บทที่ 8 ตอนที่ 8 กาแฟ กาใจ

ตอนที่ 8 กาแฟ กาใจ

บรรยากาศในร้านกาแฟยังคงตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเครียด เฌอบลินนั่งกำแก้วน้ำแน่นจนนิ้วซีดขาว สมองหมุนติ้วคิดหาทางออกให้กับความพินาศของตระกูลวรโชติเมธีที่อนาวินเพิ่งยื่นคำขาดข่มขู่เธอมาเมื่อครู่

“บลิน... แกโอเคไหมเนี่ย เงียบไปเลย” พลอยใสเอ่ยถามพลางเอื้อมมือมาลูบแขนเพื่อนเบาๆ ด้วยความห่วงใย

“ฉันไม่เป็นไร แค่กำลังใช้ความคิด” เฌอบลินสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทตามเดิม

“แต่เรื่องคุณอนาวินมันร้ายแรงมากเลยนะแก” มินนี่แทรกขึ้น น้ำเสียงร้อนรนไม่แพ้กัน “หน้าตาออกจะหล่อ ดูสุภาพบุรุษขนาดนั้น ไม่นึกเลยว่าจะร้ายลึก บ้าอำนาจถอนหุ้นบีบแกขนาดนี้ แล้วแกจะยอมหมั้นกับเขาจริงๆ เหรอ”

“ไม่มีวัน!” คนตัวเล็กตวาดเสียงแข็ง แววตาคมตวัดมองมินนี่ทันที “คนอย่างเฌอบลิน ยอมหักไม่ยอมงอเด็ดขาด ฉันเกลียดมัน!”

“ถ้าแกไม่ยอม... แล้วเรื่องบริษัทของพ่อแกจะทำยังไงล่ะ” พลอยใสถามต่อ “หุ้นกำลังดิ่งลงทุกวัน ถ้าไม่มีคนยื่นมือมาช่วยอุดรอยรั่วนี้ วรโชติเมธีล้มละลายแน่ๆ นะแก”

“ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน... พวกแกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” เฌอบลินตัดบท พลางหยิบกระเป๋าถือราคาแพงขึ้นมาสะพาย “วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว ฉันกลับก่อนนะ”

“จะกลับแล้วเหรอ ให้พวกฉันไปส่งไหม สภาพแกดูไม่ค่อยดีเลยนะ” พลอยใสยันตัวลุกขึ้นยืนตาม

“ไม่ต้องหรอก ฉันขับรถมาเอง พวกแกช้อปปิ้งกันต่อเถอะ เดี๋ยวฉันไลน์หา” เธอโบกมือปฏิเสธ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากร้านกาแฟทันที โดยไม่ฟังเสียงเรียกขานของเพื่อนสนิททั้งสองคน

ร่างบางสาวเท้าเดินลงมายังชั้นใต้ดินของห้างหรู ทว่าสายตาของเธอดันเหลือบไปเห็นร้านกาแฟแบรนด์โปรดที่ตั้งอยู่ตรงมุมทางเดิน ภาพของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ แววตาดุดันดิบเถื่อนอย่างภคินก็ลอยเข้ามาในหัวสมองอย่างห้ามไม่ได้

‘คนเดียวที่จะช่วยตระกูลเธอได้... คือไอ้คนชั้นต่ำอย่างฉันนี่แหละ’

คำพูดอวดดีของเขาเมื่อค่ำคืนผุดขึ้นมาในใจ เฌอบลินเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ ทว่าสองเท้ากลับเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ แล้วสั่งกาแฟอย่างอัตโนมัติ

“รับอะไรดีคะคุณลูกค้า” พนักงานสาวเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม

“เอาอเมริกาโน่เย็น ไม่หวานเลย แก้วหนึ่งค่ะ อ้อ... ขออเมริกาโน่ร้อน ดับเบิ้ลช็อต ไม่ใส่น้ำตาลอีกแก้วนะคะ” เฌอบลินเอ่ยสั่งน้ำเสียงเรียบ

“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

เฌอบลินยืนรอกาแฟด้วยความรู้สึกสับสนในใจ ‘ฉันกำลังจะทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย ทำไมต้องซื้อกาแฟไปให้ตาบ้านั่นด้วย’ หญิงสาวสะบัดไล่ความเลอะเลือน ทว่าในใจลึกๆ เธอกลับรู้ดีว่า กาแฟแก้วนี้... อาจจะเป็นตั๋วใบเดียวที่ใช้เบิกทางเข้าพบซาตานร้ายเพื่อขอความช่วยเหลือพยุงตระกูลของเธอ และขยี้หน้ากากของอนาวินให้สิ้นซาก

เมื่อได้รับถุงกาแฟ เฌอบลินก็ตรงดิ่งไปยังรถสปอร์ตคันหรูสีเหลืองมัสตาร์ด สตาร์ตเครื่องยนต์เสียงดัง แล้วขับออกจากห้าง มุ่งหน้าสู่บาร์ลับ The One ทันที

#บาร์ The One

เวลา 15:00 น.

ประตูลิฟต์แก้วเลื่อนเปิดออกช้าๆ เฌอบลินก้าวเดินออกมาพร้อมถุงกาแฟในมือ บรรยากาศภายในบาร์ยังคงปิดทำการ ไฟสลัวดวงเล็กๆ เปิดไว้เพียงไม่กี่ดวงเพื่อให้ความสว่างแก่พนักงาน ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ทว่าเมื่อเฌอบลินเดินมาถึงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ เธอก็เห็นบาร์เทนเดอร์หนุ่มกำลังเช็ดแก้วอยู่

“อ้าว... คุณบลิน” นัทร้องทักด้วยความประหลาดใจ พร้อมวางผ้าในมือลง “บาร์ยังไม่เปิดนะครับ”

“ฉันไม่ได้มาเที่ยว... ฉันมาหาคุณภคิน” เฌอบลินเอ่ยน้ำเสียงเรียบ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “ภคินอยู่ข้างในใช่ไหม”

“ครับ” นัทเหลือบมองถุงกาแฟในมือหญิงสาวพลางเลิกคิ้วสูง “คุณบลินซื้อกาแฟมาฝากใครเหรอครับ”

“ไม่ต้องพูดมาก พาฉันไปหาเขา” เฌอบลินเอ่ยถามเสียงเข้ม

“แต่วันนี้... คุณภคินอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ” นัทเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

“ขอบใจ”

เฌอบลินเอ่ยตัดบทแล้วเดินตามหลังของบาร์เทนเดอร์หนุ่มไปทันที ทั้งคู่เดินตรงไปยังประตูไม้บานหนาของห้องทำงานส่วนตัว เธอยืนนิ่งอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูสองสามครั้งตามมารยาท เพื่อไม่ให้หมอนั่นหาเรื่องด่าเธอได้อีก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา” เสียงทุบต่ำดังลอดออกมาจากด้านใน

“นายไปเถอะ ฉันจะเข้าไปคนเดียว” เฌอบลินหันมาเอ่ยพูดกับนัท

ก่อนที่คนตัวเล็กจะผลักประตูเปิดก้าวเข้าไปในห้องทำงานหรู ภายในห้องตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่ส่องสว่าง ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทปลดกระดุมบนสองเม็ดกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี สายตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่หน้าจอไอแพด ทว่าพอเขาเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่เดินเข้ามาใหม่ ดวงตาคมก็ฉายแววแปลกใจวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยทันที

“คุณหนูเฌอบลิน” ภคินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ขยับยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาท “ลมอะไรหอบคุณหนูผู้สูงส่งให้กลับมาเหยียบบาร์ชั้นต่ำของฉันล่ะ วันนี้แต่งตัวสวยเชียวนะ”

“ฉันไม่ได้มาให้คุณกวนประสาท” หญิงสาวเดินตรงเข้าไปหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเขา พร้อมวางถุงกาแฟลงบนโต๊ะ

“อะไร?” ภคินเหลือบมองถุงกระดาษที่หญิงสาวเพิ่งวางลงเมื่อครู่

“อเมริกาโน่ร้อน ดับเบิ้ลช็อต ไม่ใส่น้ำตาล” เฌอบลินเอ่ย “ฉันแวะซื้อก่อนมา เห็นนัทบอกว่าคุณนั่งตรวจบัญชีทั้งวัน คิดว่าคงอยากได้ของขมๆ ไปกระตุ้นสมองป่าเถื่อนของคุณบ้าง”

ภคินระเบิดหัวเราะในลำคอทันที ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาหยิบแก้วกาแฟร้อนออกจากถุงขึ้นมาถือไว้ พร้อมช้อนสายตาคมมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างจับผิด

“คุณหนูบลินซื้อกาแฟมาประเคนให้ฉันถึงห้องทำงาน มีแผนอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า หรือว่า... คิดถึงรสสัมผัสเมื่อคืนจนทนไม่ไหว”

“หยุดพูดจาสกปรกนะภคิน!” คนตัวเล็กใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนเขินอาย “ฉันไม่ได้คิดถึงเรื่องบ้าๆ นั่นสักนิด ฉันมาที่นี่... เพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณต่างหาก”

“เรื่องสำคัญ?” ภคินเปิดฝาแก้วกาแฟ ยกกระดกจิบช้าๆ ลิ้มรสความขมเข้มข้น “อืม... รสชาติใช้ได้ ไม่เลวเลย ว่ามาสิ ฉันกำลังฟังอยู่”

“เรื่องอนาวิน...” เฌอบลินเค้นเสียงพูด แววตาคมฉายแววความแค้นเด่นชัด “หมอนั่นมันถอนหุ้นออกจากบริษัทพ่อฉันหมดแล้ว!”

ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีตกใจ เขายังคงจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์

“อ๋อ... เรื่องนั้นน่ะเหรอ ฉันรู้แล้ว ข่าววงในเศรษฐกิจมันไวจะตายไปคุณหนูบลิน แล้วไงล่ะ การที่ไอ้อนาวินถอนหุ้น มันทำให้ตระกูลวรโชติเมธีของเธอสั่นคลอนขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ใช่! มันจงใจทำเพื่อบีบบังคับฉัน เพื่อขู่ฉันให้หมั้นกับมัน” เธอกำหมัดแน่น

“มันกล้าขู่เธอแบบนั้นเลยเหรอ” ภคินเอ่ยพูดน้ำเสียงเรียบ “แล้วเธอทำยังไง ยอมมันไปแล้วหรือไง”

“ไม่มีวัน! ฉันเกลียดมัน!” เฌอบลินเชิดหน้าเอ่ยตอบทันควัน “คนอย่างเฌอบลิน ยอมตายดีกว่าต้องไปอยู่ใกล้ๆ ผู้ชายหน้าไหว้หลังหลอก ตลบตะแลงแบบนั้น!”

ภคินจ้องมองใบหน้าสวยซีดเซียวที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นของเธอ ครู่หนึ่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ภคินเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาว จนเธอเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ

“หึ! สมเป็นเธอดี” ภคินโน้มหน้าลงมาใกล้จนเฌอบลินได้กลิ่นอายความดุดัน “แล้วที่วิ่งแจ้นเอากาแฟมาเซ่นไหว้ฉันถึงที่นี่... ต้องการอะไรจากฉันล่ะ”

“คุณเคยบอก ว่าคุณใหญ่พอจะช่วยฉันได้” เฌอบลินสบตาเขาตรงๆ “ถ้าคุณยอมช่วยจัดหากลุ่มทุนมายื่นมือช้อนหุ้นบริษัทพ่อฉัน ขยี้ไอ้อนาวินให้มันไม่มีที่ยืน ฉันมีข้อเสนอให้คุณ”

“ข้อเสนอ?” ภคินเลิกคิ้ว แววตาโลมเลียกวาดมองร่างเล็กตรงหน้า “คนกำลังจะสิ้นเนื้อประดาตัวอย่างเธอ มีอะไรมาเสนอให้คนอย่างฉัน เฌอบลิน ศักดิ์ศรีกลวงๆ ของคุณหนู หรือเงินทองที่เธอกำลังจะหมดไป?

“ตัวฉันไง!” เฌอบลินเอ่ยตอบทันที โดยไม่ทันได้คิดทบทวน “ฉันจะยอมเป็นของคุณ ยอมทำตามเงื่อนไขของคุณทุกอย่าง แลกกับการที่คุณต้องช่วยบริษัทพ่อฉัน และขยี้ไอ้อนาวินให้จมดิน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป