บทที่ 6 ตอนที่ 6 เลือดบนปลายมือ
ตอนที่ 6 เลือดบนปลายมือ
เสียงปืนยังคงกึกก้องไปทั่วคฤหาสน์ เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากดังสลับกับเสียงตะโกนสั่งการและเสียงกระจกแตกกระจาย กลิ่นควันดินปืนผสมกับกลิ่นคาวเลือดลอยอบอวลอยู่ในอากาศจนพะแพงแทบหายใจไม่ออก
ร่างบางถูกแดเนียลลากผ่านประตูลับด้านข้างอย่างรวดเร็ว ทว่าหญิงสาวยังคงหันกลับไปมองด้านหลังครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะมองไม่เห็นคาร์เตอร์แล้ว แต่เสียงปืนจากชั้นบนยังดังแว่วเข้ามาไม่ขาดสาย
“ปล่อยฉันนะ! ฉันต้องกลับไปหาเขา!”
พะแพงพยายามสะบัดมือออกจากการจับกุมของแดเนียล แต่ชายหนุ่มยังคงดึงเธอให้วิ่งลงบันไดหินแคบๆ ที่ทอดยาวสู่ชั้นใต้ดิน
“นายสั่งให้ผมพาคุณไปที่ห้องใต้ดินครับ ถ้าคุณยังดื้อดึงอยู่แบบนี้ เราจะกลายเป็นภาระของนายแทนที่จะช่วยเขา”
แดเนียลหันกลับมาตอบเสียงแข็ง ใบหน้าคมมีเลือดไหลเป็นทางจากบาดแผลบริเวณต้นแขน กระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากพะแพง
คำพูดนั้นทำให้หญิงสาวชะงัก เธอรู้ดีว่าแดเนียลพูดถูก หากเธอกลับไปตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการเดินเข้าไปขวางกระสุนแทนคาร์เตอร์ แต่ภาพที่เขาถูกยิงยังคงติดอยู่ในหัวอย่างชัดเจน
เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกจากไหล่กว้าง ร่างสูงที่เคยแข็งแกร่งเซถอยหลังเพียงก้าวเดียว ก่อนจะยกปืนขึ้นยิงตอบโต้ศัตรูราวกับความเจ็บปวดไม่มีความหมาย
หัวใจของพะแพงบีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“เขาถูกยิง...”
น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
“นายยังยืนอยู่ได้ครับ เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น”
แดเนียลตอบ แม้พยายามปลอบใจ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความกังวลไม่ต่างกัน
“แต่เขาอาจตายได้นะคะ” พะแพงหยุดฝีเท้าลงกะทันหันจนแดเนียลต้องหันกลับมามอง “ถ้าเขาตาย... ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด”
“คุณไม่ได้เป็นคนยิงเขา”
“แต่ฉันเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกมันบุกเข้ามา!”
เธอตวาดกลับ น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
“ถ้าฉันไม่มาที่นี่ ถ้าฉันไม่ยอมเป็นตัวประกัน ถ้าฉันไม่เกี่ยวข้องกับครอบครัวของฉัน คาร์เตอร์ก็คงไม่ต้องถูกยิง!”
แดเนียลจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ เขาไม่เคยเห็นใครกล้าตะโกนใส่คาร์เตอร์เช่นพะแพง และไม่เคยเห็นคาร์เตอร์ปกป้องใครด้วยชีวิตตัวเองแบบที่ทำในคืนนี้เช่นกัน
“ถ้าคุณยังมัวโทษตัวเอง นายอาจไม่มีโอกาสได้กลับมาด่าคุณนะครับ”
คำพูดนั้นทำให้พะแพงนิ่งงัน เธอกำหมัดแน่นก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวต่อไปทันที
ห้องใต้ดินของคฤหาสน์ถูกสร้างขึ้นเป็นห้องหลบภัยขนาดใหญ่ มีประตูเหล็กหนา ระบบไฟฟ้าสำรอง และชั้นวางอุปกรณ์ทางการแพทย์เรียงรายอยู่เต็มผนัง ด้านในมีบอดี้การ์ดอีกหลายคนกำลังตรวจอาวุธและเฝ้าระวังผ่านกล้องวงจรปิด
ภาพจากกล้องหลายสิบจอฉายให้เห็นความโกลาหลทั่วคฤหาสน์ บางจอแสดงภาพกลุ่มคนชุดดำกำลังปะทะกับบอดี้การ์ดบริเวณโถงกลาง บางจอเผยให้เห็นเปลวไฟเริ่มลุกไหม้ตรงสวนด้านข้าง
“ปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
เสียงของเลออนดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเพิ่งวิ่งลงมาตามทางลับ เสื้อสูทสีดำเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ใบหน้าสุขุมที่มักไม่แสดงอารมณ์กำลังตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“นายอยู่ไหน”
“ยังอยู่ด้านบนครับ เขาสั่งให้ผมลงมาดูแลคุณพะแพง”
แดเนียลตอบพร้อมกับปล่อยมือจากข้อมือของหญิงสาว
“แล้วแผลของนาย?”
“ไม่เป็นไร แค่ถากๆ”
เลออนเหลือบมองบาดแผลที่แขนของแดเนียล ก่อนจะหันไปหาพะแพง
“คุณพะแพง กรุณาอยู่ที่นี่จนกว่าพวกเราจะจัดการด้านบนเสร็จ”
“ฉันไม่อยู่เฉยแน่”
พะแพงตอบทันที เธอเดินตรงไปยังชั้นวางอุปกรณ์และเปิดกล่องปฐมพยาบาลออก
“ฉันจะขึ้นไปช่วยเขา”
“ไม่ได้ครับ”
“ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อพวกคุณกำลังจะปล่อยให้คนที่ถูกยิงเสียเลือดตายอยู่ด้านบน”
น้ำเสียงของเธอเด็ดขาดจนคนทั้งห้องเงียบลง
“ฉันเห็นเขาถูกยิงที่ไหล่ เลือดออกมาก และเขายังฝืนต่อสู้ต่อ ถ้ากระสุนฝังอยู่ลึกหรือโดนเส้นเลือดใหญ่ เขาอาจหมดสติได้ทุกเมื่อ”
พะแพงหยิบผ้าก๊อซ น้ำเกลือ และอุปกรณ์ห้ามเลือดขึ้นมาวางบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ
“ฉันเคยเรียนปฐมพยาบาล ฉันช่วยเขาได้”
เลออนมองสิ่งของบนโต๊ะ ก่อนสบตากับพะแพงอย่างพิจารณา
“นายไม่อนุญาตให้ใครขึ้นไป แม้แต่ผม”
เสียงของแดเนียลดังขึ้นเบาๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็พาฉันไปหาเขา”
พะแพงยืนยันโดยไม่หลบสายตา
“ฉันไม่ใช่ภาระ ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร และถ้าพวกคุณยังเสียเวลาเถียงกัน เขาอาจเสียเลือดมากกว่านี้”
เลออนนิ่งไปครู่หนึ่ง เสียงปืนด้านบนดังสนั่นขึ้นอีกระลอก แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นจากเพดานร่วงลงมาเล็กน้อย ทุกคนในห้องรู้ดีว่าเวลาของพวกเขากำลังลดลงเรื่อยๆ
“แดเนียล พาคุณพะแพงไปทางโถงฝั่งตะวันออก”
เลออนตัดสินใจในที่สุด
“แต่ต้องอยู่ในการคุ้มกันของนายตลอดเวลา หากสถานการณ์ไม่ปลอดภัย ให้พาเธอกลับลงมาทันที”
“รับทราบครับ”
พะแพงคว้ากล่องปฐมพยาบาลแน่น ก่อนจะรีบเดินตามแดเนียลออกจากห้อง ทว่าเลออนกลับเรียกเธอไว้เสียก่อน
“คุณพะแพง ถ้าเจอนาย อย่าทำให้เขาเสียสมาธิ”
ดวงตาของเลออนเย็นชา แต่คำพูดนั้นแฝงความหมายมากกว่าที่ได้ยิน
“ฉันจะช่วยเขา ไม่ใช่ทำให้เขาเสียสมาธิ”
พะแพงตอบกลับแล้ววิ่งตามแดเนียลไปทันที
ทางเดินลับพาพวกเขากลับขึ้นมายังชั้นสองของคฤหาสน์ เสียงปืนเริ่มเบาลงกว่าก่อนหน้า ทว่าความเงียบที่เข้ามาแทนกลับน่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่า กลิ่นควันและเลือดเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ร่างของชายชุดดำสองคนนอนกองอยู่หน้าประตูห้องนอน พะแพงเห็นแล้วต้องเบือนหน้าหนี แต่ในวินาทีต่อมาเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักดังมาจากปลายทางเดิน
คาร์เตอร์เดินโซเซออกมาจากมุมเสา มือข้างหนึ่งกุมไหล่ซ้ายเอาไว้ เลือดไหลซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวจนกลายเป็นสีแดงเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาซีดลงเล็กน้อย แต่ดวงตาสีฟ้ายังคงเต็มไปด้วยความดุดัน
“ฉันสั่งให้เธออยู่ในห้องใต้ดิน”
น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชา ทว่าลมหายใจกลับหนักหน่วง
พะแพงรีบวิ่งเข้าไปหาเขาโดยไม่สนใจคำตำหนิ
“คุณถูกยิง!”
“ฉันยังไม่ตาย”
“แต่คุณกำลังจะตายถ้ายังทำตัวโง่แบบนี้!”
เธอตวาดกลับพร้อมกับคว้าแขนข้างที่ไม่บาดเจ็บของเขาไว้
คาร์เตอร์ก้มมองมือเล็กที่กำลังสั่นของเธอ ก่อนสายตาจะเลื่อนขึ้นไปหยุดที่ใบหน้าเปียกน้ำตา
“เธอร้องไห้ทำไม”
“เพราะคุณเลือดออก!”
“แค่แผลถากๆ”
“อย่ามาโกหกฉัน!”
พะแพงแกะมือของเขาออกจากไหล่ แล้วเห็นรูจากกระสุนอยู่บริเวณด้านหลังต้นแขน เลือดออกมากกว่าที่เขาพยายามทำให้เธอเข้าใจ
“แดเนียล พาเขาไปที่ห้องทำงาน ห้องนั้นมีโต๊ะใหญ่และแสงสว่างพอ”
“ไม่ต้อง ฉันจะไปห้องพยาบาล”
“ห้องพยาบาลอยู่ไกลเกินไป และคุณอาจหมดสติก่อนถึงที่นั่น”
พะแพงพูดพร้อมกับมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้
“หรือคุณจะรอให้ฉันเห็นคุณล้มลงต่อหน้าต่อตา?”
คาร์เตอร์กัดกรามแน่น เขาไม่ชอบให้ใครออกคำสั่ง โดยเฉพาะพะแพง แต่ในที่สุดก็ยอมให้แดเนียลประคองกลับเข้าไปในห้องทำงาน
เมื่อร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้ พะแพงรีบตัดเสื้อบริเวณหัวไหล่ด้วยกรรไกร ปลายนิ้วของเธอสั่นจนแทบจับอุปกรณ์ไม่อยู่ แต่เธอพยายามควบคุมสติอย่างเต็มที่
“แผลไม่ทะลุ”
เธอพึมพำหลังตรวจดูบาดแผล
“กระสุนน่าจะฝังอยู่ด้านใน”
“เอาออก”
คาร์เตอร์สั่งสั้นๆ
“ฉันไม่ใช่ศัลยแพทย์”
“แต่เธอทำได้”
“คุณจะบ้าหรือไง ถ้าฉันทำพลาด คุณอาจเสียเลือดมากกว่าเดิม”
“ฉันเชื่อใจเธอ”
ประโยคนั้นทำให้มือของพะแพงชะงัก
คาร์เตอร์มองเธอด้วยแววตาที่ไม่มีความแข็งกร้าวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเชื่อมั่นอย่างหมดใจจนหญิงสาวไม่อาจปฏิเสธได้
“ถ้าอย่างนั้นอย่าขยับ”
เธอพูดเสียงเบา ก่อนเริ่มทำแผลให้เขา
คาร์เตอร์ไม่ร้องแม้แต่ครั้งเดียว แม้ทุกครั้งที่พะแพงกดผ้าก๊อซลงบนบาดแผล กล้ามเนื้อบนแผ่นหลังกว้างจะเกร็งแน่นจนเห็นได้ชัด เหงื่อเย็นผุดขึ้นตามขมับ แต่เขายังคงนั่งนิ่งราวกับไม่รู้สึกเจ็บ
“คุณต้องไปโรงพยาบาล”
“หลังจากจัดการคนที่เหลือ”
“คุณจะไปจัดการใครทั้งสภาพนี้ไม่ได้”
“พะแพง”
“ถ้าคุณขยับ ฉันจะมัดคุณไว้กับเก้าอี้”
คาร์เตอร์ปรายตามองเธอเล็กน้อย
“กล้าดี”
“ก็ลองดูสิ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วครู่ ก่อนมุมปากของเขาจะยกขึ้นจางๆ แม้ใบหน้าจะซีดเซียว
“เธอเริ่มเหมือนนายหญิงของที่นี่ขึ้นทุกที”
“ฉันไม่ต้องการเป็นนายหญิงของคฤหาสน์ที่เจ้าของชอบเอาตัวเองไปรับกระสุนแทนคนอื่นหรอกนะ”
“ฉันไม่ได้รับแทนคนอื่น”
เขาพูดเสียงต่ำ ดวงตาจ้องมองเธอนิ่ง
“ฉันรับแทนเธอ”
มือของพะแพงที่กำลังพันผ้าพันแผลหยุดลงอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นแรงจนได้ยินชัดอยู่ในอก
“ทำไมต้องทำขนาดนี้”
“เพราะเธอเป็นของฉัน”
“ฉันไม่ใช่สิ่งของ”
“ฉันรู้”
คำตอบนั้นมาเร็วจนพะแพงเงยหน้าขึ้นมองเขา
คาร์เตอร์สูดลมหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“เธอไม่ใช่สิ่งของ ไม่ใช่หนี้ และไม่ใช่ตัวประกันสำหรับฉันอีกแล้ว แต่ถ้าใครคิดจะเอาเธอไปจากฉัน ฉันก็ยังจะฆ่ามันอยู่ดี”
“คุณมันไม่มีเหตุผล”
“ฉันไม่เคยมีเหตุผลเวลาเป็นเรื่องของเธอ”
พะแพงเม้มริมฝีปากแน่น เธอพยายามก้มหน้าทำแผลต่อเพื่อซ่อนความรู้สึก แต่คาร์เตอร์กลับยื่นมือข้างที่ไม่บาดเจ็บมาจับปลายคางเธอไว้
“มองฉัน”
“คุณเสียเลือดจนเพ้อแล้วหรือไง”
“ฉันบอกให้มองฉัน”
พะแพงจำต้องสบตากับเขา นัยน์ตาสีฟ้าที่เคยเย็นชาในเวลานี้อ่อนลงอย่างน่าประหลาด
“ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก”
“ถ้าคุณตาย ฉันจะลากคุณกลับมาด่าถึงนรก”
“งั้นฉันคงต้องมีชีวิตอยู่ต่อ”
เขากระซิบ ก่อนใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาบนแก้มของเธออย่างแผ่วเบา
เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นหน้าห้อง เลออนเดินเข้ามาพร้อมกล่องโลหะขนาดเล็กในมือ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดกว่าเดิม
“คนร้ายที่เหลือถูกกำจัดแล้วครับ มีบางส่วนหนีออกทางอุโมงค์ด้านตะวันตก แต่เราปิดเส้นทางไว้ได้”
“มีใครรอดบ้าง”
คาร์เตอร์ถาม
“หนึ่งคนครับ ถูกจับได้ที่สวนด้านหลัง”
เลออนวางกล่องโลหะลงบนโต๊ะ
“และเราพบสิ่งนี้ในปืนของมัน”
พะแพงหันไปมองทันที ภายในกล่องมีกระสุนหนึ่งนัดวางอยู่บนผ้าสีดำ
“กระสุน?”
“ครับ เป็นกระสุนชนิดเดียวกับที่ยิงนายเมื่อคืน แต่สิ่งสำคัญอยู่ตรงนี้”
เลออนหยิบถุงหลักฐานขึ้นมา ภายในมีปลอกกระสุนที่มีตราประทับเล็กๆ อยู่บริเวณฐาน
คาร์เตอร์มองเพียงแวบเดียว แววตาก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ
“ตราของคลังอาวุธวิคเตอร์”
พะแพงนิ่งไปทันที ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
“พ่อของฉัน... เป็นคนส่งพวกมันมาจริงๆ งั้นเหรอ”
“ยังสรุปไม่ได้ครับ” เลออนตอบอย่างระมัดระวัง
“แต่กระสุนชุดนี้ถูกเบิกจากคลังของตระกูลวิคเตอร์เมื่อสามวันก่อน”
คาร์เตอร์ลุกขึ้นทันที แม้พะแพงจะพยายามห้าม แต่เขากลับเซไปเล็กน้อยจนต้องใช้มือยันโต๊ะ
“คุณจะไปไหน”
“ไปสอบปากคำคนที่จับได้”
“คุณเพิ่งถูกยิง!”
“ฉันยังเดินได้”
“แต่คุณกำลังจะล้ม!”
พะแพงรีบเข้าไปประคองเขาไว้ คาร์เตอร์หันมามองเธอด้วยแววตาดุร้าย แต่ครั้งนี้เธอไม่ยอมถอย
“ถ้าคุณอยากรู้ความจริง ก็ต้องมีชีวิตอยู่จนได้ฟังมัน”
คำพูดของเธอทำให้คาร์เตอร์นิ่งไป
พะแพงกำแขนของเขาแน่นขึ้น ก่อนจะหันไปหาเลออน
“พาคนคนนั้นไปไว้ที่ห้องสอบสวน แล้วฉันจะไปด้วย”
เลออนเลิกคิ้ว
“คุณพะแพง...”
“คนที่ถูกส่งมาฆ่าฉันอาจรู้ว่าพ่อของฉันกำลังทำอะไร และฉันจะเป็นคนถามเขาเอง”
คาร์เตอร์มองใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แววตาของเขาค่อยๆ เปลี่ยนจากความห่วงใยเป็นความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด
“เธอจะอยู่ข้างฉัน?”
พะแพงหันไปสบตาเขา
“ฉันจะอยู่จนกว่าจะรู้ความจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันให้อภัยคุณเรื่องที่ยิงคนต่อหน้าฉันหรอกนะ”
คาร์เตอร์ยกยิ้มมุมปาก แม้แผลจะทำให้ใบหน้าซีดลงมากกว่าเดิม
“เธอจะด่าฉันไปจนแก่เลยก็ได้”
“ถ้าคุณยังทำตัวแบบนี้ ฉันจะด่าไปจนแก่จริงๆ”
“ตกลง”
เสียงตอบรับของเข‘าแผ่วเบา แต่หนักแน่นกว่าคำสัญญาใดๆ
ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและเสียงปืนที่ยังหลงเหลืออยู่ไกลๆ พะแพงประคองคาร์เตอร์ออกจากห้องทำงานไปพร้อมกัน โดยไม่มีใครรู้เลยว่า เบื้องหลังปลอกกระสุนเพียงหนึ่งนัดนั้น กำลังจะเปิดเผยความลับที่ทำให้ทั้งสองตระกูลต้องหันปืนเข้าหากัน
และการสอบสวนในคืนนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามที่ไม่มีใครสามารถหยุดได้อีกต่อไป
