บทที่ 7 เจ็บตัว

อัญญาวิ่งมาจนถึงห้องนอน เธอเข้าไปในห้องก่อนที่เธอจะเลื่อนตู้หนักๆ ข้างประตูมาขวางกั้นประตูห้องนอนเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง หญิงสาวก้าวเดินต่อเพื่อหาช่องทางที่เธอจะสามารถหนีไปได้ แต่เมื่อเธอเดินไปเปิดหน้าต่างของห้องนอนก็พบว่ามันไม่มีทางที่จะลงไปได้ หญิงสาวจึงเข้าไปในห้องน้ำและห้องแต่งตัวต่อ อัญญาพบว่าหน้าต่างที่ห้องแต่งตัวมีหลังคาที่สามารถโดดลงไปได้อยู่ เธอจึงฉีกกระเป๋ายาวที่เกะกะของตัวเองให้สั้นลงและปีนขึ้นไปบนหน้าต่าง

ลูเซียโน่วิ่งตามเธอมาจนกระทั่งมาถึงห้องนอน ต่อให้เธอจะวิ่งเร็วสักแค่ไหนแต่เขาก็ตามเธอทันอยู่ดี ชายหนุ่มดันประตูห้องเข้าไป แต่เขาก็พบว่ามันติดอะไรบางอย่างอยู่ ร่างกำยำจึงใช้ร่างกายที่แข็งแรงของเขาดันเข้าไปและออกแรงเพิ่มมากขึ้น เขาใช้ตัวดันประตูอยู่สองสามครั้ง ก่อนที่ประตูจะเปิดแง้มออกเพียงนิดเดียว ชายหนุ่มดันประตูให้เปิดอ้าออกอีกเพียงเล็กน้อย ก่อนที่ชายหนุ่มจะแทรกตัวเข้าไปภายในห้อง 

เมื่อลูเซียโน่เข้ามาในห้องนอนเรียบร้อยแล้ว เขาพบว่าหญิงสาวใช้ตู้ไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ประตูมาขวางกั้นเอาไว้

“แสบนักนะ” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ

ลูเซียโน่กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง เขาก้าวขาเพื่อตามหาหญิงสาวต่ออยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในห้องน้ำ ต่อด้วยห้องแต่งตัวด้วยฝีเท้าที่เบาและเงียบเพื่อไม่ให้เธอรู้ตัว ชายหนุ่มหยิบปืนที่แนบอยู่ตรงเอวหนาขึ้นมาตั้งท่าเอาไว้

เมื่อเขาเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว ชายหนุ่มก็พบกับหญิงสาวที่กำลังจะก้าวขาปีนขึ้นหน้าต่างไป มือแกร่งยกปืนขึ้นมาและลั่นไกออกไปทันที

ปัง!! 

เสียงปืนดังขึ้น ทำให้หญิงสาวสะดุ้งตื่นตกใจ เธอชะงักขาที่กำลังจะปีนขึ้นไปบนขอบหน้าต่างและหันหน้ากลับมามองทันที

“คิดว่าจะหนีไปจากที่นี่ได้หรือไงคนสวย” เสียงทุ้มทรงพลังเจ้าเล่ห์เอ่ยขึ้นมา ลูเซียโน่ยิงปืนขึ้นไปเหนือศีรษะของหญิงสาว ลูกกระสุนพุ่งไปฝังอยู่เหนือขอบหน้าต่าง เขาไม่ได้ยิงพลาดแต่เขาแค่อยากขู่ให้เธอกลัวก็เท่านั้น ผู้หญิงสวยแบบนี้ จะฆ่าทิ้งก็รู้สึกเสียดาย

“มานี่” ชายหนุ่มเอ่ยอีกครั้ง โดยที่มือแกร่งก็ยังคงถือปลายกระบอกปืนหันไปทางหญิงสาว อัญญาหันตัวทั้งตัวกลับมาอย่างช้าๆ ดวงตากลมโตแข็งกร้าวแสดงออกถึงความเดือดดาลที่เริ่มปะทุขึ้นมาในใจของเธอ

“ยกมือขึ้นด้วย” ลูเซียโน่ออกคำสั่งกับเธออีกครั้ง ซึ่งหญิงสาวก็ยอมทำตามแต่โดยดี

ชายหนุ่มเดินย่างกรายเข้ามาหาเธอช้าๆ เขาหยุดชะงักเล็กน้อยพร้อมกับมือแกร่งอีกข้างหนึ่งที่เอื้อมไปหยิบเข็มขัดหนังราคาแพงตรงโต๊ะกระจกภายในห้องแต่งตัวขึ้นมา 

“คราวนี้ ค่อยๆ หันหลังไปสิคนสวย” ชายหนุ่มเอ่ยต่อ ในคราแรกที่เขาให้เธอหันหน้ามากเพื่อจะชื่นชมใบหน้าสวยๆ ของเธอกับรูปร่างและหน้าอกหน้าใจที่มันใหญ่โตเกินขนาดตัวของเธอ

อัญญาถอนหายใจออกเบาๆ ก่อนที่เธอจะทำตามที่ชายหนุ่มต้องการ เธอหันหน้ากลับมายังหน้าต่างต่อ และได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น

ชายหนุ่มสาวเท้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหลังของเธอ เขาเอื้อมมือไปจับข้อมือเล็กเอาไว้ข้างหนึ่ง ในจังหวะเดียวกัน หญิงสาวหันหน้ากลับมากระแทกเข่าใส่หน้าท้องแกร่งด้วยความเร็วจนชายหนุ่มตั้งตัวไม่ทัน 

พลัก!! อึก!!

ชายหนุ่มเสียท่าให้หญิงสาวอยู่ชั่วครู่ อัญญาออกแรงผลักชายหนุ่มเข้าหาตู้เสื้อผ้า ถ้าหากเธอปีนขึ้นไปบนหน้าต่างอีกก็คงจะไม่ทัน หญิงสาวจึงเลือกที่จะก้าวขาวิ่งออกไปจากห้องแต่งตัว 

ทว่าเมื่อเธอตั้งท่าจะก้าวขาวิ่ง ลูเซียโน่ก็คว้าแขนเธอเอาไว้และดึงเข้าหาตัวอย่างแรง ทำให้หญิงสาวหันกลับมาและตั้งท่าจะกระแทกเข่าใส่หน้าท้องแกร่งอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มก็รู้ทัน เขาขยับตัวถอยหนีได้อย่างรวดเร็ว 

จากนั้นลูเซียโน่ก็ผลักแผ่นหลังแบบบางติดกับตู้เสื้อผ้าด้านหลังของเธออย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ใบหน้าสวยคมนิ่วหน้าเล็กน้อยแต่เธอก็ยังคงดีดดิ้นต่อ มือบางเลื่อนไปด้านหลังที่มีโต๊ะกระจกอยู่ แล้วเธอก็คว้าเอาบางอย่างที่แข็งๆ มากระแทกใส่หัวของชายหนุ่มอย่างแรง

ปัก!!

ความรู้สึกแรกของลูเซียโน่คือเขารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาตรงหน้าผากแกร่ง ก่อนที่เลือดแดงสดจะค่อยๆ ไหลเยิ้มลงมาช้าๆ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสัน เขาเริ่มที่จะรู้สึกโมโหขึ้นมาจริงๆ ซะแล้วสิ

เขาไม่สนใจบาดแผลของตัวเอง ชายหนุ่มปัดขวดแก้วที่อยู่ในมือหญิงสาวลงบนพื้นจนแตกกระจายเต็มพื้นห้อง ก่อนที่เขาจะจับเธอหันหลังและใช้ร่างกำยำกดเธอเอาไว้กับตู้เสื้อผ้า มือแกร่งคว้ามือของหญิงสาวทั้งสองข้างมาไขว่หลังเอาไว้และใช้เนกไทมัดอย่างแน่นหนา

ในขณะนั่นเอง เหล่าบอดี้การ์ดของลูเซียโน่ก็เข้ามาในห้องพอดี ชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งกรูกันเข้ามาเห็นสภาพของเจ้านาย 

“นายครับ!!” ริคิ คนสนิทของลูเซียโน่ร้องขึ้นมาเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดบนหน้าผากของเจ้านาย

“กูไม่เป็นไร” ลูเซียโน่ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มความโกรธเอาไว้ เขาไม่ค่อยอยากที่จะใช้อารมณ์สักเท่าไหร่ แต่ผู้หญิงคนนี้ก็สามารถทำให้เขาเริ่มเดือดพล่านขึ้นมาได้ 

ใบหน้าสวยสง่างามถูกดันเข้าไปจนแนบติดกับตู้เสื้อผ้า เสียงโทรศัพท์ของลูเซียโน่ดังขึ้นมา ชายหนุ่มจึงกดเธอเอาไว้เพียงมือเดียว แล้วมืออีกข้างก็เลื่อนไปล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋ากางเกง ลูเซียโน่กดรับสายและยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูทันที

‘จับผู้หญิงอีกคนได้หรือเปล่า’ ราฟาเอลเอ่ยลอดผ่านโทรศัพท์มา

“เออ จับได้…แต่ฤทธิ์เยอะชะมัด” ลูเซียโน่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบเล็กน้อย

‘ไม่ต่างกัน…มึงจับขังแยกไว้ก่อน’ ราฟาเอลพูดต่อ

“เออ” สิ้นเสียงลูเซียโน่ ราฟาเอลก็กดวางสายทันที

“เอาไงดีครับนาย” ริคิเอ่ยถามขึ้นมา

“เอาตัวเธอไปขังไว้ในห้องปิดตายก่อน”

“ครับนาย” คนสนิทตอบกลับ ก่อนที่ริคิจะหันไปพยักหน้าให้เหล่าบอดี้การ์ดคนอื่นที่ยืนอยู่ด้านหลัง

เมื่อเหล่าบอดี้การ์ดชุดดำพุ่งเข้ามาจับตัวหญิงสาวเอาไว้ ลูเซียโน่จึงปล่อยมือออกจากร่างอรชร หญิงสาวถูกบอดี้การ์ดจับหันหน้ามาหามาเฟียหนุ่ม สายตาของพวกเขาจับจ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“เดี๋ยวเราได้เล่นสนุกกันมากกว่านี้แน่” ชายหนุ่มทิ้งท้ายประโยค ก่อนที่บอดี้การ์ดจะพาตัวออกไปจากห้องนี้

อัญญาถูกพาตัวมายังชั้นใต้ดินของตึกอาคารในเวลาต่อมา ลูเซียโน่เดินตามมาติดๆ เขาไม่ได้คิดที่จะไปทำแผลก่อน มือแกร่งเพียงแค่ยกขึ้นมาและใช้หลังมือปาดเลือดออกไปจากใบหน้าหล่อเหลา เลือดบางส่วนไหลหยดลงมาใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเป็นจุดๆ แต่ในเวลานี้เขาก็ไม่ได้สนใจมันอีกต่อไป

บอดี้การ์ดร่างกำยำพาหญิงสาวเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ภายในห้องไม่ได้มีของอยู่มากนัก มีเพียงโต๊ะไม้กับเก้าอี้ไม้อยู่กลางห้องและก็มีโซ่ที่ไว้ลามนักโทษเพียงเท่านั้น พวกเขาใช้กุญแจมือล็อกข้อมือหญิงสาวทั้งสองข้างเอาไว้ ก่อนที่จะใช้โซ่คล้องกับกุญแจต่อ โดยที่บอดี้การ์ดร่างใหญ่ไม่ได้แก้มัดเนกไทให้เธอด้วยซ้ำ

ลูเซียโน่ยืนกอดอกมองหญิงสาวอยู่ตรงหน้าประตู จนกระทั่งบอดี้การ์ดจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ชายชุดดำมองหน้ากันและพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่พวกเขาจะเดินออกมาจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว

“ไม่ต้องตามกูเข้าไป” เสียงทุ้มของมาเฟียหนุ่มบอกกล่าวกับลูกน้อง จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในห้องอย่างช้าๆ บอดี้การ์ดปิดประตูห้องให้เจ้านายทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป