บทที่ 2 2

ณ ท่าเรือเกาะพยัคฆ์

ฝนเม็ดใหญ่เริ่มโปรยปรายลงมาจากฟ้า ละอองน้ำสะท้อนกับแสงไฟดวงใหญ่ประจำท่าเรือที่ส่องสว่างตัดความมืด ร่างของไมยรินถูกนำขึ้นมานอนหอบบนพื้นไม้กระดานท่าเรือ เธอนอนไอคอกแคก น้ำทะเลทะลักออกมาจากปากและจมูก ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหนาวเย็นเสื้อผ้าเปียกโชกแนบเนื้อเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างสาววัยยี่สิบสองปีอย่างชัดเจน

"คอก...อึก...แคก!" ไมยรินขดตัวสะอื้น ร่างกายอ่อนแรงจนแทบไม่สามารถพยุงตัวเองขึ้นได้

เสียงก้าวเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทหนังขัดมันดังกึกก้องแผ่วเบาผ่านเสียงสายฝน ทุกก้าวเดินเต็มไปด้วยอำนาจและความน่าเกรงขามจนบรรยากาศรอบข้างเงียบกริบ ลูกน้องคนงานบนเกาะนับสิบชีวิตที่ยืนมุงอยู่ต่างพากันถอยร่นเปิดทางให้อย่างรวดเร็ว

"นายหัว..." ไอ้โตและไอ้ไข่นุ้ยคุกเข่าลงกับพื้นไม้ที่เปียกชื้น หัวใจเต้นระทึกด้วยความหวาดกลัว

ไมยรินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผ่านหยดน้ำฝนที่เกาะพราวบนขนตางอนหนา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือร่างสูงใหญ่กำยำทรงอำนาจ เจ้าของความสูงไม่ต่ำกว่า 188 เซนติเมตร ผิวพรรณคร้ามแดดแบบคนทะเล กล้ามแขนเป็นมัดแน่นภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่บดบังไว้ ใบหน้าคมสันดุดันดั่งรูปสลัก โหนกแก้มซ้ายมีรอยแผลเป็นเล็กๆ ที่เพิ่มความดิบเถื่อนให้กับดวงตาคู่คมกริบสีเหล็กกล้าที่กำลังจ้องมองลงมาที่เธอด้วยความเหยียดหยาม

'นายหัวพยัคฆ์' หรือ 'เสือ' เจ้าของเกาะพยัคฆ์แห่งนี้!

พยัคฆ์ยืนกอดอก มองเรือนร่างเปียกปอนของหญิงสาวเบื้องล่างด้วยสายตาเย็นชา ไร้ซึ่งความสงสารหรือความอ่อนโยนใดๆ ในความคิดของเขา ผู้หญิงทุกคนที่ถูกส่งมาที่นี่ ก็แค่สินค้าขัดดอก หรือไม่ก็พวกหญิงแพศยาที่ยอมขายเรือนร่างเพื่อแลกกับเศษเงิน

"คิดจะเล่นละครเรียกร้องความสนใจตั้งแต่ยังไม่ทันข้ามฝั่งเลยหรือไง?" น้ำเสียงห้าวทรงพลังของพยัคฆ์ดังแหวกสายฝน มันเต็มไปด้วยความดูถูกและเย็นชาจนไมยรินรู้สึกชาไปทั้งหน้า

"ฉันไม่ได้เล่นละคร..." ไมยรินพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน นัยน์ตาคู่สวยจ้องตอบดวงตาคู่คมของพยัคฆ์อย่างไม่ยอมแพ้ แม้ตัวจะสั่นสะท้อนด้วยความหนาว แต่สายตาของเธอไม่มีความเกรงกลัว "ฉันถูกจับตัวมา! ฉันไม่ได้เต็มใจมาที่เกาะทาสของนาย!"

พยัคฆ์ยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ชวนให้คนมองรู้สึกหนาวขั้วหัวใจ เขาก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ 

"ทาสงั้นเหรอ?" พยัคฆ์ยื่นมือใหญ่ไปบีบเข้าที่คางมนของไมยรินอย่างแรง แรงบีบมหาศาลทำให้ไมยรินต้องเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วใบหน้า แต่เธอไม่ได้ร้องออกมาสักคำ "ฉันจะพูดประวัติของเธอสั้นๆ นะไมยริน...พ่อเลี้ยงเธอเอานามสกุลและตระกูลเธอมาค้ำประกันหนี้ห้าสิบล้าน และเมื่อไม่มีปัญญาจ่าย เขาก็ส่งเธอมาใส่ถาดถวายฉัน! บนเกาะนี้...ไม่มีคำว่าเต็มใจหรือไม่เต็มใจ มีแค่คำสั่งของฉันคนเดียว!"

"ปล่อยฉันนะนายหัวเถื่อน!" ไมยรินพยายามพนมมือขึ้นแกะฝ่ามือหนาออก แต่แรงอันน้อยนิดของเธอประดุจมดปลวกที่พยายามงัดต้นไม้ใหญ่ "ฉันชื่อไมยริน! น้องสาวต่างพ่อของฉันต่างหากที่เป็นคนก่อเรื่อง! ไปลากตัวมุกดากับพ่อเลี้ยงชั่วของฉันมาสิ! มาลงโทษฉันทำไม!"

"จะชื่ออะไรก็ช่าง! หรือจะบอกว่าเธอไม่รู้เห็นเรื่องเงินห้าสิบล้านที่พ่อเธอเอาไปเสพสุข?" พยัคฆ์บีบคางเธอแน่นขึ้นอีก สายตามองสำรวจใบหน้าหวานที่เปียกปอน ใบหน้าเนียนใส ปากกระจับสีชมพูระเรื่อที่กำลังเผยอไอ และดวงตากวางป่าที่ฉายรังสีพยศอย่างไม่ลดละ

ผู้หญิงคนนี้แตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเจอ...ส่วนใหญ่เมื่อเจอหน้าเขาและได้ยินชื่อ 'นายหัวพยัคฆ์' มักจะร้องไห้กราบเท้าขอชีวิต หรือไม่ก็ทำตัวคิกคักเสนอตัวเข้าหาเพื่อหวังความสบาย แต่ยัยเด็กปากดีคนนี้กลับจ้องหน้าเขาเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ!

"ฉันไม่รู้เรื่อง! และฉันก็ไม่ได้ใช้เงินสักบาทเดียว!" ไมยรินเค้นเสียงตอกกลับ "ถ้าคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนถึงมาสั่งและทำร้ายคนอื่นตามใจชอบ นายก็แค่มนุษย์ใจดำคนหนึ่งนั่นแหละ! ไร้หัวใจ! ไร้ความยุติธรรม!"

คำพูดเจ็บแสบของไมยรินทำให้ลูกน้องคนงานรอบข้างถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ ไม่มีใครบนเกาะนี้เคยกล้าด่าพยัคฆ์ตรงๆ แบบนี้มาก่อน!

เพลิงอารมณ์ในดวงตาของพยัคฆ์ลุกโชนขึ้นทันที ความทรงจำในอดีตที่เคยถูกผู้หญิงหักหลังทรยศไหลย้อนกลับเข้ามาแทรกซึม เขาเกลียดผู้หญิงเสแสร้ง เกลียดผู้หญิงที่ทำเป็นปากดีแต่ข้างในกลวงโบ๋!

"ปากดีนักใช่ไหม?" พยัคฆ์ผลักร่างบางออกอย่างแรงจนไมยรินล้มลงไปกองกับพื้นไม้เปียกชื้นอีกครั้ง เขายืนมองเธอจากมุมสูงด้วยสายตาเหยียดหยาม "ในเมื่อไม่อยากเป็น 'เมียขัดดอก' สบายๆ บนเรือนใหญ่...งั้นก็ไปทำงานหนักให้สมกับค่าตัวห้าสิบล้านของเธอซะ!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป