บทที่ 8 8
"ฉันบอกว่าไม่! ฉันจะไม่ยอมแพ้คนใจดำอย่างเขา! ให้ฉันตายตรงนี้แหละ!" หญิงสาวตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้อง น้ำตาที่อัดอั้นมาทั้งวันไหลปนไปกับน้ำฝน ความเจ็บปวดทางกายเริ่มเกินขีดจำกัด แต่ความเจ็บปวดทางใจที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมันรุนแรงยิ่งกว่า
"ไอ้ไข่นุ้ย! มึงถอยออกมา!"
เสียงตะโกนห้าวทุ้มดังกังวานฝ่าสายฝนและเสียงฟ้าร้อง ร่างสูงใหญ่ของนายหัวพยัคฆ์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำตัวเดิมเปียกโชกแนบลู่ไปกับมัดกล้ามแกร่ง เขาก้าวยาวๆ ลงมาจากเรือนใหญ่ ตรงดิ่งมายังลานหินด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ฝ่าความมืดสลัว
"นายหัว! แต่คุณไหมแก..."
"กูสั่งให้ถอยไป! หูหนวกหรือไง!" พยัคฆ์ตวาดลั่นจนไอ้ไข่นุ้ยต้องรีบถอยกรูดไปยืนหลบหลังไอ้โตที่วิ่งตามลงมา
พยัคฆ์หยุดยืนค้ำศีรษะร่างบางที่นอนคู้ดั่งกุ้งอยู่บนพื้นหิน เขามองหญิงสาวที่กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ริมฝีปากของเธอเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ผิวที่เคยขาวเนียนบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ความโกรธที่เธอขัดคำสั่งและอวดดีเปลี่ยนรูปไปเป็นความรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างรุนแรง
"ลุกขึ้นมา!" พยัคฆ์ออกคำสั่งเสียงเหี้ยม
ไมยรินค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองฝ่าม่านน้ำฝน ภาพผู้ชายใจร้ายยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าทำให้เธอแค่นยิ้มหยันออกมา ทั้งที่ร่างกายแทบจะแตกสลาย
"ทำไมล่ะนายหัว... พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเลยนี่... กลัวฉันตายก่อนจะได้ใช้หนี้งั้นเหรอ..." เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่กลับดังก้องอยู่ในใจของพยัคฆ์
"ฉันบอกให้ลุกขึ้นมา ไมยริน! อย่ามาท้าทายความอดทนของฉัน!" เขาคุกเข่าลงข้างๆ มือหนาเอื้อมไปกระชากต้นแขนของเธออย่างแรงเพื่อบังคับให้ลุกขึ้น
แต่ทันทีที่ฝ่ามือสัมผัสกับผิวกายของเธอ พยัคฆ์ถึงกับชะงักงัน
"ตัวเธอ..."
ความร้อนดั่งไฟสุมส่งผ่านจากแขนเล็กๆ ทะลุเข้ามาถึงฝ่ามือของเขา ตัวเธอร้อนจี๋ ร้อนจนแทบจะลวกมือ แต่ร่างกายกลับสั่นเทาอย่างหนักหน่วง อาการหอบหายใจติดขัดบวกกับดวงตาที่เริ่มเหลือกค้าง บ่งบอกว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะช็อก!
"ปล่อยฉัน..." ไมยรินพยายามสะบัดแขนออก แต่เรี่ยวแรงหยาดสุดท้ายได้เหือดแห้งไปหมดแล้ว สติสัมปชัญญะที่พยายามรั้งไว้ขาดผึงลง ร่างบอบบางทรุดฮวบหมดสติล้มพับลงไปในอ้อมแขนของชายหนุ่มทันที
"ไมยริน! ไมยริน!" พยัคฆ์ตบแก้มซีดเซียวเบาๆ เพื่อเรียกสติ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกหวาดกลัวอย่างประหลาดแล่นปราดเข้ามาในอก เป็นความกลัวที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนนับตั้งแต่สูญเสียพ่อแม่ไป
"ไอ้ไข่นุ้ย! ไอ้โต! ไปตามหมอประจำเกาะมาที่เรือนใหญ่เดี๋ยวนี้! เร็วเข้า!" พยัคฆ์ตะโกนสั่งการเสียงหลง ไม่เหลือคราบของนายหัวผู้เยือกเย็นอีกต่อไป
เขาสอดแขนแกร่งเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังบอบบาง ช้อนร่างที่เบาหวิวราวกับขนนกขึ้นมาอุ้มไว้แนบอก ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ ตัวเธอเบาและบอบบางมาก มากจนเขากลัวว่าหากเผลอออกแรงบีบแรงเกินไป เธออาจจะแตกสลายคามือเขาได้
พยัคฆ์อุ้มร่างของไมยรินวิ่งฝ่าพายุฝนขึ้นบันไดเรือนไม้สักอย่างรวดเร็ว ทิ้งความหยิ่งยโสและความแค้นเอาไว้เบื้องหลัง ตอนนี้เขาสนใจเพียงแค่ชีวิตของหญิงสาวในอ้อมกอดเท่านั้น
"ตายแล้ว! นายหัว! เกิดอะไรขึ้นคะ!" ป้าผ่องที่กำลังจัดเตรียมอาหารเย็นรีบวิ่งหน้าตื่นออกมาจากครัว เมื่อเห็นเจ้านายอุ้มร่างเปียกโชกของหญิงสาวที่หมดสติเข้ามาในบ้าน
"ป้าผ่อง ไปเตรียมน้ำอุ่น ผ้าสะอาด แล้วก็ยาพาราฯ มาให้ผมที่ห้องรับรองแขกชั้นสองเดี๋ยวนี้!" พยัคฆ์สั่งการอย่างรวดเร็วโดยไม่หยุดเดิน
"หะ... ห้องรับรองแขกหรือคะ?" ป้าผ่องทวนคำอย่างตกตะลึง ห้องนั้นคือห้องที่อยู่ติดกับห้องนอนของนายหัว และไม่เคยมี 'เชลย' หรือแม้แต่คนงานคนไหนได้รับอนุญาตให้เหยียบย่างเข้าไป
"ไปเตรียมมาเถอะน่า! อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้!" เขาตวาดกลับด้วยความร้อนใจ ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ขึ้นบันไดไปชั้นสอง
ภายในห้องรับรองแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักและเตียงนอนขนาดคิงไซส์ พยัคฆ์ค่อยๆ วางร่างที่เปียกปอนของไมยรินลงบนที่นอนหนานุ่มอย่างระมัดระวัง เขาไม่สนใจว่าน้ำฝนและเศษดินจากเสื้อผ้าของเธอจะทำผ้าปูเตียงราคาแพงเปรอะเปื้อน
เขายืนจ้องมองใบหน้าซีดเผือดที่กำลังหอบหายใจรวยริน คิ้วเข้มขมวดมุ่น ความสับสนตีรวนอยู่ในหัว เขาเป็นคนสั่งทรมานเธอ แต่พอเห็นเธอแทบปางตาย เขากลับเป็นคนที่ทนไม่ได้เสียเอง
"ของที่สั่งได้แล้วค่ะนายหัว" ป้าผ่องเดินถืออ่างน้ำอุ่น ผ้าขนหนู และกล่องยาเข้ามาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง "เดี๋ยวป้าจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัวให้คุณไหมเองค่ะ นายหัวไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเถอะนะคะ เปียกฝนมาเหมือนกันเดี๋ยวจะไม่สบาย"
พยัคฆ์มองป้าผ่อง ก่อนจะหันกลับไปมองไมยริน ความรู้สึกบางอย่างผลักดันให้เขาพูดในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองยังแปลกใจ
"ไม่ต้อง ป้าลงไปต้มข้าวต้มร้อนๆ รอไว้ก็พอ เดี๋ยวทางนี้... ฉันจัดการเอง"
"แต่นายหัวคะ คุณไหมเธอเป็นผู้หญิง..." ป้าผ่องท้วงอย่างเกรงใจ
"ผมบอกให้ลงไปไงป้าผ่อง!" เสียงห้าวตวัดขึ้นเล็กน้อยจนป้าผ่องต้องรีบพยักหน้าและเดินออกจากห้องไป ปิดประตูทิ้งให้ชายหนุ่มและหญิงสาวอยู่กันตามลำพัง
