บทที่ 7 7

มารยาหญิงเขาเพิ่งได้เจอกับตัว แก้วกัลยาเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในบรรดาเพื่อนที่สนิทกับเขาและติณสูร ทั้งสองคนคบกันในช่วงมหาวิทยาลัยปีที่สาม เขาเรียนแพทย์ในขณะที่สองคนนั้นเรียนบริหาร และเขารู้ว่าแก้วกัลยาแอบมีใจให้กับเขา แต่ในขณะเดียวกันติณสูรก็แอบชอบแก้วกัลยา เธอเป็นผู้หญิงที่สวยและน่ารักในเวลาเดียวกัน แต่ความสวยนั้นเป็นเพียงเปลือกนอกเมื่อมารยาร้ายในตัวของหญิงสาวเปิดเผยขึ้นในคืนหนึ่ง แก้วกัลยามาหาเขาที่คอนโดร้องห่มร้องไห้บอกว่าทะเลาะกับติณสูรอย่างรุนแรง เขาเกือบจะเชื่อเต็มร้อยถ้าเธอไม่พุ่งเข้ามากอดเขาและพร่ำบอกว่ารักแอบชอบเขามานาน ในขณะเดียวกันติณสูรกลับเปิดประตูเข้ามาเจอพอดีเห็นฉากที่ไม่น่าพิศมัย

ติณสูรคงจะเป็นห่วงแก้วกัลยามาก และคิดว่าที่เดียวที่หญิงสาวจะสามารถมาได้ก็คือคอนโดของเขาประจวบกับที่ติณสูรมีกุญแจสำรองห้องเขาอยู่แล้วเพราะมานอนค้างที่คอนโดบ่อยๆ เพื่อนที่คบมาสิบปีเลือกที่จะเชื่อภาพที่เห็นมากกว่าเชื่อใจ และนั่นคือการทะเลาะที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของเขา ในขณะเดียวกันติณสูรก็จับได้ว่าเขาและรุ้งพราวแอบคบกัน ถึงกับประกาศลั่นว่าหากรุ้งพราวไม่ยอมเลิกคบกับเขาก็อย่าเรียกว่าพี่อีก เรื่องยังแดงมาถึงป้าของเขาเมื่อรอยช้ำบนใบหน้าเด่นชัด ท่านตามไปต่อว่าติณสูรอย่างหนักและท่านก็ได้พบกับรุ้งพราว ติณสูรต่อว่าเขาที่แอบมาลอบคบกับน้องสาวจนทำให้อัมภาพลอยเกลียดรุ้งพราวไปด้วย ทุกครั้งที่รุ้งพราวร้องไห้เขาก็ยิ่งรู้สึกผิด เมื่อไม่สามารถทำให้หญิงสาวมีความสุขได้เลย ถึงกระนั้นเธอก็ยังปลอบโยนและยืนยันที่จะเคียงข้างเขาตลอดไป แม้จะต้องหลบซ่อนความรักอยู่อย่างนี้

และความรักของเขาและรุ้งพราวก็เดินทางมาถึงสี่ปีครึ่งแล้ว

“คุณพายคะ คุณท่านรออยู่นะคะ”

เสียงเรียกของสาวใช้ด้านหลังทำให้ศุภณัฐหันไปมอง จริงสินะ...เขาลืมไปเลยว่าที่อัมภาเรียกตัวกลับบ้านก็เพื่อจะจับคู่ให้กับมารตี

แต่เขาคงทำตามที่ท่านต้องการไม่ได้ เพียงเท่านี้รุ้งพราวก็เสียใจมามากเกินกว่าที่จะพูดออกมาได้ เขาช่างเป็นคนรักที่แย่จริงๆ หวังว่าไลลาคงจะทำให้แผนจับคู่ของอัมภายุติลงได้นะ

มาลินีนั่งดูละครหลังจากที่เธอปลอกผลไม้ให้ท่านทานเสร็จแล้ว      เมื่อเย็นกลับไปเอาของที่บ้านก็พบว่าไม่มีใครอยู่สักคน พศวิตบิดาของเธอคงยังไม่กลับจากบริษัท ใจของเธออยากจะโทรไปหาท่านอีกสักครั้งแต่กลัวว่าท่านจะเครียดมากกว่าเดิมเพราะเมื่อตอนที่เธอรู้ความจริงเรื่องมัทนา ท่านก็ดูอึ้งๆ และขอโทษเธอด้วยความเสียใจ แต่เธอว่าคนที่จะเสียใจมากที่สุดคงจะเป็นใครไม่ได้นอกจากมาลินีแม่ใหญ่ของเธอและมัทนาพี่สาวแสนดี ถ้าท่านรู้ว่าลูกสาวตัวเองต้องไปทนทุกข์ทรมานกับผู้ชายเลือดเย็นอย่างกวินทร์จะเป็นเช่นไร

หนำซ้ำตอนที่เขาเข้ามาขออนุญาตเพื่อที่จะพาเธอไปงานวันเกิดมัทนาที่เขาอ้างขึ้นมา ทั้งคำพูดและน้ำเสียงที่ดูนุ่มนวลทำให้มาลินีหลงเชื่อได้ไม่ยากว่าเขาเป็นเจ้านายของมัทนาจริงๆ อย่าว่าแต่ท่านเลยเธอเองก็ยังหลงเชื่อไปด้วยแม้จะตะหงิดอยู่ในใจนิดหน่อยก็ตาม

“แม่นิลคะ” มือเล็กๆ บีบไหล่แม่ใหญ่อย่างประจบ

“ว่าไงลูก” มาลินีละสายตาจากโทรทัศน์จ้องมองลูกสาวนอกสายเลือดด้วยความเอ็นดู

“ไลลา...อาจจะไม่ค่อยได้มานอนเฝ้ามานิลแล้วนะคะ เพราะว่าไลลาต้องไปฝึกงานน่ะค่ะ”เธอจำเป็นต้องโกหกท่านออกไป ความจริงแล้วเรื่องฝึกงานมันยังมาไม่ถึงด้วยซ้ำ

“อย่างนี้แม่ก็เหงาแย่น่ะสิ ทั้งมัททั้งไลลาก็มีงานต้องทำ แต่ไม่เป็นไรแม่เข้าใจจ้ะ” มาลินีลูบศีรษะของไลลาด้วยความรัก

“ตั้งใจฝึกงานนะลูก แม่อยากไปงานรับปริญญาของไลลา”

“ไลลาจะมาหาแม่นิลช่วงเย็นๆ นะคะ” สอดแขนเข้าไปกอดท่าน อ้อมกอดที่มีแต่ความอบอุ่นราวกับอ้อมกอดของแม่คนหนึ่ง เธอกล้ายอมรับได้เต็มอกว่ามันอุ่นกว่าอ้อมกอดของบุษราผู้บังเกิดเกล้าแท้ๆ ของเธอเสียอีก

“ถ้ามันลำบากไม่ต้องก็ได้นะลูก แม่กลัวไลลาเหนื่อยเทียวไปเทียวมา   แบบนี้ เอ...แล้วไปฝึกงานที่ไหนไม่เห็นบอกแม่เลย อย่าบอกนะว่าต้องไปฝึกที่ต่างจังหวัดเหมือนพี่มัทเขาอีก” ไลลาส่ายหน้าแล้วยิ้มออกมา คลายอ้อมกอดจากมาลินี

เธอเตรียมคำพูดเอาไว้อย่างดีระดับคนอย่างไลลาต้องไหลลื่นจนไม่มีใครจับได้

แน่ล่ะสิ...หากใครรู้ว่าเธอต้องไปนอนชายคาเดียวกับผู้ชายแปลกหน้าเพื่อจะเอาเงินเขามาใช้หนี้ ทุกคนคงร้องค้านเผลอๆ เธออาจจะถูกตำหนิอย่างรุนแรงด้วย ถึงแม้จะทำเพื่อพี่สาวอย่างมัทนาก็เถอะ แต่มันก็ไม่ใช่วิธีที่ดีหรือถูกต้องเลย ถ้าศุภณัฐไม่ยื่นเงินจำนวนมากขนาดนั้นเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะตกลงรับปากเขาหรือเปล่า

เห้อ...แล้วแบบนี้เขาจะมองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่เห็นแก่เงินไหมนะ

‘กำลังคิดอะไรอยู่เนี่ยไลลา ทำไมต้องกลัวเสียภาพพจน์กับคุณพายด้วยล่ะ’ คิดแล้วก็หน้ามุ่ย ทำไมชอบเผลอใจคิดไปไกลเหลือเกิน หวังว่าเธอคงไม่ตกหลุมรักใครง่ายๆ หรอกนะ ย้ำเตือนตัวเองเอาไว้ถ้าไม่อยากเจ็บปวดในภายภาคหน้า

“ไลลาเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ หืม?” มาลินีอดขำไม่ได้กับสีหน้าของไลลา มันดูทะเล้นมากกว่าที่หญิงสาวจะโกรธใคร

“คิดถึงเรื่องงานที่จะต้องไปฝึกน่ะค่ะ” ฉีกยิ้มเพื่อลดความกังวลใจ ไม่ได้กลัวอะไรหรอกนะแต่กลัวใจตัวเองและก็กลัวว่าครอบครัวจะรู้

ยิ่งถ้ามัทนารู้เข้าละก็...พี่สาวของเธอคงจะยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป