บทที่ 3 3

พยัคฆ์หันไปสั่งไอ้โตและไอ้ไข่นุ้ยเสียงเข้มกังวาน

"ไอ้โต! ลากตัวมันไปพักที่เรือนคนงานท้ายเกาะ! พรุ่งนี้ตีห้า สั่งให้มันไปล้างคอกหมู ถูพื้นโรงเก็บไม้ และกวาดลานหินทั้งหมด! ถ้าทำไม่เสร็จ...ห้ามให้มันกินข้าวแม้น้ำสักหยดเดียว!"

"นายหัวครับ...แต่คุณไหมเธอกำลังไข้ขึ้น แถมเปียกฝนมาทั้งคืน..." ไอ้ไข่นุ้ยพยายามจะช่วยพูดแทนเพราะเริ่มสงสารหญิงสาว

"กูสั่งอะไรก็ทำตามนั้น! ใครขัดคำสั่งกู จะโดนย้ายไปอยู่คอกสัตว์แทนมัน!" พยัคฆ์ตวาดเสียงดังลั่นจนไอ้ไข่นุ้ยต้องก้มหน้ารับคำสั่งอย่างรวดเร็ว

ไมยรินกัดฟันแน่น ยันกายลุกขึ้นนั่งบนพื้นไม้เปียกแฉะ แม้ความหนาวเย็นจะทำให้ริมฝีปากของเธอสั่นระริก และไข้พิษเริ่มจู่โจมจนหัวสมองหมุนเคว้ง แต่ดวงตากวางป่าคู่นั้นยังคงจ้องมองพยัคฆ์ด้วยความมุ่งมั่นและแข็งกร้าว

"จำคำพูดของนายไว้ให้ดีนะนายหัวพยัคฆ์..." ไมยรินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแข่งกับเสียงสายฝน "ฉันจะทำงานชดใช้หนี้ห้าสิบล้านนี่ให้หมด! และเมื่อถึงวันนั้น...ฉันจะเดินออกจากเกาะนี้ไป โดยที่นายไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวฉันอีกแม้แต่ปลายเล็บ!"

พยัคฆ์หยุดชักเท้า หันกลับมามองสบตาไมยริน รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้าคมสัน

"คิดว่าเธอจะมีปัญญาทำงานชดใช้เงินห้าสิบล้านหมดงั้นเหรอสาวน้อย? บนเกาะนี้...ฉันคือกฎหมาย และฉันคือเจ้าชีวิตของเธอ! อยากลองดีกับฉันก็เอา...แล้วเราจะได้เห็นกันว่าใครมันจะยอมสยบก่อนกัน!"

พยัคฆ์สะบัดหน้าเดินขึ้นเรือนใหญ่ไปท่ามกลางสายฝนที่พัดกระหน่ำ ทิ้งให้ไมยรินนั่งอยู่บนท่าเรือเปียกโชก ท่ามกลางสายตาของคนงานนับสิบชีวิต

ไอ้โตและไอ้ไข่นุ้ยรีบเข้าไปช่วยพยุงร่างบางของไมยรินขึ้นมา

"โถ...คุณไหม ไม่น่าไปต่อปากต่อคำกับนายหัวเลยครับ นายหัวพยัคฆ์แกบทจะใจร้าย แกใจร้ายยิ่งกว่าอสูรกายซะอีก" ไอ้ไข่นุ้ยถอนหายใจพลางยื่นผ้าขนหนูผืนเก่าให้เธอเช็ดตัว

ไมยรินรับผ้าขนหนูมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทา เธอจ้องมองไปยังเรือนไม้ทรงไทยขนาดใหญ่บนเนินเขาที่ส่องแสงไฟอบอุ่น ชายคนนั้น…นายหัวพยัคฆ์ อาจจะคิดว่าเขาเป็นเจ้าชีวิตของทุกคนบนเกาะนี้ แต่เขาคิดผิด!

ฉันไม่มีวันยอมเป็นเชลยที่ไร้ศักดิ์ศรี...สักวันหนึ่ง ฉันจะทำให้คนดิบเถื่อนอย่างนาย ต้องสยบอยู่ใต้เท้าของฉันให้ได้!

พายุฝนยามค่ำคืนบนเกาะพยัคฆ์ยังคงพัดกระหน่ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของมรสุมชีวิตและศึกหัวใจที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่าง 'นายหัวผู้ไร้หัวใจ' กับ 'เชลยสาวผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร'!

เสียงไก่ขันแว่วมาจากที่ไกลๆ บ่งบอกเวลาเช้ามืดที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้าทะเล อากาศยามตีสี่ครึ่งบนเกาะพยัคฆ์ชื้นแฉะและหนาวเหน็บจากพายุฝนเมื่อคืน ความเย็นเยือกแทรกซึมผ่านรอยแยกของผนังไม้ไผ่ขัดแตะเข้ามาในห้องพักคนงานซอมซ่อขนาดเล็ก

ร่างบางของไมยรินนอนขดตัวคู้ดั่งกุ้งอยู่บนฟูกที่นอนเก่าๆ ซึ่งบางจนแทบสัมผัสได้ถึงพื้นกระดานแข็งกระด้าง ผ้าห่มผืนบางที่ไอ้ไข่นุ้ยหามาให้เมื่อคืนไม่อาจต้านทานความหนาวสั่นที่โจมตีจากภายในร่างกายได้เลย พิษไข้จากการตากฝนและแช่น้ำทะเลกำลังแผลงฤทธิ์อย่างหนัก หน้าผากมนมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดพราย ทว่าริมฝีปากกลับแห้งผากและซีดเผือด

"อื้อ..." หญิงสาวครางแผ่วเบาในลำคอ เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟหน้าห้องลอดเข้ามา

ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกทุบจนแหลกละเอียด ข้อมือทั้งสองข้างยังมีรอยแดงช้ำจากการถูกมัด ไมยรินพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง อาการหน้ามืดวิงเวียนโจมตีจนเธอต้องหลับตาลงและสูดหายใจเข้าลึกๆ

‘พรุ่งนี้ตีห้า สั่งให้มันไปล้างคอกหมู ถูพื้นโรงเก็บไม้ และกวาดลานหินทั้งหมด! ถ้าทำไม่เสร็จ...ห้ามให้มันกินข้าวแม้น้ำสักหยดเดียว!’

คำสั่งประกาศิตอันแสนเย็นชาของนายหัวพยัคฆ์ดังก้องขึ้นมาในโสตประสาท ปลุกสัญชาตญาณการต่อสู้ในตัวของเธอให้ตื่นขึ้น ไมยรินกัดริมฝีปากตัวเองจนรู้สึกเจ็บเพื่อเรียกสติ

"ฉันไม่ยอมแพ้คนใจดำอย่างนายหรอก..." เธอพึมพำกับตัวเองเสียงแหบพร่า มือบางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป