บทที่ 5 5

ผู้หญิงคนนี้ไม่มีความประหม่าเลยหรือไงกันที่ต้องนั่งทานข้าวกับผู้ชาย โดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ไม่กลัวว่าจะโดนมองว่าเป็นคนทานเก่ง ศุภณัฐมองอาหารห้าหกอย่างที่เธอเป็นคนสั่งมาแล้วก็ต้องลอบขำในใจ เธอจะทานมันหมดได้จริงๆ น่ะหรือ ?

แต่แล้วในอีกไม่กี่นาทีต่อมาเขาคงต้องลบคำสบประมาทผู้หญิงคนนี้ไป ไลลาทานทุกอย่างหมดจริงๆ

“เอ่อ... นี่คือรายละเอียดสัญญาและข้อตกลงระหว่างผมกับคุณ ลองอ่านให้ดีๆ แล้วค่อยเซ็นนะครับ” เอื้อมไปรับแล้วค่อยๆ ไล่สายตาอ่านทีละตัว

มันก็เหมือนๆ กับสัญญาจ้างทั่วไปเหลือแต่เพียงแค่เธอต้องกรอกชื่อและเซ็นกำกับตรงด้านล่าง แต่ทว่า...มีอยู่บรรทัดหนึ่งที่ทำให้เธอโหวงๆ

‘ข้อที่4 ลูกจ้างห้ามแอบมีใจให้กับผู้ว่าจ้าง มิเช่นนั้นจะถือว่าสัญญาเป็นอันสิ้นสุดลง’

ศุภณัฐพาเธอมายังคอนโดของเขาโดยที่ยังงงๆ อยู่ ว่าสรุปแล้วเธอ   ไปตกลงกับเขาตอนไหนว่าจะมาอยู่ที่นี่ถึงจะยอมเซ็นสัญญาไปแล้วก็ตาม อย่างไรเสียมันก็ไม่มีทางเลือกมากหรอก เพราะเธอเองก็ต้องการเงินก้อนนั้นมากก็แค่ห้ามใจไม่ให้หลงรักนายจ้างก็เท่านั้น

‘ห้ามใจตัวเองให้ได้นะไลลา’

ย้ำเตือนตัวเองในใจเพราะนี่คือครั้งแรกที่เธอมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับผู้ชายแบบนี้ จะว่าไปแล้วเธอเองก็ไม่เคยนอนค้างอ้างแรมที่ไหนนอกจากบ้านและโรงพยาบาลที่จะต้องมานอนเฝ้ามาลินีในช่วงนี้ ให้ตายเหอะ...ถ้าได้เจอหน้าศุภณัฐเช้าเย็นแบบนี้หัวใจได้ทำงานหนักแน่ๆ คุณหมอหนุ่มคนนี้หน้าตาก็ใช่ว่าขี้เหร่เสียที่ไหน ตรงกันข้ามเลยต่างหากเขาทั้งหล่อทั้งดูดี เธอแอบเห็นหลายครั้งแล้วเหล่าพยาบาลชุดขาวพยายามส่งสายตาเป็นประกายให้กับเขา

“คุณพายคะ”

หันซ้ายหันขวาก็ไม่พบเจ้าของชื่อ ไลลาวางสัมภาระไว้บนโซฟาขนาดใหญ่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มอาจจะใช้โซฟาตัวนี้เป็นที่นอนบ่อยๆ เพราะมีทั้งหมอนและผ่าห่มวางอยู่

หญิงสาวมองเลยไปยังระเบียงเห็นประตูบานเลื่อนปิดไม่สนิทก็พอจะเดาออกว่าเจ้าของห้องคงจะยืนกินลมอยู่ตรงระเบียงแน่ๆ อะไรกัน...ทำไมถึงได้เย็นชาขนาดนี้เขาเป็นคนพาเธอมาที่นี่นะ จะไม่พูดคุยเตรียมเรื่องราวที่จะแสดงหลอกคนอื่นเลยหรือยังไงกัน

“คุณพะ...” กำลังจะเอื้อนเอ่ยออกไปแต่ต้องรีบกลืนเข้าไปเหมือนเดิมเพราะภาพที่อยู่ตรงหน้าเธอทำให้รู้สึกแปลกๆ สายตาของชายหนุ่มมองไปยังท้องฟ้ามันแฝงไปด้วยความเศร้าบางอย่างพลอยให้คนมองรู้สึกหดหู่ตามไปด้วย ทำไมศุภณัฐถึงได้มีท่าทีเช่นนี้นะเหมือนเขากำลังคิดอะไรอยู่ในหัวเต็มไปหมด ไอ้ที่จ้างเธอมาแสดงละครนี่ก็เหมือนกันถามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบสักทีว่าเหตุผลที่ต้องทำมันคืออะไรกันแน่

ศุภณัฐรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมองอยู่จึงค่อยๆ หันไปมองก็พบว่าเจ้าของเรือนร่างระหงกำลังมองเขาตาแป๋ว ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขาลืมไปได้อย่างไรว่ามีไลลาอยู่ที่นี่และที่สำคัญเขาก็เป็นคนพาหญิงสาวมาที่นี่เอง

‘ป้าจะไม่รออีกแล้วนะพาย หนูมินนี่เขามารอพายหลายครั้งแล้วจนป้าไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วป้าก็ไม่เชื่อด้วยว่าพายจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วจริงๆ อ้อ...ยกเว้นแม่หนูนั่นไว้คนหนึ่งก็แล้วกันอันนั้นป้าไม่นับ’

‘ผมมีคนรักอยู่แล้วจริงๆ ครับ แล้วก็ไม่ใช่คนๆ นั้นอย่างที่ป้าภาคิดด้วย ถ้ามีโอกาสไว้ผมจะพาไปแนะนำให้ป้ารู้จักนะครับ’

‘ป้าให้เวลาพายสามวันเท่านั้น ป้าต้องได้เห็นหน้าผู้หญิงที่พายอ้างว่าเป็นคนรัก ไม่อย่างนั้นเตรียมตัวไปขอหนูมินนี่เป็นเจ้าสาวได้เลย’

มือบางแตะลงท่อนแขนแข็งแรงอย่างเป็นห่วง จู่ๆ เขาก็เหม่อลอยทั้งที่เห็นว่าเธอยืนอยู่ตรงนี้ อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปใกล้และดึงสติเขาให้กลับมา “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าทำงานหนักไปไม่ได้พักผ่อน”

“ขอโทษทีครับ ผมแค่คิดอะไรบางอย่าง” เดินนำหน้าเข้าไปข้างในแล้วผายมือให้หญิงสาวนั่งที่โซฟา ซึ่งไลลาเองก็เข้าใจง่ายๆ ไม่ซักถามอะไรอีกรอจนกว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนพูด

“คุณพออยู่ได้นะ มีห้องนอนสองห้องพอดี” อีกห้องเขาไม่ได้ใช้อะไรแต่ก็มีเฟอร์นิเจอร์ครบทุกอย่าง

“เอ่อ...คุณพายคะ ไลลายังไม่ได้บอกแม่นิลเลยค่ะตั้งแต่กลับมาจากระยอง ป่านนี้แม่นิลคงเป็นห่วงแย่” ที่เธอต้องการจะพูดกับเขาก็คือเรื่องนี้ “ยังไงวันนี้ไลลาขอไปนอนกับแม่นิลที่โรงพยาบาลได้หรือเปล่าคะ”

นั่นสินะ...ไลลายังมีมาลินีที่ต้องดูแลแทนมัทนา เขาเองที่ใจร้อนไม่ยอมฟังคำพูดหรือเหตุผลจำเป็นของเธอก่อนมัวแต่คิดถึงแต่เรื่องของตัวเองจนทำอะไรน่าเกลียดลงไป

“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นเย็นๆ เดี๋ยวผมไปส่งที่โรงพยาบาลก็แล้วกัน”

คืนนี้เขาอาจจะนอนห้องพักที่โรงพยาบาล ตื่นเช้ามาจะได้เข้างานเลย “คุณจะแวะไปเอาของที่บ้านก่อนไหมครับ ผมจะได้แวะไปส่งก่อน พวกของใช้ส่วนตัว”

“ไลลาว่า ไลลาไปเองดีกว่าค่ะ” เพราะคงไม่ดีแน่หากใครเห็นว่าเธอเดินลงมาจากรถของศุภณัฐ เธอกลัวบิดาของเธอจะเห็นเข้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป