บทที่ 5 5

"ไอ้ไข่นุ้ย!" พยัคฆ์ตะโกนเรียกเสียงห้วน

"ครับนายหัว!" ไข่นุ้ยรีบวิ่งขึ้นบันไดมารับคำสั่งอย่างรวดเร็ว

"ลงไปดูซิว่ายัยนั่นทำงานถึงไหนแล้ว ถ้าล้างคอกหมูเสร็จ ไล่ให้ไปถูพื้นโรงเก็บไม้ต่อเลย ห้ามให้พักกินข้าวเช้าจนกว่าจะเสร็จงานช่วงเช้าทั้งหมด!"

"โธ่นายหัวครับ...คุณไหมแกตัวรุมๆ เหมือนจะเป็นไข้หนักเลยนะครับ ปล่อยให้พักกินข้าวต้มสักถ้วยก่อนไม่ได้เหรอครับ เดี๋ยวนายหญิง...เอ้ย! เดี๋ยวเชลยขัดดอกจะตายคางานไปซะก่อน หนี้ห้าสิบล้านเราจะสูญเปล่านะครับ" ไอ้ไข่นุ้ยพยายามหาเหตุผลมาอ้างเพราะทนสงสารไม่ไหว

ดวงตาคมดุดันตวัดมองลูกน้องคนสนิทอย่างเอาเรื่อง "มึงอยากไปล้างคอกหมูแทนมันไหมไอ้ไข่นุ้ย? ถ้ากูสั่งอะไรก็ไปทำตามนั้น! กูอยากจะรู้นักว่ายัยเด็กอวดดีนั่นจะปากแข็งไปได้สักกี่น้ำ!"

พยัคฆ์กระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้อย่างแรงจนน้ำสีเข้มกระฉอกออกมาก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องทำงานไป ทิ้งให้ไอ้ไข่นุ้ยได้แต่ยืนเกาหัวแกรกๆ ถอนหายใจยาว

เวลา 10:30 น.

แสงแดดยามสายบนเกาะพยัคฆ์เริ่มแผดเผา ไมยรินลากสังขารที่แทบจะแหลกสลายมาถึงลานหินกว้างหน้าโรงเก็บไม้ งานล้างคอกหมูยี่สิบคอกเสร็จสิ้นลงแล้ว แลกมากับฝ่ามือที่พองจนแตกและมีเลือดซึมออกมา เสื้อผ้าของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อและน้ำเหม็นคาว ผมยาวดกดำที่เคยสลวยบัดนี้ยุ่งเหยิงและลู่แนบไปกับใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ

"แฮ่ก...แฮ่ก..." ไมยรินยืนพิงไม้กวาดทางมะพร้าวด้ามยาว หอบหายใจโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างยากลำบาก โลกตรงหน้าเริ่มหมุนเคว้ง ดวงตาพร่ามัว แต่เธอยังฝืนกัดฟันกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความวิงเวียน

ต้องทำต่อ...ถ้าหยุดพัก นายหัวเถื่อนนั่นต้องหาเรื่องมาด่าและเพิ่มงานให้ฉันอีกแน่

เธอกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอที่แห้งเป็นผง แล้วเริ่มลงมือกวาดเศษใบไม้และเศษไม้บนลานหิน ท่ามกลางสายตาของคนงานชายหญิงหลายสิบคนที่แอบมองอยู่ห่างๆ บางคนซุบซิบนินทา บางคนมองด้วยความสงสาร แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเพราะกลัวอาญาของนายหัว

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหนังดังกระทบพื้นลานหินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไมยรินชะงักมือที่กำลังกวาดพื้น ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผ่านหยาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา

พยัคฆ์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีดเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าสง่างามแต่แฝงไปด้วยความคุกคาม ตามหลังมาด้วยไอ้โตและไอ้ไข่นุ้ย ร่างสูงใหญ่หยุดยืนตรงหน้าเธอ ห่างไปเพียงไม่ถึงสองก้าว สายตาคมกริบมองกวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาวด้วยแววตาหยามเหยียด

"งานแค่นี้ทำเป็นหอบจะเป็นจะตายเลยงั้นเหรอ?" น้ำเสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้นเย้ยหยัน "ไหนเมื่อคืนปากดีนักหนาว่าจะทำงานใช้หนี้ห้าสิบล้านให้หมดไง? แค่กวาดลานหินยังทำท่าเหมือนจะขาดใจตาย แล้วชาตินี้ฉันจะได้เงินคืนไหม?"

ไมยรินกำด้ามไม้กวาดแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เธอเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขากลับอย่างไม่ลดละ แม้ริมฝีปากจะสั่นระริกจากพิษไข้ก็ตาม

"ฉันก็กำลังทำอยู่นี่ไง! นายตาบอดหรือไงถึงมองไม่เห็นว่าลานหินฝั่งนู้นมันสะอาดแล้ว!" เธอกัดฟันเถียงเสียงแข็ง

พยัคฆ์หรี่ตาลงอย่างอันตราย รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนมุมปาก เขาก้าวเท้าเดินไปยังบริเวณที่ไมยรินเพิ่งกวาดเสร็จหมาดๆ ก่อนจะจงใจเตะกองเศษใบไม้และเศษไม้ที่เธอกองรวมไว้ให้กระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วลานอีกครั้ง

"อุ๊ย...โทษที พอดีลมมันพัดแรงไปหน่อย" พยัคฆ์พูดด้วยน้ำเสียงยียวน กวนประสาทจนถึงขีดสุด "กวาดใหม่สิ ไมยริน กวาดจนกว่าฉันจะพอใจ"

"นายหัว!" ไมยรินตวาดลั่น ความอดทนที่สะสมมาตั้งแต่เช้าขาดผึงลงทันที เธอทิ้งไม้กวาดลงพื้นแล้วพุ่งตัวเข้าไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน "นายมันบ้าอำนาจ! นายตั้งใจแกล้งฉันชัดๆ! สนุกมากใช่ไหมที่ได้รังแกคนที่ไม่มีทางสู้แบบนี้น่ะ!"

"ฉันไม่ได้แกล้ง...ฉันแค่ 'ทดสอบ' คุณภาพของสินค้า" พยัคฆ์ก้มหน้าลงมาใกล้จนไมยรินสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นกาแฟจางๆ ของเขา สายตาของเขามองไล่ลงมาที่ริมฝีปากซีดเซียวของเธอ "พ่อเลี้ยงของเธอตีราคาเธอไว้ตั้งห้าสิบล้าน...แต่ดูจากสภาพโทรมๆ เหมือนหมาตกน้ำแบบนี้แล้ว ฉันว่าห้าแสนยังแพงไปเลยมั้ง"

คำพูดดูถูกเหยียดหยามเหมือนมีดแหลมคมกรีดลงบนหัวใจของไมยริน ศักดิ์ศรีที่เธอหวงแหนถูกผู้ชายตรงหน้าเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี ความโกรธแค้นผสมกับความน้อยใจพุ่งพล่านจนน้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตา แต่เธอรีบกะพริบไล่มันกลับไป เธอจะไม่ยอมร้องไห้ให้ผู้ชายสารเลวคนนี้เห็นเด็ดขาด!

"ฉันไม่ใช่สินค้า! และฉันก็ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรให้คนอย่างนายมาประเมิน!" ไมยรินเค้นเสียงลอดไรฟัน "ผู้ชายที่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง และมองผู้หญิงเป็นแค่สิ่งของขัดดอกอย่างนาย...จิตใจมันคงจะต่ำตมและน่าสมเพชที่สุด! มิน่าล่ะ...ถึงต้องมาหมกตัวทำตัวเป็นอสูรกายบ้าอำนาจอยู่บนเกาะกันดารแบบนี้ เพราะข้างนอกคงไม่มีใครเขาทนสันดานดิบเถื่อนของนายได้หรอก!"

สิ้นประโยคของไมยริน บรรยากาศรอบลานหินเงียบกริบราวกับป่าช้า คนงานที่แอบมองอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง ไอ้โตและไอ้ไข่นุ้ยเบิกตากว้าง สูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ไม่มีใคร...ไม่เคยมีใครในชีวิตที่กล้าด่าทอนายหัวพยัคฆ์แบบสาดเสียเทเสียถึงรากเหง้าขนาดนี้มาก่อน!

ดวงตาของพยัคฆ์วาวโรจน์ดั่งมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ภายใน สันกรามคมบดเข้าหากันจนนูนเด่น ความโกรธจัดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขาเกลียดคำว่า 'ต่ำตม' เกลียดที่ถูกผู้หญิงตัวเล็กๆ จี้ใจดำเรื่องอดีตที่เขาเคยถูกทิ้ง!

"เธอว่าใครต่ำตม..." น้ำเสียงของพยัคฆ์เย็นเยียบจนน่าขนลุก เขายกมือหนาขึ้นบีบเข้าที่ต้นแขนบอบบางของไมยรินอย่างแรงจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด

"นายไง! นายหัวพยัคฆ์! ผู้ชายที่ไร้หัวใจและน่าขยะแขยงที่สุด!" ไมยรินตะโกนใส่หน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย

เพี๊ยะ!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป