บทที่ 1 หักหลัง

            เสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นทำให้พาขวัญต้องละสายตาจากหน้าเตาที่กำลังทำอาหารเย็นเพื่อเปิดดู หน้าจอโชว์เบอร์ที่ไม่รู้จัก พร้อมข้อความที่ระบุว่า

‘คุณมีคลิปวิดีโอที่ยังไม่ได้ดู’ นิ้วเรียวกดเปิดคลิป ภาพสองหนุ่มสาวที่กำลังนัวเนียกันอยู่ในสถานที่บันเทิง ทันทีที่เปิดอ่านทำเอาหัวคิ้วขมวดเข้าหากันก่อนจะเบิกโพลงในนาทีต่อมา เมื่อคนที่อยู่ในคลิปนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือคนที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี

ทิศเหนือ คนรักของเธอที่คบมาเจ็ดปี  มือบางยิ่งสั่นไหวเมื่อข้อความต่อมาก็คือโลเคชั่นที่ส่งมาให้เธอ

แน่นอนว่าอาหารเย็นวันนี้ก็ยังคงทิ้งคาไว้ที่เตา เพราะจิตใจเธอมุ่งไปยังจุดหมายปลายทางแล้ว มือบางปิดเตาแล้วคว้ากระเป๋ากับโทรศัพท์ก่อนจะรีบออกจากบ้านยกมือโบกเรียกวินมอเตอร์ไซค์คันแล้วคันเล่า  แต่ก็โดนปฏิเสธ

“ไม่ไปน้อง พี่รอเข้าวิน” วินมอเตอร์ไซค์ตั้งท่าจะขี่รถออกไปแต่ก็โดนหญิงสาวดักหน้ารถเอาไว้เสียก่อน

“ดะเดี๋ยวก่อนพี่ หนูให้สองเท่า!”

วินมอเตอร์ไซค์มีสีหน้าลำบากใจในคราแรก ก่อนจะยอมรับข้อเสนอพร้อมกับยื่นหมวกให้หญิงสาว เพียงเวลาไม่นาน วินมอเตอร์ไซค์ก็พาเธอมาถึงจุดหมายปลายทาง

อิมพีเรียล คลับ (IMPERIAL CLUB) ดวงตากลมโตกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เธอไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้มาอยู่ในสถานที่ที่เธอไม่เคยคิดจะมา แต่เพราะเหตุการณ์บางอย่างทำให้เธอต้องมาอยู่ที่นี่ เวลานี้  ขาเรียวเดินตรงก้าวไปยังหน้าประตูไนต์คลับ แต่แล้วก็ถูกการ์ดด้านหน้ากันเอาไว้เสียก่อน

“ขอโทษนะครับ คุณผู้หญิง ทางเราคงต้องขอดูบัตรสมาชิกด้วยนะครับ”

“บัตรสมาชิกงั้นเหรอ?” การ์ดสองคนด้านหน้าสำรวจชุดที่เธอสวมใส่จนเจ้าหล่อนนึกขึ้นได้ว่าเธออาจจะแต่งตัวมาไม่เหมาะสมเท่าไหร่กับสถานที่บันเทิงสุดหรูแห่งนี้ ก็สภาพของเธอมันเหมือนเด็กวิ่งส่งเอกสารเสียอย่างนั้น เสื้อยืดและกางเกงยีนส์กับรองเท้าผ้าใบ

“พอดีฉันรีบมาไปหน่อยก็เลยไม่ได้เปลี่ยนชุด”

“ถึงอย่างนั้น เราก็ปล่อยให้คุณเข้าไปด้านในไม่ได้หรอกครับ”

“ฉันนัดเพื่อนไว้ เขาบอกให้ฉันมาที่นี่”

“แต่ถ้าคุณบอกว่าเพื่อนของคุณพามา ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องขอให้เพื่อนของคุณออกมารับแล้วล่ะ”

เมื่อการ์ดไม่ยอมปล่อยให้เธอเข้าไป พาขวัญจึงเริ่มมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ครั้นจะโทรหาคนที่อยู่ด้านในก็เกรงว่าเขาจะไหวตัวทัน โทรศัพท์มือถือถูกหยิบขึ้นมา กดภาพของชายหนุ่มอันเป็นที่รัก ก่อนจะทำท่ากดโทรออก สีหน้าแสดงความหงุดหงิดชัดเจน

“เอ๊ะ ทำไมไม่รับสายนะ” คำอุทานที่ดูเหมือนว่าจะตั้งใจให้การ์ดทั้งสองคนได้ยิน   เธอพยายามทำซ้ำ ๆ อยู่หลายครั้งทั้งที่จริงแล้ว เธอไม่ได้กดเบอร์โทรออกโทรหาใครเลยสักคน

“พี่คะ เพื่อนฉันเขาไม่รับสายเลยเนี่ยโทรตั้งหลายสายแล้ว นี่ก็ใกล้เวลาเป่าเค้กแล้วด้วยสิ ถ้าฉันเข้าไปในงานไม่ทัน คงรู้สึกผิดแน่  ๆ ” เธอทำหน้าเศร้า แต่งเรื่องขึ้นมา พร้อมกับยื่นโทรศัพท์ให้กับการ์ดตรงหน้าได้ดู

“นี่ไงเพื่อนฉัน พวกพี่ก็น่าจะรู้จักนะ เพราะเพื่อนฉันก็คงจะมาที่นี่บ่อยไม่น้อย” เธอพูดเมื่อเห็นท่าทีของบอดีการ์ดที่พินิจมองดูภาพคนรักของเธอที่อยู่บนหน้าจอ จำได้ว่าผู้ชายในภาพคือลูกค้าวีไอพีที่มาที่นี่ประจำจนในที่สุดการ์ดก็ยอมปล่อยให้เธอได้เข้าไป  เมื่อก้าวพ้นประตูเข้ามาข้างในได้ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มใส่บอดีการ์ดก่อนหน้าก็หุบลงทันที

พาขวัญใจเต้นแรงก่อนจะเดินเข้าไปข้างในมองซ้ายขวา พลันสายตาก็เหลือบไปมองเห็นหลังที่แสนคุ้นเคย สองหนุ่มสาวที่เดินเข้าไปในลิฟต์ก่อนประตูลิฟต์จะปิดลง เธอรีบเดินตามไปดู ว่าลิฟต์นั้นเลื่อนขึ้นไปที่ชั้นอะไร นิ้วเรียวกดเรียกลิฟต์ซ้ำ ๆ จนในที่สุดลิฟต์ก็เปิดออก พาขวัญก้าวเข้าไปด้านในก่อนจะกดไปที่ชั้นสามแต่ไม่ว่าจะกดอย่างไรลิฟต์เธอก็ไม่ขึ้นไปสักที ประตูลิฟต์เปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มสูงสง่างาม ดวงตาเรียวของเขาจับจ้องมองมาที่เธอ  แล้วเดินก้าวเข้าข้างในตามด้วยลูกน้องอีกสองคน ทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกว่าร่างการ่างบอบบางของเธอราวกับลูกหนูตัวเล็กตัวน้อย คีย์การ์ดถูกแสกนก่อนนิ้วเรียวจะกดชั้นที่เขาต้องการ

“ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงต้องการไปชั้นไหนครับ” ลูกน้องคนหนึ่งของคิรินทร์ถามขึ้น

“ชั้นเดียวกันค่ะ”

ไนต์คลับที่นี่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี แม้ว่าชั้นสามจะมีหลายห้องก็ตาม แต่ละห้องออกแบบไว้สำหรับสมาชิกระดับวีไอพีเพื่อความเป็นส่วนตัว เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้คนรักของเธออยู่ที่ห้องไหนกันแน่ เสียงเพลงยังคงได้ยินแต่ไม่ดังเท่าไหร่  บานประตูห้องห้องหนึ่งถูกเปิดออกโดยพนักงานบริการที่นำเครื่องดื่มเข้าไปเสิร์ฟ  ราวกับฟ้าเป็นใจ ใบหน้าที่แสนคุ้นเคยเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ประตูจะปิดลง    เธอเห็นและจำมันได้อย่างชัดเจนว่าคือคนรักของเธอ ดวงตากลมโต เหม่อลอยมองไปยังห้องห้องนั้น   สองขาค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ มือถือถูกกดโทรออกไปยังปลายทางเพื่อยืนยันให้แน่ใจ พร้อมกับผลักประตูอย่างแผ่วเบา แค่พอให้เห็นภายใน ภาพชายหนุ่มหญิงสาวที่กำลังคลอเคลียกันอย่างเมามัน ต่างคนต่างแลกจูบกันอย่างเร่าร้อน ชุดเดรสของหญิงสาวแทบจะหลุดเปลือยไปกองที่พื้น ภาพนั้นทำให้ใจเธอแทบแตกสลาย โทรศัพท์มือถือที่แนบข้างหูยังคงมีสัญญาณแต่คนตรงหน้ากลับไม่ยอมที่จะกดรับมันยิ่งไปกว่านั้นคือเขามองหน้าจอรู้ว่าใครกันที่โทรหาแต่คำพูดของเขากลับเหมือนมีดที่บาดลงไปในจิตใจของเธอ

“ใครโทรมาเหรอเหนือ”

“เพื่อนน่ะ” เขาปล่อยโทรศัพท์วางลงอย่างไม่สนใจ พร้อมดันร่างหญิงสาวให้นอนราบไปกับโซฟา

“ใช่ผู้หญิงบ้าน ๆ คนนั้นหรือเปล่า”

“อืม นั่นแหละ”

“เมื่อไหร่คุณจะเขี่ยผู้หญิงคนนั้นทิ้งสักที คงไม่ได้หลอกฉันไปวัน ๆ หรอกนะ” นิ้วเรียวสวยจับคางชายหนุ่มส่ายไปมาเบา ๆ อย่างสนิทสนม

เพื่อน ! ผู้หญิงบ้าน ๆ คำพูดนั้นวนเวียนในหัวสมองของเธอ ตลอดระยะเวลาเจ็ดปีที่ผ่านมาเธอทำหน้าที่เป็นคนรักที่ดี คอยดูแลและเอาใจใส่ชายหนุ่มทุกอย่าง ซื่อสัตย์และอดทน แล้วนี่เหรอคือสิ่งที่ตอบแทนให้กับเธอกำแน่นจนสั่นสะท้าน

“ปึง!” เสียงเปิดประตูผลักออกอย่างแรงทำให้สองหนุ่มสาวถึงกับสะดุ้ง ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย

“ใครใช้ให้เข้ามาตอนนี้วะ” คำสบถในคราแรกเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น

“พาขวัญ!”

บทถัดไป