บทที่ 7 ตอนที่ 7 ห้องที่ห้ามเปิด
ตอนที่ 7 ห้องที่ห้ามเปิด
แสงไฟสีขาวในห้องสอบสวนส่องกระทบพื้นคอนกรีตที่ยังมีรอยเลือดเป็นทาง เสียงฝนด้านนอกเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ราวกับท้องฟ้ากำลังกลบเสียงโกลาหลของคฤหาสน์ให้จมหายไปกับความมืด แต่กลิ่นควันปืนและกลิ่นคาวเลือดยังคงติดอยู่ในทุกลมหายใจ
คาร์เตอร์เดินเข้ามาพร้อมพะแพงที่ประคองแขนเขาไว้แน่น แม้เขาจะพยายามดึงแขนออกหลายครั้ง แต่หญิงสาวก็ยังไม่ยอมปล่อย มืออีกข้างของเธอถือกล่องปฐมพยาบาลที่มีผ้าก๊อซเปื้อนเลือดอยู่ด้านใน
“ฉันเดินเองได้” คาร์เตอร์เอ่ยเสียงต่ำ
มาเฟียหนุ่มพยายามขยับไหล่ข้างที่ถูกยิงเพื่อยืนยันคำพูด แต่ความเจ็บแล่นลึกจนกล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเพียงเล็กน้อย พะแพงเห็นดังนั้นจึงออกแรงประคองเขามากกว่าเดิม
“ถ้าคุณเดินเองได้จริง ก็ไม่ควรเกือบล้มตอนอยู่หน้าห้องทำงาน” พะแพงสวนกลับโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองเขา “และถ้าคุณยังขยับแขนข้างนั้นอีกครั้ง ฉันจะมัดคุณไว้กับเก้าอี้ต่อหน้าลูกน้องทุกคน”
คาร์เตอร์ปรายตามองใบหน้าสวยที่ยังมีคราบน้ำตาแห้งเกาะอยู่ตรงหางตา ริมฝีปากของเขาขยับคล้ายจะตำหนิ แต่สุดท้ายกลับเลือกเงียบ
เลออนยืนอยู่หน้าประตูเหล็กและพยักหน้าให้บอดี้การ์ดเปิดทาง ทันทีที่ประตูถูกผลักออก กลิ่นอับชื้นจากห้องสอบสวนก็ลอยปะทะใบหน้า ชายชุดดำคนหนึ่งถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้กลางห้อง ใบหน้าของมันมีรอยช้ำและเลือดไหลจากมุมปาก แต่ดวงตายังคงแข็งกร้าวอย่างคนที่ไม่คิดยอมแพ้
“มันชื่อราฟาเอลครับ” เลออนรายงาน “เป็นอดีตทหารรับจ้าง เคยทำงานให้หลายตระกูล แต่ช่วงสองปีที่ผ่านมาได้รับเงินจากบริษัทในเครือของวิคเตอร์”
“พ่อของฉันจ้างมันจริงเหรอ” พะแพงถาม
หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้ผู้ต้องหา ดวงตาคมจ้องอีกฝ่ายอย่างแน่วแน่ แม้ภายในใจจะสั่นไหวกับคำตอบที่กำลังจะได้ยินก็ตาม
ราฟาเอลหัวเราะในลำคอและถ่มน้ำลายลงพื้น
“ลูกสาวของมันนี่เอง ฉันนึกไม่ถึงว่าคุณวิคเตอร์จะยอมเสียเงินมากมายเพื่อเอาตัวผู้หญิงคนหนึ่งกลับไป”
คาร์เตอร์ก้าวขึ้นมาขวางหน้าเธอทันที ดวงตาสีฟ้าเย็นเยียบจับจ้องชายที่ถูกมัดอย่างอำมหิต
“เลือกคำพูดให้ดี”
“ทำไม แค่พูดถึงผู้หญิงของนายก็ทนไม่ได้แล้วเหรอ ไอ้มาเฟียไร้หัวใจอย่างนายมีหัวใจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
เสียงหัวเราะของราฟาเอลยังไม่ทันจบ คาร์เตอร์ก็ยกปืนขึ้นจ่อกลางหน้าผากของมันอย่างรวดเร็ว ความเงียบในห้องสอบสวนพลันหนักอึ้งจนได้ยินเสียงฝนกระทบกระจกชัดเจน
“คาร์เตอร์” พะแพงเรียกชื่อเขา
เธอไม่ได้ตะโกน แต่เพียงคำเดียวก็ทำให้ปลายกระบอกปืนลดลงเล็กน้อย คาร์เตอร์หันมามองเธอ สีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“อย่าเข้ามายุ่ง”
“ถ้าคุณยิงมันตอนนี้ เราจะไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย”
“ฉันไม่จำเป็นต้องได้ข้อมูลจากศพ”
“แต่ฉันจำเป็นต้องรู้ว่าพ่อกำลังทำอะไรกับชีวิตของฉัน”
ประโยคของพะแพงทำให้คาร์เตอร์นิ่งไปชั่วขณะ เธอขยับมายืนข้างเขาและวางมือลงบนข้อมือที่ถือปืน แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายสามารถสะบัดมือเธอออกได้ในทันที แต่คาร์เตอร์กลับปล่อยให้เธอแตะต้องโดยไม่ต่อต้าน
“ฉันจะเป็นคนถามเอง” พะแพงพูดต่อ “ถ้ามันไม่ตอบ คุณค่อยจัดการ”
“เธอคิดว่าฉันจะปล่อยให้มันพูดจาดูถูกเธออีกเหรอ”
“คุณไม่จำเป็นต้องปกป้องฉันจากทุกคำพูด”
“ฉันจำเป็น”
คำตอบสั้นๆ และหนักแน่นทำให้หัวใจของพะแพงกระตุก เธอรู้ว่าคาร์เตอร์หมายถึงเรื่องนั้นจริงๆ เขาไม่เคยพูดเล่นเวลาบอกว่าจะฆ่าคนที่กล้าแตะต้องเธอ และความจริงนั้นทั้งน่ากลัวและทำให้เธอสับสนในเวลาเดียวกัน
พะแพงจึงหันกลับไปหาราฟาเอล
“พ่อของฉันส่งพวกคุณมาเอาตัวฉันกลับไปใช่ไหม”
“คำสั่งไม่ได้มาจากคุณวิคเตอร์ทั้งหมด”
ราฟาเอลยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
“มีคนจ่ายเงินก้อนใหญ่กว่านั้น และเขาต้องการให้คาร์เตอร์ตายคืนนี้ ส่วนคุณ... จะถูกส่งไปให้คนอีกคน”
แววตาของคาร์เตอร์เปลี่ยนไปทันที ความเย็นชาบนใบหน้าถูกแทนที่ด้วยความโกรธดิบๆ เขากระชับปืนแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว
“คนอีกคนคือใคร”
“ฉันไม่รู้ชื่อจริง รู้แค่ว่าพวกมันเรียกเขาว่าโรมัน”
ชื่อดังกล่าวทำให้เลออนขมวดคิ้ว คาร์เตอร์เงียบไปอย่างผิดปกติ ขณะที่พะแพงหันมามองเขา
“คุณรู้จักเขาไหม”
“เคยได้ยินชื่อ”
“แล้วทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรก”
“เพราะฉันยังไม่แน่ใจว่าเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
“ตอนนี้แน่ใจแล้วหรือยัง”
คาร์เตอร์ไม่ได้ตอบ เขาหันไปหาเลออนแทน
“ตรวจสอบทุกบัญชีที่เชื่อมโยงกับโรมัน รวมถึงเส้นทางขนส่งทางท่าเรือทั้งหมด ฉันต้องรู้ว่าเงินก้อนนี้มาจากไหนและใครเป็นคนอนุมัติ”
“ครับ”
ราฟาเอลหัวเราะออกมาอีกครั้ง
“ต่อให้รู้ นายก็ช่วยเธอไม่ได้หรอก คาร์เตอร์ พวกมันไม่ได้ต้องการเงินของวิคเตอร์หรือเส้นทางการค้าของนายอย่างเดียว พวกมันต้องการผู้หญิงคนนั้น เพราะเธอคือกุญแจ”
พะแพงจ้องหน้ามันด้วยความสงสัย
“กุญแจอะไร”
ราฟาเอลเงียบไป รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“ถามพ่อของเธอสิ เขารู้ดีว่าภรรยาของเขาซ่อนอะไรไว้ก่อนตาย”
ลมหายใจของพะแพงสะดุด เธอไม่เคยได้ยินเรื่องใดเกี่ยวกับแม่มากไปกว่าว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน แต่แววตาของราฟาเอลบอกชัดว่ามันมีบางอย่างถูกปิดบัง
“แม่ของฉันเกี่ยวอะไรด้วย”
“ถ้าอยากรู้ก็กลับไปถามคนที่ขายเธอให้มาเฟีย”
คาร์เตอร์ขยับตัวเข้าหาชายคนนั้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้พะแพงจับแขนเขาไว้ก่อน
“พอแล้ว”
“มันกำลังโกหก”
“อาจจะ แต่ถ้ามันตายเราก็ไม่มีทางรู้ว่าความจริงอยู่ตรงไหน”
คาร์เตอร์จ้องเธออยู่หลายวินาที ก่อนจะลดปืนลงในที่สุด แต่เขายังไม่ยอมละสายตาจากราฟาเอล
“พาไปขังไว้ที่ห้องใต้ดิน ห้ามใครแตะต้องมันจนกว่าฉันจะสั่ง”
“ครับนาย”
บอดี้การ์ดสองคนเดินเข้ามาลากตัวราฟาเอลออกไป มันยังคงหัวเราะและพูดบางอย่างที่ฟังไม่ชัด พะแพงได้ยินเพียงคำว่า ‘กุญแจ’ ซ้ำๆ จนหัวใจเริ่มหนักอึ้ง
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบก็กลับเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง
“คุณรู้เรื่องแม่ของฉันมากกว่าที่พูดใช่ไหม” พะแพงถาม
คาร์เตอร์หันมามองเธอ
“ฉันรู้บางเรื่อง”
“บางเรื่องที่สำคัญจนคุณต้องปิดบังฉัน?”
“ฉันกำลังปกป้องเธอ”
“ทุกครั้งที่คุณไม่ยอมตอบ คุณก็พูดคำนี้”
พะแพงกำหมัดแน่น เธอพยายามไม่ให้น้ำเสียงสั่น แต่ความโกรธและความกลัวกลับตีขึ้นมาจนแทบกลั้นไม่อยู่
“คุณขังฉันไว้ในคฤหาสน์ บอกว่าฉันเป็นตัวประกัน ปิดตาฉัน พาฉันไปไหนมาไหนโดยไม่บอกเส้นทาง แล้วตอนนี้ยังปิดบังเรื่องแม่ของฉันอีก คุณคิดว่าฉันจะเชื่อใจคุณได้อย่างไร”
คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจคาร์เตอร์ เขานิ่งไป ใบหน้าคมเข้มแข็งกระด้างขึ้นราวกับกำลังต่อสู้กับบางสิ่งในตัวเอง
“ฉันไม่ต้องการให้เธอเชื่อใจฉัน”
“โกหก”
พะแพงสวนกลับทันที
“ถ้าคุณไม่ต้องการ คุณคงไม่ทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันอยู่ใกล้คุณ คุณคงไม่เอาตัวเองรับกระสุนแทนฉัน และคงไม่มองฉันด้วยสายตาแบบนั้นทุกครั้งที่คิดว่าฉันไม่เห็น”
คาร์เตอร์ก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นยาฆ่าเชื้อจากบาดแผลลอยปะปนกันอยู่ในอากาศ
“เธอเห็นอะไรในสายตาของฉัน”
พะแพงชะงักเมื่อแผ่นหลังชนกับขอบโต๊ะเหล็ก
“ความลับ”
“แล้วเธออยากรู้ไหม”
ปลายนิ้วของคาร์เตอร์ยกขึ้นแตะปลายคางเธอ เขาไม่ได้บีบบังคับเหมือนครั้งแรกที่พบกัน เพียงประคองใบหน้าเธอให้เงยขึ้นสบตาเขาเท่านั้น แต่ความใกล้ชิดนั้นกลับทำให้หัวใจของพะแพงเต้นแรงกว่าเสียงปืนเมื่อครู่
“ฉันอยากรู้ทุกอย่าง”
“เธออาจเกลียดฉันเมื่อได้รู้”
“ฉันเกลียดคุณอยู่แล้ว”
“ไม่จริง”
เสียงทุ้มต่ำของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจจนพะแพงต้องเม้มริมฝีปาก
“คุณนี่หลงตัวเองชะมัด”
“แต่ฉันรู้จักเธอดีกว่าที่เธอคิด”
คาร์เตอร์ก้มลงใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวแตะผิวแก้ม เขาเหมือนจะจูบเธอ แต่สุดท้ายกลับผละออกและเดินผ่านไปยังประตูด้านหลังห้องสอบสวน
“ตามมา”
“จะพาฉันไปไหน”
“ไปหาคำตอบบางส่วน”
เขาไม่รอให้เธอตัดสินใจ พะแพงจึงจำต้องตามไป ขณะที่เลออนส่งสัญญาณให้คนของเขารักษาความปลอดภัยรอบทางเดิน
คาร์เตอร์พาเธอผ่านโถงทางเดินชั้นสองไปยังปีกตะวันตกของคฤหาสน์ บริเวณนี้เงียบกว่าทุกส่วนของบ้าน ประตูหลายบานถูกปิดสนิทและไม่มีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าแม้แต่คนเดียว ยิ่งเดินลึกเข้าไป อากาศก็ยิ่งเย็นลงอย่างประหลาด
พะแพงจำได้ทันทีว่าที่นี่คือพื้นที่ต้องห้ามที่คาร์เตอร์เคยสั่งไม่ให้เธอเข้ามา
“ห้องนี้เกี่ยวกับแม่ของฉันหรือ”
คาร์เตอร์หยุดอยู่หน้าประตูไม้สีเข้มบานหนึ่ง เขาล้วงกุญแจออกจากกระเป๋า แต่ยังไม่เปิดทันที
“ไม่ใช่ทั้งหมด”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงพาฉันมา”
“เพราะเธอเห็นบางอย่างที่ไม่ควรเห็นแล้ว”
เขาไขกุญแจ ประตูส่งเสียงเอี๊ยดเบาๆ ก่อนเปิดออก ภายในเป็นห้องทำงานเก่าที่เต็มไปด้วยเอกสาร กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นไม้เข้มข้นลอยออกมา รอบผนังมีชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน ตรงกลางห้องมีโต๊ะทำงานตัวใหญ่ และบนโต๊ะนั้นมีกรอบรูปหนึ่งวางคว่ำหน้าอยู่
พะแพงก้าวเข้าไปช้าๆ ก่อนจะเห็นสิ่งที่วางอยู่ข้างกรอบรูป
เป็นรูปถ่ายของเธอในวัยเด็ก
หญิงสาวยื่นมือไปหยิบด้วยความตกใจ แต่คาร์เตอร์คว้าข้อมือเธอไว้ก่อน
“อย่าแตะต้องมัน”
น้ำเสียงของเขากลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง
พะแพงเงยหน้ามองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“นี่รูปของฉัน แล้วทำไมฉันถึงแตะไม่ได้”
“เพราะเธอยังไม่พร้อมรู้ความจริงทั้งหมด”
“คุณไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าฉันพร้อมหรือไม่พร้อม!”
พะแพงกระชากมือกลับและก้าวไปข้างหน้า คาร์เตอร์ยกแขนข้างที่ไม่บาดเจ็บขวางเธอไว้ แต่ครั้งนี้เธอไม่ยอมถอย
“ฉันจะดู”
“พะแพง”
“ฉันจะดูว่าคุณเก็บอะไรของฉันไว้ในห้องต้องห้ามนี้ และถ้าคุณยังคิดจะห้าม ฉันจะทำลายประตูทุกบานในคฤหาสน์เพื่อค้นหาด้วยตัวเอง”
แววตาของคาร์เตอร์วูบไหว ความดุร้ายกับความเจ็บปวดปรากฏขึ้นพร้อมกัน ก่อนเขาจะค่อยๆ ลดแขนลง
“เธอเหมือนแม่ของเธอมากกว่าที่คิด”
