บทที่ 12 มาเฟียเจ้าเล่ห์
ลูเซียโน่คว้าโทรศัพท์เครื่องสีดำสนิทจากมือลูกน้องมาและกดโทรออกหาราฟาเอลทันที ในตอนแรกราฟาเอลยังไม่ยอมรับสาย ลูเซียโน่จึงต่อสายหาคนสนิทของราฟาเอลต่อ
‘ครับท่านลูเซียน’ ปลายสายพูดผ่านโทรศัพท์มา
“กูจะคุยกับราฟาเอล” เสียงทุ้มของลูเซียโน่เอ่ย
‘สักครู่นะครับ’ บอดี้การ์ดบอกกล่าว ลูเซียโน่จึงนั่งรออยู่ชั่วครู่
‘มีอะไร’ ราฟาเอลถามด้วยน้ำเสียงดุดันเล็กน้อย
“ทำไมถึงให้กูปล่อยเธอไป”
‘แล้วผู้หญิงคนนั้นยอมบอกอะไรมึงบ้างไหมล่ะ’
“ไม่” ลูเซียนตอบกลับสั้นๆ
‘กูก็แค่เอาผู้หญิงคนนั้นมาต่อรองกับเธอนิดหน่อย’
“หมายความว่าไงวะ”
‘พรุ่งนี้ไปกาสิโน เดี๋ยวก็รู้เอง’
ลูเซียโน่ถอนหายใจออกด้วยความเบื่อหน่ายเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรไป ราฟาเอลจึงเว้นจังหวะชั่วครู่ ก่อนที่ราฟาเอลจะพูดต่อ
‘มึงเอาผู้หญิงคนนั้นไว้ที่คฤหาสน์ของมึงก่อน อีกอาทิตย์ค่อยปล่อยตัวเธอไป’
“เออ” สิ้นเสียงลูเซียโน่ ราฟาเอลก็กดวางสายไป
ก็แค่นี้แหละที่เขาต้องการ
ลูเซียโน่ยื่นโทรศัพท์คืนให้กับลูกน้อง ริคิจึงรับโทรศัพท์ไปถือเอาไว้ ก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะลุกขึ้นยืนพลางพูดกับบอดี้การ์ดด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงขึ้นมาเล็กน้อย
“ไปเถอะ! พวกเรามีเรื่องต้องทำเยอะแยะเลย” มือแกร่งล้วงกระเป๋ากางเกงเดินนำลูกน้องออกจากห้องไป ริคิจึงเดินตามเจ้านายออกมาช้าๆ
ลูเซียโน่เข้ามาในห้องที่จับหญิงสาวเอาไว้พร้อมกับลูกน้องที่เดินตามเข้ามาสี่คน ใบหน้าของเธอดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งรอยจ้ำแดงตรงคอลากลงมาจนถึงไหล่ที่มาจากฝีมือของมาเฟียหนุ่มอีก เธอหุบขาเข้าหากันแน่นเพราะความเปียกจากน้ำรักและเลือดสาวที่ไหลเยิ้มออกมาอยู่ตลอดเวลา หญิงสาวจ้องมองหน้าลูเซียโน่ตาเขม็ง ชายหนุ่มหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องเล็กน้อย ก่อนที่บอดี้การ์ดคนหนึ่งจะเดินไปหาหญิงสาวและฉีดบางอย่างที่ต้นแขนเล็ก
“ทำอะไรของพวกแก!!” อัญญาเริ่มดีดดิ้นและร้องขึ้นมาเสียงดัง ถึงแม้ว่าเธอจะกระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้เลยก็ตาม ลูเซียโน่ยกยิ้มอย่างชั่วร้ายอยู่ตรงหน้าหญิงสาว สติของอัญญาค่อยๆ ดับวูบลงไปอย่างช้าๆ ภาพตรงหน้าเบลอลงจนมืดสนิท
“เอาเธอไปขึ้นเครื่อง กูจะกลับคฤหาสน์” เสียงทุ้มทรงพลังของลูเซียโน่บอกกล่าวกับลูกน้อง
อัญญาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในหัว ภาพตรงหน้ายังคงเบลอ เธอกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับแสง เธอมองดูชุดบนร่างกายของตัวเองที่เป็นชุดนอนสุดเซ็กซี่ กระโปรงสั้นผ้าบางเบาสายเดี่ยวสีดำ ไม่รู้เลยว่าตัวเองหมดสติไปนานเท่าไหร่ เมื่อเริ่มปรับแสงสายตาได้แล้ว อัญญาจึงกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องสีดำต่อ ซึ่งมันไม่ใช่ห้องเดิมที่เธอถูกจับขังเอาไว้ เครื่องปรับอากาศภายในห้องเย็นเฉียบมากกว่าห้องเดิมที่เธอเคยอยู่
ร่างอรชรถูกใส่กุญแจมือจับมัดอยู่ด้านหน้า อีกทั้งยังมีโซ่ล่ามเอาไว้อีกชั้น เธอค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งช้าๆ หญิงสาวนั่งอยู่บนเตียงนุ่มกลางห้องที่เธอคาดว่ามันเป็นห้องนอน แต่ทำไมผู้ชายคนนั้นต้องเอาเธอมาไว้ที่ห้องนอนหรูหราแบบนี้ด้วยล่ะ
ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไร ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ร่างกำยำของลูเซียโน่ล้วงกระเป๋ากางเกงเดินเข้ามาหยุดอยู่ปลายเตียงพลางมองสำรวจร่างอรชรในชุดนอนสุดเซ็กซี่ที่เขาให้สาวใช้จัดการอาบน้ำเปลี่ยนชุดให้เธอ เขาไปอาบน้ำและลงไปทำงานข้างล่างมานิดหน่อยเพราะเธอหลับไปเกือบสามชั่วโมง
“ตื่นแล้วเหรอคนสวย?” เสียงทุ้มถามอย่างยียวน
“นี่ชุดบ้าอะไร!” อัญญาถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
“ทำไมล่ะ…เหมาะกับเธอดีออก” ไม่พูดเปล่า นัยน์ตาคมกริบมองเธออย่างจาบจ้วง
“แกเป็นโรคจิตหรือไง”
“ใช่” เขาตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา
“ที่นี่คือที่ไหน”
“คฤหาสน์ของฉัน”
“พาฉันมาทำไม”
“ใครจ้างเธอมา แล้วเธอต้องการอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถามในสิ่งที่เขาอยากรู้ แต่หญิงสาวก็ไม่อ้าปากตอบกลับเขาเลยสักคำ
“คิดไว้อยู่แล้วล่ะว่าเธอต้องไม่ตอบแน่ๆ” สิ้นเสียงชายหนุ่ม ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ริคิเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่องสี่เหลี่ยมสีดำในมือ
ลูเซียโน่ยืนล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางนิ่งเรียบ เขายักคิ้วให้คนสนิทครั้งหนึ่ง ก่อนที่ริคิจะหยิบเข็มฉีดยาออกมาจากกล่องสีดำ บอดี้การ์ดอีกสองคนเดินตามเข้ามาและปรี่เข้าไปจับล็อกหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงเอาไว้ เพื่อไม่ให้เธอดีดดิ้น จากนั้นริคิก็เดินไปใกล้หญิงสาวและจัดการใช้เข็มฉีดยาฉีดตรงต้นแขนของเธออีกครั้ง
ลูเซียโน่ยืนยิ้มอย่างชอบใจ และแน่นอนว่าวิธีนี้พวกเขาทำบ่อย แต่ปกติพวกเขาก็แค่ไม่เอาตัวเองลงมาเปลืองตัวแบบนี้ แต่กับเธอมันต่างออกไป เขารู้สึกถูกใจเธอ ถ้าเป็นปกติเขาก็คงให้เหล่าบรรดาลูกน้องเขาทำ หากเป็นผู้ชายก็จะโดนทรมานก่อน หากเป็นผู้หญิงก็ใช้วิธีเช่นนี้ วงการมาเฟียมันก็แบบนี้แหละ
“ฉีดอะไรให้ฉัน” หญิงสาวพยายามดีด แต่ก็สู้แรงพวกผู้ชายไม่ได้
“สิ่งที่จะทำให้เธอยอมปริปากพูดไง…ออกไปกันได้แล้ว” ลูเซียโน่ตอบกลับ ก่อนที่เขาจะบอกกล่าวลูกน้องต่อ
บอดี้การ์ดร่างกำยำจึงปล่อยมือออกจากหญิงสาวและพากันเดินออกไปจากห้องนอนของเจ้านาย ริคิไม่ลืมที่จะกดล็อกประตูให้เจ้านาย คนสนิทรู้สึกว่าลูเซียโน่จะดูถูกใจผู้หญิงคนนี้เป็นพิเศษ
หญิงสาวยังคงมึนงงจากฤทธิ์ยาสลบอยู่นิดๆ แต่เธอก็สามารถที่จะฝืนมันได้ ร่องสวาทยังคงรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอยู่เป็นระยะ
“เธอชื่ออะไร” เสียงทุ้มเอ่ยถามต่อ แต่คำตอบที่เขาได้กลับไปก็ยังคงมีเพียงความเงียบเท่านั้น
“มันไม่สนุกนะที่เธอเอาแต่เงียบแบบนี้”
หญิงสาวเริ่มรู้สึกใจสั่นขึ้นมาพร้อมกับความร้อนรุ่มที่ทวีคูณขึ้นมาเรื่อยๆ ภายในท้องน้อยรู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก เธอพอจะรู้แล้วล่ะว่าคนพวกนี้ฉีดอะไรให้เธอ เรียวปากสีชมพูระเรื่อเม้มเข้าหากันแน่น
“รู้สึกยังไงบ้าง” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ก้าวขาไต่ขึ้นมาบนเตียงนุ่ม
“ผู้ชายดีๆ เขาไม่ทำแบบนี้กันหรอกนะ” เธอเอ่ยลอดผ่านไรฟัน
“ใช่…ฉันไม่ใช่คนดี เธอจะมาคาดหวังอะไรกับคนเลวๆ แบบฉันกันล่ะ”
ชายหนุ่มคลานเข่าเข้าไปใกล้หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยท่าทางที่เย้ายวน ชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินมันช่างเข้ากับผิวขาวเนียนของเธอเหลือเกิน
หญิงสาวถอยหลังหนีไปชนร่างอรชรติดกับหัวเตียง เมื่อชายหนุ่มใกล้จะเข้าไปประชิดตัวเธอ หญิงสาวยกขาขึ้นมาเพื่อที่จะถีบใส่เขา แต่มือแกร่งก็จับเรียวขาสวยเอาไว้ได้ทัน แล้วเขาก็ดึงรั้งเรียวขาสวยเข้ามาหาตัวเขาเหมือนพวกฆาตกรโรคจิต
“มาดูกันว่าเธอจะปากแข็งได้นานแค่ไหน”
