บทที่ 4 4
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเข้ามา หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใบหน้าใจดีและมีริ้วรอยตามวัยเดินถือตะเกียงและชุดเสื้อผ้าเก่าๆ เข้ามาหา เธอคือ 'ป้าผ่อง' แม่บ้านใหญ่ประจำเรือนไม้สักของนายหัวพยัคฆ์
"คุณไหม...ตื่นหรือยังลูก" ป้าผ่องเรียกด้วยน้ำเสียงปรานี วางตะเกียงลงบนพื้นแล้วขยับเข้ามาใกล้ เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาว ป้าผ่องก็รีบยกมือขึ้นอังหน้าผากมนทันที "ตายจริง! ตัวร้อนจี๋อย่างกับไฟสุมเลยนี่หนูไข้ขึ้นหนักเลยนะเนี่ย"
"ไหมไม่เป็นไรค่ะป้า..." ไมยรินฝืนยิ้มบางๆ แม้เสียงจะสั่นพร่า "ป้าคือ..."
"ป้าชื่อผ่องจ้ะ เป็นแม่บ้านใหญ่ของที่นี่ ไอ้ไข่นุ้ยมันไปปลุกป้าตั้งแต่ตีสี่ บอกว่านายหัวสั่งให้หนูไปล้างคอกหมู ป้าเลยรีบหาชุดคนงานเก่าๆ มาให้เปลี่ยน ชุดที่หนูใส่มาเมื่อคืนมันขาดหมดแล้ว...แต่หนูไข้สูงขนาดนี้ ป้าว่าไปบอกนายหัวขอพักสักวันเถอะนะลูก ขืนไปทำงานหนักมีหวังช็อกตายพอดี"
"ไม่ได้หรอกค่ะป้าผ่อง" ไมยรินส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน แววตาเด็ดเดี่ยวฉายชัด "ถ้านายหัวของป้ารู้ว่าไหมล้มหมอนเสื่อตั้ฃแต่วันแรก เขาต้องหาว่าไหมสำออยแน่ๆ คนอย่างเขาไม่มีวันเห็นใจใครหรอกค่ะ ไหมจะไปทำงาน...ไหมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าต่อให้เขาจะสับโขกสับสับไหมยังไง ไหมก็ไม่มีวันตายคามือเขา!"
ป้าผ่องมองหญิงสาวรุ่นราวคราวหลานด้วยแววตาสงสารจับใจ ตั้งแต่ทำงานรับใช้นายหัวพยัคฆ์มาหลายปี ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ถูกส่งตัวมาขัดดอกแล้วจะมีสายตาแข็งกร้าวและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีได้เท่าเด็กคนนี้ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ร้องไห้กอดขาอ้อนวอน ก็มักจะใช้มารยาหญิงเข้าล่อ แต่นี่กลับพร้อมพุ่งชนกับความโหดร้ายของนายหัวอย่างไม่กลัวตาย
"ถ้าหนูยืนยันอย่างนั้น ป้าก็คงห้ามไม่ได้...รีบเปลี่ยนชุดเถอะลูก เดี๋ยวไอ้โตมันจะมาคุมงาน ป้าแอบเอายาพารามาให้สองเม็ด กินดักไว้ก่อนนะ" ป้าผ่องยื่นยาและน้ำแก้วเล็กๆ ให้ ไมยรินรับมากินอย่างว่าง่าย พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณจากใจจริง
เวลา 05:00 น. ตรงเป๊ะ
บรรยากาศบริเวณคอกหมูท้ายเกาะเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นคาวและสิ่งปฏิกูลที่สะสมมาทั้งคืน ไมยรินในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวโคร่งและกางเกงวอร์มเก่าๆ ยืนถือแปรงทองเหลืองด้ามยาวและถังน้ำพลาสติกใบใหญ่ สองขาของเธอสั่นเทาจากพิษไข้ แต่เธอก็ฝืนยืนหลังตรง
"เริ่มงานได้แล้วคุณไหม นายหัวสั่งให้ล้างคอกหมูยี่สิบคอกนี้ให้สะอาดเอี่ยม ห้ามมีขี้หมูติดแม้แต่นิดเดียว เสร็จแล้วค่อยไปถูโรงเก็บไม้ต่อ" ไอ้โตยืนกอดอกสั่งการด้วยใบหน้าเรียบตึง แม้ในใจจะแอบนับถือความใจสู้ของหญิงสาวที่เดินลากสังขารมาทำงานตรงเวลาเป๊ะ
ไมยรินไม่ตอบโต้ เธอเดินเข้าไปในคอกหมูที่เฉอะแฉะ กลิ่นเหม็นตลบอบอวลจนเธอต้องกลั้นหายใจและเบือนหน้าหนี อาการคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ แต่เธอพยายามกลืนมันลงไป มือเล็กที่เคยจับแต่ปากกาทำบัญชีและช่วยแม่จัดของในร้าน บัดนี้ต้องออกแรงตักน้ำจากโอ่งใบใหญ่สาดลงบนพื้นซีเมนต์ แล้วใช้แปรงทองเหลืองขัดถูคราบสกปรกอย่างเอาเป็นเอาตาย
แกรก...แกรก...แกรก...
เสียงแปรงขัดพื้นดังต่อเนื่องเป็นจังหวะ หยาดเหงื่อผสมกับไอร้อนจากพิษไข้ไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าหวาน ไมยรินกัดฟันแน่น ทุกครั้งที่ออกแรงขัด กล้ามเนื้อแขนและแผ่นหลังก็ปวดร้าวราวกับจะฉีกขาด
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...สองชั่วโมงผ่านไป...
พระอาทิตย์เริ่มทอแสงแรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ แสงแดดที่สาดส่องลงมากระทบผิวกายยิ่งทำให้ไมยรินรู้สึกร้อนวูบวาบสลับกับหนาวสั่น เธอขัดคอกหมูไปได้เพียงครึ่งทาง มือทั้งสองข้างแดงเถือกและเริ่มมีรอยพองน้ำจากการเสียดสีกับด้ามแปรงไม้
ณ ระเบียงไม้สักชั้นสองของเรือนใหญ่
ร่างสูงใหญ่กำยำของนายหัวพยัคฆ์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบนสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแกร่งคร้ามแดด เขายืนพิงระเบียง มือหนาถือแก้วกาแฟดำรสเข้ม ดวงตาคมกริบสีเหล็กกล้าทอดมองลงไปยังบริเวณคอกสัตว์ท้ายเกาะอย่างไม่วางตา
จากมุมนี้ เขาสามารถมองเห็นร่างเล็กๆ ในชุดคนงานตัวโคร่งกำลังก้มๆ เงยๆ ขัดพื้นคอกหมูอย่างขะมักเขม้น ไม่มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญ ไม่มีท่าทีอิดออด หรือแม้แต่จะนั่งพัก
"แปลกคน..." พยัคฆ์พึมพำกับตัวเอง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ปรกติผู้หญิงหน้าตาดี ผิวพรรณบอบบางอย่างนี้ แค่ได้กลิ่นขี้หมูก็คงเป็นลมล้มพับไปแล้ว หรือไม่ก็คงนั่งร้องไห้ฟูมฟายเรียกร้องความสงสาร แต่ยัยเด็กปากดีคนนี้กลับก้มหน้าก้มตาทำงานงกๆ ทั้งที่เมื่อคืนไอ้ไข่นุ้ยเพิ่งมารายงานว่าเธอไข้ขึ้นสูงจนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ
‘บอกนายหัวของพวกแกไว้เลย...ว่าคนอย่างไมยริน ไม่เคยยอมสยบให้กับความอัปยศ!’
ประโยคที่เธอตะโกนลั่นก่อนกระโดดลงทะเลเมื่อคืนยังคงดังก้องอยู่ในหัวของพยัคฆ์ มันกวนใจเขาอย่างประหลาด เขาเกลียดผู้หญิงที่ทำตัวหยิ่งยโส เกลียดพวกที่ปากบอกว่ามีศักดิ์ศรี แต่สุดท้ายก็ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงิน...เหมือน 'ริต้า' แฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปหาไอ้เสี่ยยันต์ตอนที่เขาหมดตัวและติดคุก!
ในสายตาของพยัคฆ์ ไมยรินก็แค่สินค้าที่พ่อเลี้ยงส่งมาขัดดอก หนี้ห้าสิบล้านไม่ใช่เศษเงิน เขาต้องมั่นใจว่าหล่อนจะทำงานคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ หรือไม่...หล่อนก็ต้องยอมศิโรราบ แทบเท้าขอความเมตตาจากเขา!
