บทที่ 7 ตอนที่ 7 หน้ากากสุภาพบุรุษ
ตอนที่ 7 หน้ากากสุภาพบุรุษ
“อุ๊ย! ขอโทษครับเป็นอะไรไหม...”
วงแขนแกร่งของชายหนุ่มตรงหน้าเอื้อมมาประคองโอบเอวบางของเฌอบลินไว้ได้ทันท่วงที น้ำหนักตัวที่แผ่ความร้อนผ่านเนื้อผ้าชั้นดี ทำให้บลินรีบตั้งหลักแล้วออกแรงผลักแผงอกนั้นออกห่างทันที ด้วยความหงุดหงิด
“ปล่อยนะ! เดินยังไงของ... คุณอนาวิน!”
เฌอบลินชะงักคำด่าไปทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตา ชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ในชุดสูทสีเทาอ่อน ใบหน้าหล่อเหลาตี๋อินเตอร์ตามพิมพ์นิยม ผิวขาวสะอาด และรอยยิ้มละมุนที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ
อนาวิน ลูกชายนักธุรกิจใหญ่ที่รดา แม่เลี้ยงของเธอพยายามประเคนเธอให้เขา และเป็นคนเดียวกันกับคนที่ถอนหุ้นจนบริษัทพ่อเธอแทบพัง!
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับคุณบลิน หวังว่าผมจะไม่ทำให้ชุดสวยๆ ของคุณยับนะ” อนาวินเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับส่งยิ้มหวาน สายตาฉายแววพึงใจอย่างปิดไม่มิด
“ถอยออกไปห่างๆ ฉันค่ะ” หญิงสาวพูดเสียงแข็ง ขยับตัวถอยหลังหนึ่งก้าว “ฉันไม่มีธุระอะไรต้องคุยกับคุณ”
“ใจร้ายจังเลยนะครับ เมื่อคืนผมอุตส่าห์นั่งรอคุณที่ร้านอาหารตั้งสามชั่วโมง” อนาวินทำสีหน้าเศร้า ทว่าแววตากลับจ้องมองริมฝีปากบางของเธอ “คุณบลินเบี้ยวนัดผม แถมนึกไม่ถึงว่าจะมาเจอคุณที่นี่ในสภาพ... สวยสับขนาดนี้”
“ฉันไม่จำเป็นต้องไปตามนัดของผู้หญิงหน้าเงินอย่างยัยรดา และฉันก็ไม่ได้อยากเจอคุณด้วย!”
“คุณรดาเธอหวังดีกับเราสองคนนะครับคุณบลิน” อนาวินขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด “แต่ก็นั่นแหละ... พอคุณไม่มาตามนัด ผมเลยรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย”
“ผิดหวังจนต้องสั่งถอนหุ้นทั้งหมดออกจากบริษัทพ่อฉันเลยงั้นเหรอ?” เฌอบลินเค้นเสียงประชด แววตาคมตวัดมองด้วยความโกรธ “หน้าตัวเมีย คิดจะใช้เรื่องธุรกิจมาบีบบังคับฉันงั้นเหรออนาวิน”
อนาวินไม่โกรธ ชายหนุ่มกลับระเบิดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แววตาสุภาพอ่อนโยนเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก
“แหม... รู้เรื่องเร็วดีจังเลยนะครับคุณหนูเฌอบลิน แต่คุณพูดผิดไปเรื่องหนึ่งนะ”
“เรื่องอะไร”
“ผมไม่ได้ถอนหุ้นเพื่อบีบบังคับคุณ...” อนาวินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหญิงสาวได้กลิ่นน้ำหอมฉุน “แต่ผมถอนหุ้นเพราะอยากให้คุณเดินมาหาผมเองต่างหากล่ะครับ วงการธุรกิจมันก็แบบนี้แหละ ใครมีอำนาจมากกว่า... คนนั้นก็เป็นฝ่ายคุมเกม”
“คุณมันร้ายกว่าที่ฉันคิดซะอีกนะอนาวิน ยัยรดาตอแหลนั่นคงร่วมมือกับคุณด้วยสินะ” เฌอบลินกำหมัดแน่นด้วยความรังเกียจ
“อย่าเรียกคุณรดาแบบนั้นสิครับ เธอแค่เป็นสะพานเชื่อมให้ผมได้เข้าใกล้คุณหนูต่างหาก” อนาวินยื่นมือหมายจะเชยคางมน ทว่าเธอปัดมือเขาออกอย่างแรงทันที
“อย่ามาจับตัวฉัน สกปรก!” เฌอบลินตวาดเสียงดังลั่น
อนาวินมองมือตัวเองที่โดนปัดแล้วขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที แววตาเต็มไปด้วยความกระหายอยากครอบครอง
“สกปรกงั้นเหรอ? แต่รู้ไหมครับบลิน... ยิ่งคุณพยศ ยิ่งคุณหยิ่งใส่ผมเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้ผมอยากได้คุณมาอยู่ใต้โอวาทมากขึ้นเท่านั้น อยากจับคุณมาขังไว้ใกล้ๆ”
“โรคจิต! ฝันไปเถอะคนอย่างฉันไม่มีวันชายตามองผู้ชายหน้าไหว้หลังหลอกอย่างคุณ!”
“คุณไม่มีทางเลือกมากนักหรอกครับคุณเฌอบลิน” อนาวินเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกง มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ตอนนี้หุ้นวรโชติเมธีกำลังดิ่งลงเหว ข่าวลือหนาหูว่าพ่อคุณกำลังจะโดนฟ้องล้มละลาย ถ้าไม่มีเงินทุนก้อนโตจากผมไปช่วยอุดรอยรั่ว... บ้านคุณพังแน่”
“พ่อฉันหาทางออกเองได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งคนสารเลวอย่างคุณ!”
“งั้นเหรอครับ? แล้วพ่อคุณไปอยู่ที่ไหนล่ะตอนนี้? ติดต่อได้หรือยัง?” อนาวินเลิกคิ้วถามอย่างผู้เหนือกว่า “อ้อ... หรือคุณคิดจะไปขอความช่วยเหลือจากไอ้ภคิน เจ้าของบาร์ The One นั่น”
คำว่า ‘ภคิน’ ทำให้เฌอบลินชะงักไปทันที หัวใจกระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ อนาวินสังเกตเห็นอาการนั้น สายตาของเขาก็ฉายแววความหึงหวงและโกรธจัดออกมาทันที
“คุณไปหาภคินมาใช่ไหมเมื่อคืน!” อนาวินกระชากข้อมือเล็กของบลินอย่างแรง จนร่างบางถลาเข้าหาแผงอกแกร่งของชายหนุ่ม
“โอ๊ย! ปล่อยนะอนาวิน ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน” ร่างเล็กดิ้นพยายามบิดข้อมือออก
“เรื่องของคุณงั้นเหรอ? คุณเป็นผู้หญิงที่ผมหมายตาไว้เฌอบลิน รอยแดงที่คอคุณนั่น... ฝีมือมันใช่ไหม” แววตาสุภาพบุรุษหลุดลอยเหลือเพียงความดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ “มันทำอะไรคุณ!!”
“อย่ามาล่วงเกินฉันนะไอ้บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้!!”
“ถ้าคุณยอมเป็นของผมตั้งแต่แรก เรื่องแบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้น” อนาวินเค้นเสียงรอดไรฟัน บีบข้อมือเธอแน่นขึ้นจนกระดูกแทบหัก “กลับไปบอกพ่อคุณซะ... ถ้าอยากให้ผมใส่เงินคืนคลังหุ้น วรโชติเมธีต้องส่งตัวคุณมาอยู่กับผมในฐานะคู่หมั้น”
“ไม่มีวัน! ฉันยอมตายดีกว่าต้องไปอยู่กับคนเลวอย่างคุณ!” หญิงสาวถ่มน้ำลายใส่หน้าอกเสื้อสูทของเขาอย่างไม่เกรงกลัว
อนาวินยกมือขึ้นเช็ดหน้าอก พลางจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ดี... งั้นก็คอยดูความพินาศของตระกูลคุณได้เลยเฌอบลิน วันไหนที่คุณไม่มีเงิน ไม่มีบ้านอยู่ วันนั้นคุณจะต้องซมซานมากราบแทบเท้าขอความเมตตาจากผมเอง!”
“ฉันไม่มีวันทำแบบนั้นแน่ ปล่อย!!” เฌอบลินสะบัดข้อมือสุดแรงที่มี จนหลุดจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม
เธอไม่รอช้า รีบหมุนตัววิ่งหนีออกมาจากโซนห้องน้ำวีไอพีทันที ทิ้งให้อนาวินยืนกำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตและกระหายในตัวเธอ
หญิงสาววิ่งหอบเหนื่อยกลับมาที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม ใบหน้าสวยซีดเซียว เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธปนหวาดกลัว ทันทีที่พลอยใสกับมินนี่เห็นสภาพของเพื่อน ทั้งคู่ก็รีบลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจทันที
“แก! เป็นอะไรไป ทำไมหน้าตาตื่นขนาดนี้ ทำไมข้อมือแดง!” พลอยใสปรี่เข้ามาจับมือของเฌอบลินพลิกไปพลิกมา
“เกิดอะไรขึ้นบลิน เจอใครมางั้นเหรอ?” มินนี่ถาม
“ฉัน... ฉันเจออนาวิน” ร่างเล็กทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ หยิบแก้วน้ำเย็นมากระดกดื่มรวดเดียวหมดแก้วเพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ตอนนี้
“คุณอนาวินน่ะเหรอ” มินนี่ตาโต “เขาทำอะไรแก!”
“หมอนั่นมันบ้า มันยอมรับว่ามันถอนหุ้นบีบพ่อฉันเพราะอยากได้ตัวฉัน!” เฌอบลินเค้นเสียงพูด น้ำตาแห่งความอึดอัดใจไหลร่วงลงมาทันที “มันขู่ว่าถ้าฉันไม่ยอมหมั้นกับมัน... มันจะปล่อยให้บ้านฉันพังล้มละลาย”
“ร้ายกาจขนาดนี้เลยเหรอ หน้าตาออกจะสุภาพแท้ๆ” พลอยใสยกมือทาบอกด้วยความตกใจ “แล้วแกจะเอายังไงต่อบลิน”
“ฉันไม่ยอมมันแน่ ฉันเกลียดมัน!” เฌอบลินทุบโต๊ะเสียงดัง
“แต่แก... ถ้าคุณอนาวินไม่ช่วย แล้วเรื่องหุ้นของพ่อแกล่ะ” มินนี่เอ่ยถามเสียงเครียด “แกจะปล่อยให้ตระกูลวรโชติเมธีล้มละลายจริงๆ เหรอ”
คำถามของมินนี่ทำให้บลินนิ่งงันไปทันที ในสมองของเธอตอนนี้ ภาพของชายสองคนลอยขึ้นมาซ้อนทับกัน คนหนึ่งคืออนาวิน สุภาพบุรุษหน้ากากซาตานที่ร้ายลึกคอยบีบบังคับเธอ
ส่วนอีกคน... คือภคิน ซาตานร้ายตัวจริงที่ดิบเถื่อน ทว่ากลับตรงไปตรงมา และเป็นคนเดียวที่มีอำนาจมากพอจะขยี้อนาวินให้จมดินได้เช่นกัน
