บทที่ 6 ตอนที่ 6 หลีกหนีความจริง

ตอนที่ 6 หลีกหนีความจริง

เสียงซ่าของน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำไหลผ่านชโลมลงบนเรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวอย่างต่อเนื่อง ความเย็นของน้ำไม่อาจช่วยดับความร้อนรุ่มที่ฝังลึกอยู่ภายในตัวของเธอได้เลย หญิงสาวหลับตาลงพิงผนังกระเบื้อง ปล่อยให้น้ำไหลผ่านใบหน้าสวยซีดเซียวที่เต็มไปด้วยความสับสน

ทว่ายามที่สายน้ำลูบไล้ผ่านผิวเนื้อที่นุ่มละเอียด ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ตามลาดไหล่ เนินอก และลำคอขาว กลับปลุกความทรงจำอันเร่าร้อนเมื่อค่ำคืนให้ฉายชัดขึ้นมาดื้อๆ

“บ้าที่สุด! นี่ฉันกำลังคิดเรื่องบ้าอะไรอยู่เนี่ย”

มือเล็กถูผิวเนื้อบริเวณที่มีรอยช้ำแรงๆ ราวกับจะลบล้างสัมผัสของซาตานร้ายคนนั้นออกไปให้พ้นจากเนื้อตัวและหัวสมอง

“คุณมันก็แค่ไอ้คนฉวยโอกาส ป่าเถื่อน ไร้หัวใจ! คนอย่างเฌอบลินไม่มีวันไปสนใจไยดีผู้ชายพรรค์นั้นหรอก ไม่มีวัน!”

หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความเลอะเลือนทิ้งอย่างไม่ไยดี รีบจัดแจงเอื้อมมือไปปิดวาล์วน้ำจนทุกอย่างเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงหายใจหอบกระชั้นของตัวเอง

เธอก้าวออกมาจากโซนเปียก ใช้ผ้าขนหนูผืนนุ่มเช็ดตัวช้าๆ แล้วเริ่มแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ทันที

เดรสสั้นแบรนด์เนมสีสันฉูดฉาดถูกเลือกมาสวมใส่เพื่อปกปิดความหม่นหมองและความบอบช้ำในใจ ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างดี

หญิงสาวตั้งใจลงรองพื้นและคอนซีลเลอร์กลบเกลื่อนรอยคล้ำใต้ตา และร่องรอยตามเรือนร่างจนมิดชิด เธอส่องกระจกบานใหญ่แล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจอีกครั้ง

“คุณหนูบลินคนเก่งกลับมาแล้ว ใครก็ทำอะไรฉันไม่ได้ทั้งนั้น” เธอเอ่ยพึมพำกับเงาตัวเองในกระจก

เมื่อจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย เธอก็คว้าโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าถือราคาแพง เดินออกจากห้องนอนลงมาด้านล่างทันที โชคดีที่เวลานี้รดาไม่ได้ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ให้รำขาญใจ

เฌอบลินเดินตรงไปยังโรงรถส่วนตัว คว้ากุญแจรถสปอร์ตคันหรูสีเหลืองมัสตาร์ดคู่ใจ สตาร์ตเครื่องยนต์เสียงดัง พร้อมกับเลื่อนเปิดประทุน

มือเรียวสวยจับพวงมาลัยแน่น พลางกดโทรออกหาเพื่อนสนิททันที

(ฮัลโหล แกเป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนพวกฉันเป็นห่วงแทบแย่) เสียงพลอยใสเอ่ยถามรัวๆ ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิท

“ฉันสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรเลย” เฌอบลินกรอกเสียงเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “วันนี้พวกแกว่างไหม ไปเดินห้างกันหน่อยสิ ฉันอยากช้อปปิ้งจะแย่แล้ว”

(ว่างสิ ฉันกับมินนี่กำลังเบื่อๆ อยู่พอดีเลย งั้นเจอกันที่ร้านประจำเลยนะแก ด่วนๆ เลย) มินนี่แทรกเสียงเข้ามาในสายอย่างร่าเริงตามประสาคนชอบเที่ยว

“โอเค อีกครึ่งชั่วโมงเจอกัน อย่าสายล่ะ” เธอเอ่ยตัดบทก่อนจะกดวางสายทันที

ความเร็วของรถสปอร์ตที่แล่นอยู่บนถนน ช่วยระบายความอัดอั้นในใจได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยเสียงลมที่ปะทะหน้าและเสียงเครื่องยนต์ก็ดังพอจะกลบเสียงกระซิบที่ราบเรียบแต่ดุดันของภคินในหัวสมองเธอได้ชั่วคราว เธอไม่อยากคิด ไม่อยากจำ และอยากจะลืมค่ำคืนนั้นไปให้หมด

#ห้างสรรพสินค้าหรู

“ว้าว~ วันนี้คุณหนูเฌอบลินมาในลุคจัดเต็มมากค่ะ เลิศที่สุดในสามโลกเลย” มินนี่ร้องทักเสียงดัง พลางวิ่งเข้ามาควงแขนเฌอบลินทันทีที่เจอกันที่หน้าช็อปแบรนด์เนมชื่อดัง

“แน่นอน คนอย่างฉันถ้าจะแต่งตัวออกมาข้างนอกซะอย่าง ไม่มีคำว่าดรอปหรือพังอยู่แล้ว” เฌอบลินเหยียดยิ้มเชิดหน้าตอบด้วยท่าทางหยิ่งยโสที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

“แล้วเมื่อคืน... แกโอเคใช่ไหม พวกฉันโดนการ์ดไล่ออกมา คุณภคินเขาทำอะไรแกหรือเปล่า? สภาพแกดูแปลกๆ ไปนะ” พลอยใสถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล สายตากวาดมองสำรวจเพื่อนสาวอย่างจับผิด

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ หมอนั่นก็แค่สั่งสอนฉันนิดหน่อยตามประสาคนป่าเถื่อนไม่มีอารยธรรม แต่ฉันไม่สนใจหรอก คนอย่างเขาทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน๊าา~” เฌอบลินเอ่ยตัดบทเสียงแข็ง แววตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเฉยชา พลางยื่นบัตรเครดิตสีดำใบหรูให้พนักงานในช็อป

“วันนี้ฉันมาเพื่อรูดบัตรแก้เครียด อย่าพูดถึงคนน่ารำคาญแบบนั้นให้เสียบรรยากาศเลย” เธอเอ่ยกับเพื่อนสนิท ก่อนที่จะหันไปเอ่ยพูดกับพนักงาน “พี่คะ เอาใบนี้ ใบนี้ แล้วก็ใบนั้นค่ะ แพ็กให้ฉันเลยด่วนๆ”

“อุ๊ยตาย! เลิศมากค่ะเพื่อนรัก รูดรัวๆ แบบนี้สิถึงจะสมเป็นเฌอบลิน” มินนี่ตบมือชอบใจตาวาวเมื่อเห็นกองถุงสินค้า “งั้นพวกเราไปลุยร้านต่อไปกันเลยดีกว่า แกต้องซื้อชุดใหม่ไปบลัฟยัยพวกลูกคุณหนูกลุ่มนู้นด้วยนะ”

“ได้สิ ร้านไหนดีล่ะ วันนี้ฉันจ่ายไม่อั้น” เฌอบลินบอกพลางเดินนำเข้าไปในช็อปถัดไป

“ร้านรองเท้าร้านนั้นเลยแก คอลเลกชันใหม่เพิ่งเข้าเมื่อเช้า สวยสับมาก!” มินนี่ชี้ชวน

“เออ บลิน... แต่แกแน่ใจนะว่าไม่เป็นไรจริงจัง?” พลอยใสยังคงกระซิบถามข้างหูด้วยความห่วงใย “หน้าแกดูซีดๆ ถึงจะแต่งหน้าหนาก็เถอะ แววตาแกดูเหนื่อยๆ นะ”

“ฉันบอกว่าไม่เป็นไรก็คือไม่เป็นไรไง แกจะเซ้าซี้ทำไมเนี่ย” เฌอบลินหันไปดุเพื่อนเสียงเข้มจนพลอยใสหน้าเสีย “ขอโทษที... ฉันแค่ปวดหัวน่ะ นอนน้อยไปหน่อย”

“อ๋อ~~ นอนน้อยเพราะมัวแต่สู้รบกับคุณภคินล่ะสิ” มินนี่แซวขำๆ โดยไม่รู้ความจริงที่โหดร้าย

“ถ้ายังไม่หยุดพูดชื่อผู้ชายคนนี้ ฉันจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้แหละ” คนตัวเล็กเอ่ย แววตาคมดุจนมินนี่ต้องรีบทำท่ารูดซิปปากทันที

“โอเคๆ ไม่พูดแล้วจ้า~ ไปดูรองเท้ากันเถอะ” มินนี่รีบเปลี่ยนเรื่อง

การเดินช้อปปิ้งผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม เฌอบลินรัวรูดบัตรเครดิตซื้อทั้งกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ และเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดไปนับไม่ถ้วน ข้าวของพะรุงพะรังถูกพนักงานของห้างนำไปจัดเก็บไว้ที่ท้ายรถสปอร์ตสีเหลืองให้เรียบร้อย 

ศักดิ์ศรีและการใช้เงินฟุ่มเฟือยอย่างไร้ขีดจำกัดช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำและความอับอายของเธอได้ชั่วคราว ทว่าลึกๆ ในใจกลับมีความรู้สึกหวาดหวั่น และวิตกกังวลอย่างบอกไม่ถูกเกี่ยวกับอนาคตของตระกูลและคำขู่ของภคิน

“ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ เดินจนปวดท้องไปหมดแล้วเนี่ย” เฌอบลินหันไปบอกเพื่อนทั้งสองคนหลังจากเดินออกจากช็อปสุดท้าย

“ให้พวกฉันเดินไปเป็นเพื่อนไหมแก? โซนนี้ห้องน้ำค่อนข้างลึกนะ”

“ไม่ต้องหรอก ห้องน้ำวีไอพีอยู่แค่นี้เอง พวกแกไปนั่งรอที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้ามเถอะ สั่งขนมมารอเลย เดี๋ยวฉันตามไปไม่เกินสิบนาที” เฌอบลินโบกมือปฏิเสธพลางยิ้มบางๆ ให้เพื่อนสบายใจ

“โอเคๆ อย่าหายไปนานนะ พวกฉันหิวขนมจะแย่แล้ว” มินนี่เอ่ยก่อนจะลากแขนพลอยใสเดินตรงไปยังร้านกาแฟ

เฌอบลินหมุนตัวเดินแยกออกมายังโซนห้องน้ำวีไอพีของห้างหรู บรรยากาศบริเวณนี้เงียบสงบ หรูหรา และเป็นส่วนตัวมาก มีเพียงเสียงเพลงคลาสสิกเปิดคลอเบาๆ หญิงสาวเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำจนเสร็จเรียบร้อย

เธอยืนส่องกระจกบานใหญ่เหนืออ่างล้างหน้าหินอ่อนเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของใบหน้าและทรงผมอีกครั้ง มือเรียวสวยหยิบลิปสติกแท่งหรูขึ้นมาทาเคลือบริมฝีปากบางสีแดงสด

สายตาก็จ้องมองริมฝีปากอิ่มของตัวเองในกระจก แล้วภาพสัมผัสอันเร่าร้อนเมื่อคืนก็แล่นขึ้นมาทับซ้อนในหัวสมองอีกจนได้ ความรู้สึกสับสน หวั่นไหว และเจ็บใจปะปนกันจนแทบแยกแยะไม่ได้

“หยุดคิดเดี๋ยวนี้นะยัยบลิน แกเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย สติหายไปไหนหมด” เฌอบลินสบถใส่ตัวเองในกระจกด้วยความขัดใจ เธอขว้างลิปสติกลงกระเป๋าถืออย่างแรงเพื่อเรียกสติและระบายความอารมณ์เสียของตัวเอง

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ยาวๆ พยายามระงับอารมณ์ฟุ้งซ่าน จัดเสื้อผ้าชุดเดรสสั้นให้เข้าที่เรียบร้อย จากนั้นจึงหมุนตัวเดินออกจากห้องน้ำทันที

ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องน้ำหรูออกมาได้เพียงนิดเดียว โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว และไม่ทันได้เงยหน้ามองทางให้ดี สิ่งแวดล้อมรอบข้างก็พลันวูบวาบ เมื่อร่างบางของเธอเดินชนเข้ากับแผงอกและร่างสูงใหญ่กำยำของใครบางคนเข้าอย่างจัง!

ปึก!

“ว้าย!”

แรงกระแทกที่หนักหน่วง ทำให้ร่างเล็กของเฌอบลินเสียหลักหงายหลังซวนเซทันที ข้าวของในมือและกระเป๋าถือราคาแพงเกือบจะร่วงกระจายลงพื้น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจและอารมณ์โกรธเคืองขึ้นมาทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป