บทที่ 6 6
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังลั่นก้องไปทั่วลานหิน ไม่ใช่ฝ่ามือของพยัคฆ์ที่ฟาดลงไป แต่เป็นฝ่ามือเล็กๆ ของไมยรินที่สะบัดตบเข้าที่ใบหน้าคร้ามแดดของนายหัวอย่างสุดแรงเกิด!
รอยนิ้วมือสีแดงห้าเส้นประทับเด่นชัดอยู่บนซีกหน้าซ้ายของพยัคฆ์ ใบหน้าคมหันไปตามแรงตบ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณจนได้ยินเสียงคลื่นทะเลกระทบฝั่ง ไอ้โตเตรียมจะชักปืนพกออกมาตามสัญชาตญาณปกป้องเจ้านาย แต่พยัคฆ์ยกมือขึ้นปรามไว้โดยไม่หันไปมอง
ไมยรินยืนหอบหายใจ มือข้างที่ตบยังคงชาหนึบและสั่นเทา เธอรู้ตัวว่าทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดลงไปแล้ว แต่เธอไม่เสียใจ!
พยัคฆ์ค่อยๆ หันใบหน้ากลับมามองเธอช้าๆ นัยน์ตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ บัดนี้กลับดำมืดและลึกล้ำจนยากจะคาดเดาอารมณ์ เขายกนิ้วหัวแม่มือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากตัวเองอย่างลวกๆ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมกระตุกขึ้นที่มุมปาก
"ตบเก่งดีนี่...แรงดีใช้ได้" พยัคฆ์เอ่ยเสียงพร่าต่ำ คล้ายเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวประชิดตัวไมยรินอย่างรวดเร็ว มือหนาตะปบเข้าที่ท้ายทอยของหญิงสาวแล้วกระชากร่างบางเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างอย่างแรง!
"โอ๊ย! ปล่อยนะไอ้บ้า!" ไมยรินดิ้นรนสุดชีวิต สองมือพยายามทุบตีและผลักไสแผงอกแกร่งราวกับกำแพงหิน แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดบวกกับพิษไข้ ทำให้เธอไม่อาจหลุดพ้นจากการเกาะกุมของเขาได้เลย
"ปากเก่ง! อวดดี! มือหนัก! เธอมีครบทุกอย่างที่ฉันเกลียดเลยนะไมยริน!" พยัคฆ์ก้มหน้าลงมากระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความคุกคามและอันตราย "แต่จำเอาไว้...บนเกาะนี้ คนที่กล้าทำร้ายร่างกายฉัน ไม่เคยมีใครได้ตายดีสักคน!"
"ก็ฆ่าฉันเลยสิ! ฆ่าฉันให้ตายไปเลย! หนี้บ้าบอนั่นจะได้จบๆ กันไปสักที!" ไมยรินเงยหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่เธอไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป น้ำตาเม็ดใสกลิ้งหล่นลงมาอาบแก้มเนียน
วินาทีที่พยัคฆ์เห็นน้ำตาของหญิงสาวอวดดีตรงหน้า หัวใจที่แข็งกระด้างราวกับหินผาของเขากลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นปราดเข้ามาในอก มันไม่ใช่ความสงสาร แต่มันเป็นความรู้สึกรุ่มร้อนและหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้ เขาเกลียดน้ำตาผู้หญิง แต่น้ำตาของไมยรินกลับทำให้เขาอยากจะ...
พยัคฆ์สะบัดความคิดบ้าๆ นั้นทิ้งไป เขาผลักร่างของไมยรินออกอย่างแรงจนหญิงสาวเสียหลักล้มก้นกระแทกพื้นลานหินอย่างแรง
"ฆ่าเธอให้ตายมันง่ายไปแม่คนเก่ง..." พยัคฆ์ยืนค้ำศีรษะมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา "ร่างกายของเธอยังมีประโยชน์ให้ฉันใช้งานอีกเยอะ! ไอ้โต! ลากตัวยัยนี่ไปตากแดดกลางลานหินนี่แหละ! ห้ามให้ใครเอาน้ำหรืออาหารให้กินจนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน! ถ้าใครขัดคำสั่ง กูจะไล่ตะเพิดออกจากเกาะให้หมด!"
สั่งจบ พยัคฆ์ก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างหัวเสีย ก้าวเท้ายาวๆ ขึ้นเรือนใหญ่โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองร่างเล็กที่นั่งขดตัวอยู่บนพื้นหินร้อนระอุ
"คุณไหม..." ไอ้ไข่นุ้ยรีบวิ่งเข้ามาทรุดตัวลงข้างๆ ไมยริน หน้าตาตื่นตระหนก "คุณตบนายหัวทำไมครับ! รู้ไหมว่านายหัวแกฆ่าคนได้เลยนะตอนโมโหน่ะ!"
"ฉันไม่กลัว..." ไมยรินตอบเสียงแผ่วเบา ร่างกายของเธอเริ่มสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ พิษไข้จากการตากฝนเมื่อคืนบวกกับความร้อนระอุของแสงแดดยามเที่ยงวันกำลังเล่นงานเธออย่างหนัก
"ไอ้โต มึงไปเอาร่มมาบังแดดให้คุณไหมหน่อยเถอะว่ะ ขืนตากแดดแบบนี้แกช็อกตายแน่ๆ" ไข่นุ้ยหันไปขอความช่วยเหลือจากมือขวาของนายหัว
"ไม่ได้...มึงก็รู้ว่าคำสั่งนายหัวศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน ขืนพวกเราช่วย เราได้ซวยกันหมดแน่" ไอ้โตส่ายหน้าด้วยความหนักใจ "คุณไหมทนเอาหน่อยนะครับ แดดร่มลมตกเมื่อไหร่ ผมจะรีบพาไปพัก"
ไมยรินฝืนยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่มทั้งสองที่ยังมีแก่ใจเป็นห่วงเธอ เธอค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งพับเพียบ แผ่นหลังตั้งตรง ท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผาลงมาอย่างโหดร้าย ใบหน้าซีดเซียวเชิดขึ้นมองตรงไปยังเรือนไม้สักหลังใหญ่ของชายผู้ซึ่งประกาศตัวเป็นเจ้าชีวิตของเธอ
ฉันจะไม่มีวันยอมแพ้...นายหัวพยัคฆ์...ไม่มีวัน!
บนระเบียงห้องทำงานชั้นสอง พยัคฆ์ยืนซ่อนตัวอยู่หลังผ้าม่านสีเข้ม ดวงตาคมกริบทอดมองลงมายังร่างบางที่นั่งตากแดดอยู่กลางลานหิน มือหนายกขึ้นลูบรอยแก้มซ้ายที่ยังคงชาและเป็นปื้นแดงจางๆ
"อวดดี..." เขาพึมพำเสียงต่ำ
ในใจของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ความโกรธแค้นที่ถูกหยามเกียรติปะทะกับความประหลาดใจในความใจสู้ของหญิงสาว ผู้หญิงบอบบางที่น่าจะสลบไปตั้งแต่ชั่วโมงแรกของการล้างคอกหมู แต่กลับยืนหยัดต่อปากต่อคำและถึงขั้นตบหน้าเขาได้ ความท้าทายนี้กระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาอย่างรุนแรง
ความเจ็บปวดจากฝ่ามือเล็กๆ นั่น...เหมือนจะไม่ได้ฝากไว้แค่บนใบหน้า แต่มันกำลังทิ้งรอยประทับบางอย่างลงบนก้อนเนื้อด้านชาที่อกข้างซ้ายของเขาอย่างเงียบเชียบ...
รอยร้าวแห่งทัณฑ์รัก...กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้วบนเกาะพยัคฆ์แห่งนี้!
