บทที่ 1 ตอนที่ 1 ข้อแลกเปลี่ยน

ตอนที่ 1 ข้อแลกเปลี่ยน

ความเงียบสงัดภายในห้องทำงานกว้างขวางของคฤหาสน์หรูสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก อบอวลไปด้วยบรรยากาศเย็นเยือกจนชวนให้หายใจลำบาก กลิ่นอายของความตึงเครียดและอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของผู้ที่เป็นเจ้าของสถานที่

‘คาร์เตอร์’ มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการการค้าใต้ดิน นั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท เรือนร่างกำยำซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแน่นและลำคอแกร่ง นัยน์ตาสีฟ้าดูเย็นชาจ้องมองเรือนร่างของหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย แต่ทว่าลึกลงไปกลับซ่อนไฟแห่งความคลั่งรักและดุร้ายเอาไว้

ตรงหน้าเขาคือ ‘พะแพง’ หญิงสาวเรือนร่างทรงเสน่ห์ ใบหน้าสวยหวาน แต่ดวงตาคู่สวยกลับจ้องมองเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าในเวลานี้สถานะของเธอจะไม่ต่างอะไรจากเหยื่อที่เดินเข้ามาในรังของพยัคฆ์ร้ายก็ตาม

“พ่อของเธอทำผิดสัญญา” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของคาร์เตอร์เอ่ยขึ้นในความเงียบ เขาคีบบุหรี่ขึ้นจุดแล้วสูดรับนิโคตินเข้าปอด ก่อนที่จะพ่นควันสีเทาหม่นออกมาลอยฟ่องในอากาศ “ของที่ตกลงว่าจะส่งมอบตามกำหนดกลับถูกสับเปลี่ยน แถมเงินมัดจำห้าสิบล้านก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอคิดว่าตระกูลของฉันควรจะจัดการกับตระกูลพันธมิตรที่ทรยศยังไงดี?”

พะแพงเชิดหน้าขึ้น เลือดในเรือนร่างร้อนผ่าวด้วยความโกรธและความเครียด เธอรู้ดีว่าพ่อของเธอทำเรื่องงามไส้เอาไว้ แต่การที่เธอต้องมานั่งเผชิญหน้ากับมาเฟียสุดเหี้ยมโหดอย่างคาร์เตอร์เพื่อรับผิดชอบแทนตระกูลของเธอ มันคือสิ่งที่เธอเลือกเองเพื่อปกป้องครอบครัว

“ฉันรู้ว่าพ่อของฉันทำผิด แต่เขากำลังถูกคนอื่นใส่ร้าย!” พะแพงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ไร้ซึ่งความสั่นไหว “และฉัน... ในฐานะลูกสาวคนเดียว จะขอรับผิดชอบทุกอย่างเอง”

“รับผิดชอบ?” คาร์เตอร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะหยันๆ นั้นชวนให้ขนลุกซู่ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เรือนร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าหาเธออย่างเชื่องช้า แต่ทว่ามีพลังกดดันจนพะแพงต้องก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณ

“เงินห้าสิบล้านบวกกับค่าเสียหายทางธุรกิจรวมแล้วเกือบสามร้อยล้าน... ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอจะเอาอะไรมารับผิดชอบ?” คาร์เตอร์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงแค่ลมหายใจกั้น นิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมไปแตะที่ปลายคางของพะแพง ก่อนที่จะเชิดหน้าเธอขึ้นให้สบตากับนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นตรงๆ

“ฉันมีศักดิ์ศรี! และฉันพร้อมจะทำงานใช้หนี้ให้คุณ ทุกอย่างที่คุณต้องการ!” เธอสบตาเขาอย่างพยศ แม้ริมฝีปากจะสั่นระริกจากความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ก็ตาม

“งานเหรอ?” คาร์เตอร์ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “งานธรรมดาๆ ชาตินี้เธอคงหาเงินมาคืนฉันไม่หมดหรอก แต่ถ้าเป็น ‘ข้อแลกเปลี่ยน’ บางอย่าง อาจจะพอคุ้มค่ากับดอกเบี้ยที่พ่อเธอติดค้างไว้”

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร?”

คาร์เตอร์ละมือจากคางมน ย้ายลงมาลูบไล้ผ่านลำคอระหงอย่างถือสิทธิ์ สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ร้อนผ่าวทำเอาพะแพงสะท้านไปทั้งเรือนร่าง ร่างกายของเธอตอบสนองต่อการกระทำของเขาอย่างน่าประหลาด แม้ในใจจะสั่งให้สะบัดตัวหนีก็ตาม

“ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... เธอจะต้องย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของฉัน ในฐานะ ตัวประกันขัดดอก” คาร์เตอร์กระซิบข้างหูเธอ “และฉัน... จะเป็นคนกำหนดหน้าที่และบทลงโทษของเธอเองทั้งหมด”

“ฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณนะ คาร์เตอร์!” พะแพงตวาดกลับทันที พร้อมกับเอื้อมมือไปผลักแผงอกกว้างของเขาออกจนสุดแรง แต่เขากลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังฉวยโอกาสคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบไว้ด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย

“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ พะแพง” คาร์เตอร์กดเสียงต่ำลง นัยน์ตาฉายรังสีความเอาแต่ใจและเด็ดขาด “หรือเธอจะเลือกให้ฉันส่งคนไปลากคอพ่อเธอมาตัดนิ้วทีละนิ้ว แล้วค่อยส่งเข้าเรือนจำ?”

คำขู่ที่ไร้ความปรานีทำเอาพะแพงชะงักไปทันที ความแค้นที่หน่วงหนักจุกแน่นอยู่ในอก เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ทำจริงอย่างที่พูดแน่นอน มาเฟียอย่างคาร์เตอร์ไม่เคยพูดเล่น

“ตกลง” พะแพงกัดริมฝีปากแน่นจนรับรู้ถึงรสเค็มปร่าของเลือด “ฉันจะยอมเป็นตัวประกันให้คุณ... แต่แค่งานขัดดอกเท่านั้น อย่าคิดว่าคุณจะได้หัวใจ หรือทำให้ฉันยอมก้มหัวให้คุณง่ายๆ”

คาร์เตอร์มองใบหน้าสวยที่กำลังพยศใส่เขาด้วยสายตาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แท้จริงแล้วเขาไม่ได้ต้องการเงิน หรืออยากได้ครอบครัวของเธอมาเป็นศัตรูเลยแม้แต่น้อย ร่างเล็กตรงหน้านี้ต่างหากคือคนที่เขาแอบเล็งและจ้องมองมาตลอดหลายปี การทรยศของพ่อเธอเป็นเพียงแค่โอกาสเดียวที่ทำให้เขาได้ตัวเธอมาครอบครองอย่างถูกต้องในโลกสีเทาของเขา

ปากบอกว่าเธอเป็นแค่นักโทษขัดดอก... แต่ในใจเขารู้ดีว่า ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน เขาก็ไม่มีวันปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้หลุดมือไปเด็ดขาด

“หึ! ก้มหัวให้อย่างนั้นเหรอ?” คาร์เตอร์ยกยิ้มร้าย เขาละมือข้างหนึ่งไปหยิบ ผ้าผูกตาเนื้อนุ่มสีดำสนิท ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมา “เราจะได้เห็นกันว่าเธอจะพยศไปได้นานแค่ไหน เริ่มต้นจากกฎข้อแรกของการเป็นตัวประกันของฉัน”

พะแพงขมวดคิ้วมองผ้าผูกตาในมือเขาด้วยความระแวง

“คุณจะทำอะไร?”

“กิมมิกเล็กๆ น้อยๆ สำหรับตัวประกัน” คาร์เตอร์ขยับเข้าไปชิดแผ่นหลังของเธอ ละมือปลดพันธนาการที่ข้อมือ ก่อนจะทอดผ้าผูกตาสีดำผูกปิดดวงตาคู่สวยของเธอจากด้านหลังอย่างนุ่มนวล ทว่าแน่นหนาจนแสงสว่างภายนอกมืดดับลงทันที

“คาร์เตอร์! เอาออกนะ คุณจะปิดตาฉันทำไม” พะแพงตื่นตกใจ ร่างกายเริ่มต่อต้านและพยายามจะใช้นิ้วเอื้อมไปแกะผ้าออก แต่กลับถูกฝ่ามือหนาคว้าข้อมือรวบไว้อีกครั้ง

“อยู่เฉยๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของคาร์เตอร์ดังอยู่ข้างใบหูขาวเนียน พร้อมกับลมหายใจร้อนระอุที่เป่ารดลงบนลาดไหล่เนียน “คฤหาสน์หลังนี้มีเส้นทางลับและอันตรายมากมาย เธอไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเดินไปทางไหน... แค่พึ่งพาประสาทสัมผัสของเธอ และเชื่อฟังเสียงของฉันก็พอ”

ความมืดมิดที่ครอบคลุมทำให้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นของพะแพงตื่นตัวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด กลิ่นน้ำหอมเปลือกไม้หรูหราผสมกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ จากตัวคาร์เตอร์ชัดเจนขึ้น เสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นอยู่ชิดแผ่นหลังของเธอทำให้หัวใจของพะแพงเริ่มเต้นแรงขึ้น

เขาค่อยๆ ก้มลงซุกไซ้ใบหน้าคมเข้มกับซอกคอหอมของพะแพง สัมผัสจากริมฝีปากและหนวดเคราที่ครูดผ่านผิวเนื้ออ่อนทำให้พะแพงขนลุกซู่และหลุดเสียงครางแผ่วเบาออกมาอย่างลืมตัว

“อื๊อ~~ อย่า...”

“จำไว้ พะแพง” คาร์เตอร์ชะงักริมฝีปากไว้ชั่วครู่ ก่อนที่จะเอ่ยกระซิบประโยคที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวสั่นไหวอย่างรุนแรง “ในโลกมืดมนนี้... เธอมีหน้าที่แค่พึ่งพาสัมผัสจากฉันเท่านั้น ปากแข็งใส่ฉันได้ตามสบาย แต่ร่างกายของเธอ... ต้องเป็นของฉันคนเดียว”

การลงโทษและการปราบพยศใต้ความมืดมิดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว พร้อมกับเกมหัวใจที่ต่างฝ่ายต่างยื้อยุด โดยที่พะแพงไม่เคยรู้เลยว่า มาเฟียทรงอิทธิพลผู้โหดเหี้ยมคนนี้ ได้ตกเป็น ‘ทาสรัก’ ของเธอไปตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเกมเลยด้วยซ้ำ

บทถัดไป