกอดอก เงยหน้ามองคุณหมอพีรพลด้วยความไม่ชอบใจเล็กน้อย ความอยากรู้เรื่องของคนอื่นมีมากกว่าหน้าที่ที่จะต้องไปรักษาคนไข้หรือไงกัน !
“อย่าเข้าใจผมผิดนะครับ คือผมเป็นเพื่อนกับหมอพายตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ ยังไม่เคยเห็นเจ้านั่นเปิดตัวผู้หญิงคนไหนเลย ก็แค่อยากจะมาดูหน้าผู้หญิงคนที่สามารถพิชิตใจเขาได้ก็เท่านั้นเอง”
“มีอะไรกันหรือเปล่า” ศุภณัฐเดินเข้ามาถามเมื่อกำลังจะเดินไปโรงอาหาร แต่เห็นไลลากำลังยืนคุยกับใครคนหนึ่งโดยที่สีหน้าของหญิงสาวแสดงถึงความไม่พอใจเล็กน้อย เพราะคิ้วของสาวเจ้าขมวดเข้าหากันอยู่
“มาพอดีเลย ฉันแค่สงสัยน่ะว่าแกไปมีแฟนน่ารักๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” พีรพลกระซิบถามเพื่อนเบาๆ ประโยคท้าย
“ยุ่งน่า…” ศุภณัฐผลักหน้าเพื่อนที่มีอาชีพเหมือนกันออกไป ไม่อยากโดนซักไซ้มากเพราะเท่าที่เดินผ่านมา พยาบาลก็พากันป้องปากซุบซิบกันน่าดู
มันน่าแปลกหรือไงกับการที่เขาให้ไลลาติดรถมาโรงพยาบาลด้วย
“งั้นที่ฉันได้ยินมาก็เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นเหรอวะ” แต่ไหนแต่ไรมีพยาบาลสวยๆ ลูกท่านหลานเธอพยายามจะทอดสะพานให้หลานเจ้าของโรงพยาบาลอย่างศุภณัฐ ชายหนุ่มก็ไม่เคยสนใจพวกเธอเหล่านั้นแม้แต่น้อย
“จริงค่ะ ไลลากับคุณพายเป็นแฟนกัน ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วใช่ไหมคะคุณพี” ไลลาเลือกที่จะใช้น้ำเสียงหวานๆ และเรียกชื่อเล่นที่พีรพลแนะนำบอกเธอก่อนหน้านี้ คนกำลังหิวๆ มาถามอะไรนักหนาก็ไม่รู้
“ฮ่าๆ โอเคครับ ชัดเจนและกระจ่าง” พีรพลหัวเราะเจื่อนๆ ไม่คิดว่าศุภณัฐจะชอบผู้หญิงแนวๆ นี้ หรืออาจจะต้องการเติมเต็มในส่วนที่ขาดเพราะชายหนุ่มนั้นขรึมๆ คงต้องการผู้หญิงกล้าพูดกล้าแสดงออกแบบนี้กระมัง “ว่าแต่ผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลยนะครับ”
“ไลลาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ยื่นมือออกไปเพื่อเป็นการไม่เสียมารยาท พีรพลก็ยื่นมืออกมาจับเช่นกัน
“ยินดีมากๆ เลยล่ะครับ”
“ไปทานข้าวกันเถอะครับ ไลลา” แตะศอกหญิงสาวให้รู้ตัวเล็กน้อย รู้สึกฉุนนิดหน่อยที่หญิงสาวทำเหมือนเขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ เล่นบทคนรักกันก็ควรจะสนใจกันหน่อยสิ นี่เอาแต่คุยกับพีรพลแถมยังมาจับไม้จับมือต่อหน้าต่อตาอีก
