บทที่ 8 8
“แม่นิลง่วงหรือยังคะ ไลลาจะได้ปิดไฟให้” เหลือบไปมองนาฬิกาบนผนังก็พบว่ามันสามทุ่มครึ่งแล้ว มาลินีพยักหน้ายิ้มๆ เพราะความจริงมันก็เลยเวลานอนของเธอมาได้สักพัก แต่เพราะเห็นไลลากำลังทำหน้าครุ่นคิดจึงไม่อยากไปกวนใจ
“ฝันดีนะคะแม่นิล” ไลลาจัดการดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้มาลินี ก่อนจะก้มลงหอมแก้มท่านเหมือนทุกคืน
“ฝันดีจ้ะ”
หญิงสาวเดินไปปิดไฟก่อนจะค่อยๆ เดินออกจากห้องเพื่อไปเดินเตร็ดเตร่สักพัก ถ้าเล่าให้คนอื่นฟังเขาอาจจะแปลกใจ เพราะโรงพยาบาลไม่ใช่สถานที่เดินเล่นสักหน่อย แต่เป็นเพราะว่าเธอนอนเฝ้ามาลินีที่นี่มาหลายอาทิตย์แล้วครั้นปิดไฟปุ๊ปจะให้หลับตานอนเลยก็นอนไม่หลับอยู่ดี
“คุณพาย” ส่งเสียงเรียกเบาๆ เมื่อเจอชายหนุ่มพอดี
ศุภณัฐเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงใสๆ ร้องเรียกชื่อของตน ผู้หญิงคนนี้ยิ้มได้ทั้งวันเลยหรืออย่างไร...เธอไม่มีเรื่องเครียดหรือทุกข์ใจเหมือนกับคนอื่นบ้างเลยหรือ ?
“ยังไม่นอนเหรอครับ” หลังจากที่ร่วมทานข้าวกับอัมภาและมารตีเสร็จ เขาก็รีบเอ่ยปากขอตัวโดยอ้างว่ามีเคสฉุกเฉินเข้ามาก่อนจะลุกออกมาโดยไม่สนใจปล่อยให้ทั้งสองหน้าเหวออยู่อย่างนั้น
เขารู้...ว่ามันเป็นการเสียมารยาทมาก แต่ทำถึงขนาดนี้แล้วมารตีควรจะรู้ดีว่าเขาคงไม่มีทางยอมหมั้นหรือแต่งงานกับเธอได้
“ยังค่ะ ไลลายังไม่ง่วงสักนิด คุณพายเพิ่งมาเหรอคะ”
เธออยากจะพูดคุยเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับศุภณัฐอีกนิด ข้อมูลส่วนตัวก็ยังไม่รู้เขาไม่คิดจะบอกอะไรเธอสักอย่าง
“ครับ ผมเพิ่งกลับจากไปทานข้าวที่บ้านมา แล้วคุณทานข้าวหรือยัง” เลิกคิ้วถามคนตัวเล็ก ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะเหตุใด เสียงใสๆ ของไลลาทำให้เขาคลายความเครียดลงได้จนน่าแปลกใจ หรืออาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มของเธอเป็นส่วนประกอบด้วย ทำให้คนมองพลอยอารมณ์ดีได้ตามเจ้าตัว
“ยังไม่ได้ทานเลยค่ะ ล่าสุดก็ทานกับคุณพายที่ร้านข้างล่างนั่นแหละ ถ้าไม่เป็นการรบกวนคุณพายช่วยไปนั่งเป็นเพื่อนไลลาหน่อยได้ไหมคะ ไลลาเหงาไม่กล้าทานคนเดียวด้วย” ทำตาปริบๆ เพื่ออยากให้คุณหมอหนุ่มตอบตกลง
“ได้ครับ ผมเองก็หิวเหมือนกัน”
คำตอบของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวยิ้มกว้างแต่มันก็สะกิดใจนิดหน่อย
“ไหนคุณพายบอกว่าเพิ่งจะทานข้าวที่บ้านมายังไงล่ะคะ ทำไมหิวอีกแล้วกินจุเหรอ” ศุภณัฐแอบคิดในใจว่าเขาไม่ใช่เธอสักหน่อยที่กินจุน่ะ ยังจำได้ดีที่ร้านอาหาร...ไลลาทานทุกอย่างหมดด้วยตัวเอง
“ผมทานไปนิดเดียวเอง ไปกันเถอะครับ พรุ่งนี้ผมเข้างานเช้า”
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคืออาหารยามดึกของศุภณัฐและไลลา บรรยากาศช่างเงียบสมกับเป็นโรงพยาบาลจริงๆ หญิงสาวแอบลอบมองหน้าคุณหมอหนุ่มด้วยความชื่นชอบในใจ ขนาดท่าดูดเส้นมาม่ายังดูดีขนาดนี้ พยาบาลที่นี่คงส่งสายตาหวานเชื่อมให้ทั้งวันแน่ๆ
“ไม่ทานเหรอครับ ไหนว่าหิว”
ผู้หญิงคนนี้แปลกๆ ชอบทำหน้าพิลึกใส่เขา
“โอ๊ย.. ฮือๆ ร้อนอ่ะ” ปล่อยส้อมพลาสติกที่ติดมากับถ้วยลงทันที ตกใจกับเสียงของศุภณัฐจนลืมเป่ามันถึงได้ลวกปากของตัวเองแบบนี้
“ทำไมถึงไม่ระวังตัว” คนที่โตกว่าตำหนิเล็กน้อย เขารีบยื่นน้ำให้หญิงสาวทันที “ค่อยๆ ทานสิครับ ทำไมถึงไม่เป่าก่อน น้ำร้อนเดือดจัดคุณก็รู้”
ฮึ่ย... เป็นเพราะใครล่ะ จู่ๆ ก็พูดขึ้นมาเธอก็ตกใจน่ะสิกำลังแอบมองอยู่ด้วย “ก็ไลลาตกใจเสียงคุณพายนี่คะ”
“ก็ผมเห็นคุณไลลาเอาแต่แอบมองผม กลัวเส้นมันจะอืดเสียก่อน” ศุภณัฐอยากจะขำออกมาเสียจริงเมื่อเห็นสีหน้าของไลลาในตอนนี้ เธอเล่นจ้องแบบนั้นเป็นใคร...ใครเขาก็รู้ตัวทั้งนั้น “เจ็บหรือเปล่า” ถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรแล้วค่ะ” หญิงสาวตอบเอียงอายเมื่อถูกจับได้ว่าแอบมอง
“พรุ่งนี้ช่วงหัวค่ำ...” ไลลาสบตาคนที่นั่งตรงข้ามเมื่อเขาพูดเหมือนกำลังจะชวนเธอไปไหนสักที่ แววตาของชายหนุ่มมีความกังวลฉายออกมาจนเธอมองออก
“ว่างค่ะ” เพราะเห็นว่าเขาดูเครียดๆ เธอจึงอยากให้ชายหนุ่มผ่อนคลาย และคำพูดที่เป็นเหมือนใบเบิกทางทำให้มุมปากของคุณหมอหนุ่มยกขึ้นนิดหน่อย
แค่นี้แหละ...ที่ต้องการ เธออยากให้ใครก็แล้วแต่ที่อยู่ใกล้ๆ เธอพบกับความสุข ไม่ใช่ทำหน้าอมทุกข์แบบนี้
“ผมอยากจะให้คุณไปทานข้าวที่บ้านของผม”
จะรีรอไม่ได้ดูเหมือนว่ามารตีจะให้ความร่วมมือกับอัมภาด้วยความเต็มใจ หากเขาไม่รีบพาไลลาไปแนะนำกับอัมภามันจะยุ่งไปกันใหญ่ เขาไม่อยากให้ รุ้งพราวรู้เรื่องที่อัมภาจะจับเขาหมั้นกับมารตี เพียงแค่นี้หญิงสาวคนรักก็อดทนและเสียใจมามากเกินไปแล้ว
“ไลลาต้องเจอกับใครบ้างคะ คุณพายยังไม่ได้เล่าเรื่องส่วนตัวให้ไลลาฟังบ้างเลย เช่นชอบทานอะไร เกิดวันไหน และถ้ามีคนถามว่าเรามาคบกันได้ยังไง คบกันตั้งแต่ตอนไหนไลลาจะตอบเขาว่ายังไง...”
“นั่นสิ... ผมลืมไป ต้องขอโทษด้วยนะครับ” ศุภณัฐยิ้มเก้อเขินที่ทำอะไรไม่ชัดเจน คุณหมอหนุ่มเริ่มต้นวางแผนเล่าเรื่องของตัวเองให้คนตัวเล็กฟังโดยที่หญิงสาวก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดีราวกับกำลังเก็บข้อมูลนี้ไว้หากเจอคำถาม และแน่นอนป้าของเขาเป็นคนช่างซักช่างถามเก่งเสียด้วย แต่ก็เบาใจได้อย่างเพราะเท่าที่สังเกตแล้ว ไลลาน่าจะเป็นผู้หญิงที่เอาตัวรอดได้เก่งเธอดูมีไหวพริบทำให้เขาอุ่นใจว่าคงไม่มีใครจับได้
