บทที่ 2 ขัดแย้ง
“ว้าย!” เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจรีบดึงชุดเดรสขึ้นมาคลุมกายอย่างหมิ่นเหม่
“นี่มันหมายความว่ายังไงกันเหนือ ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?” พาขวัญถามเสียงสั่น
“เอ่อคือ…” ทิศเหนือมีสีหน้าลำบากใจ พูดอะไรไม่ถูก
“อ่อ นี่อย่าบอกนะ ว่าเธอก็คือผู้หญิงบ้าน ๆ ที่ชื่อพาขวัญน่ะ” หญิงสาวสุดเซ็กซี่พูดขึ้นพร้อมกับมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเหยียดหยัน ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นมานั่งละจัดเสื้อผ้าหน้าผมตัวเอง พาขวัญใจเต้นแรงที่คนตรงหน้าทำท่าราวกับว่ารู้เรื่องของเธอเป็นอย่างดี
“พาขวัญก็คือฉันนี่แหละ”
“ฮึ ! มิน่าล่ะเหนือเขาถึงได้พูดว่าเธอมันน่าเบื่อสุดแสนจะเชย ก็เพราะเธอสภาพนี้นี่เอง” สายตาที่มองตั้งแต่หัวจรดเท้า ยังไม่เจ็บเท่าที่รู้ว่าคนรักของเธอเอาเธอไปพูดดูถูกกับผู้หญิงคนอื่น
“ว้าย!” เธอร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ เมื่อพาขวัญก้าวไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวเธอพร้อมกับกระชากแขนสาวสวยเซ็กซี่จนเธอเซถลา ลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นท่ามกลางความตกใจของทิศเหนือ
“คุณมุก” ทิศเหนือยังไม่ทันที่จะได้ถึงตัวหญิงสาวที่กองอยู่ที่พื้น พาขวัญก็กระโจนเข้าใส่หญิงสาวพร้อมกับเตรียมจะฟาดมือลงไปที่แก้มขาวเนียน แต่เธอก็ต้องชะงัก เมื่อคนรักคว้าแขนเธอเอาไว้ก่อนจะกระชากตัวเธอให้ออกจากหญิงสาวอีกคน
“คุณจะมาห้ามฉันทำไมเหนือ”
“กลับไปก่อนเถอะขวัญ” เขาพูดเสียงทุ้ม เขาพยายามที่จะดึงมือหญิงสาวสะบัดหน้าเป็นการบอกให้เธอออกไป แต่หญิงสาวกลับสะบัดแขนออกไม่ยอมทำตามที่เขาบอกอย่างไรเสียวันนี้เขาก็ต้องมีคำตอบให้กับเธอให้ได้
“ไม่กลับจนกว่าคุณจะมีคำตอบให้ฉัน”
“จะให้ตอบอะไรก็ผมทำงาน”
“งานคุณคือการบำเรอผู้หญิงหน้าไม่อายคนนี้เหรอ?” เธอพูดอย่างเหลืออด ชี้ไปที่หน้าของประกายมุก ซึ่งทางนั้นเองก็จ้องเธอตาไม่กระพริบเช่นกัน
“พาขวัญ เพี้ยะ!” ความครุกรุ่นทำให้ทิศเหนือพลั้งมือฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าหวานของคนรักจนพาขวัญหน้าสะบัดตามแรง หยดน้ำใส ๆ ไหลลงจากหางตา ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนมือจับที่แก้มของตัวเอง การกระทำของเขาทำให้ประกายมุกยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ สีหน้าและแววตาของผู้หญิงตรงหน้าที่เยาะเย้ยเธอมันซ้ำเติมให้ใจดวงเล็ก ๆ เจ็บร้าวระบม เจ็บกายไม่เท่าไหร่ แต่เจ็บที่ใจจนเธอเองก็จุกจนพูดไม่ออก ทิศเหนือเดินขยับเข้าไปใกล้หมายจะจับมือหญิงสาวคนรักเพราะตัวเขาเองก็ตกใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปเหมือนกัน
“ขวัญ ผม…”
“ฉันเข้าใจแล้ว” เธอพูดเสียงเรียบ แก้มขาวนวลบัดนี้ขึ้นรอยนิ้วมือ ดวงตาแดงระเรื่อ เธอพยายามสะกดกลั้นไม่ให้ร้องไห้ให้ผู้ชายตรงหน้าได้เห็น ไม่รอช้าขวัญก้าวออกจากห้องไม่ฟังเสียงเรียกของคนรักที่กำลังดังตามมา เธอวิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ไม่มีแม้แต่ฝีเท้าของชายคนรักที่จะวิ่งตามมา เธออยากไปไกล ๆ จากตรงนี้ เพราะคลิปวิดีโอที่เธอได้รับว่าคนรักเธอนั้นกำลังนอกใจ เธอแทบไม่เคยเอะใจสงสัยเลยตลอดหลายปีที่เธอและเขาคบกัน จนกระทั่งวันนี้ที่เธอได้มาเจอได้มาเห็นกับตา เสียงฟ้าร้องยังไม่ดังเท่าเสียงร้องไห้ในใจของเธอ น้ำใส ๆ ไหลลงจากหางตาอย่างไม่ขาดสาย
ขณะเดียวกันประตูห้องวีไอพีอีกห้องถูกกระชากเปิดออกด้วย มือของคิรินทร์ เพราะการเจรจาธุรกิจเกี่ยวกับที่ดินครั้งนี้ ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น และไม่เป็นไปอย่างที่เขาต้องการ ห้างสรรพสินค้าคือโครงการที่ทำบังหน้า แต่เบี้ยงหลังกลับต้องการซื้อที่ดินของเขาไปเพื่อเปลี่ยนเป็นโรงงานอุตสาหกรรม
“ดูท่าว่าทางนั้นคงไม่ยอมรับเงื่อนไขของเราง่าย ๆ นะครับ”
“ในเมื่อเขารับเงื่อนไขที่ฉันเสนอไปไม่ได้ ที่ดินผืนนั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องขายให้กับเขา”
“แต่อำนาจของเขา…”
“ถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่ฉันต้องการ จะใหญ่มาจากไหนฉันก็ไม่กลัว” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น เขาไม่กลัวหน้าไหนทั้งนั้น ต่อให้มีอำนาจล้นฟ้าก็เถอะ
“แต่การที่เจ้านายพูดตรง ๆ ไปแบบนั้นมันก็เหมือนเราเปิดศึกกับท่านซึ่ง ๆ หน้าเลยนะครับ” คำพูดของลูกน้องคนสนิทเขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นเรื่องจริง แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเขามันเป็นพวกยอมหักไม่ยอมงอเสียด้วยสิ
“สร้างโรงงานอุตสาหกรรม ท่ามกลางชุมชนแบบนั้น มันเป็นการเอาเปรียบชาวบ้าน และทำลายสิ่งแวดล้อม ฉันยอมรับข้อเสนอนั้นไม่ได้หรอก”
“แล้วเจ้านาย?” ลูกน้องถามด้วยความเป็นห่วง
“ฉันยังมีที่ที่หนึ่งที่ต้องไปจัดการ นายสองคนก็ไปทำงานที่ฉันสั่งให้เรียบร้อยก็แล้วกัน”
“ระวังตัวด้วยนะครับเจ้านาย”
ลูกน้องสองคนมีสีหน้าเป็นห่วงอย่างชัดเจน ใจจริงเขาอยากตามเจ้านายหนุ่มไปด้วยซ้ำ แต่เมื่อเจ้านายสั่งงานให้พวกเขาต้องไปจัดการ ก็คงขัดใจไม่ได้
“ตุ๊บ!” หญิงสาวที่ร้องไห้จนน้ำตาคลอพล่ามัวจนมองเห็นทางไม่ชัดเจนชนเข้ากับอกแกร่ง
“ขอโทษครับ/ขอโทษค่ะ” เธอกล่าวขอโทษก่อนจะรีบวิ่งจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันมามองคิรินทร์ที่แอบมองตามหลังของเธอ
ไม่นานคิรินทร์ก้าวขึ้นรถราคาแพงสุดหรูก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาไม่ได้ทันได้สังเกตเลยว่ามีคนสองคนที่กำลังเฝ้าจับตามองเขาอยู่ สายโทรศัพท์มือถือดังขึ้นชายฉกรรจน์กดรับสาย
“เจอเป้าหมายแล้วครับท่าน ครับ ได้ครับ” เขาตอบกลับปลายสาย พร้อมกับหันไปสั่งลูกน้องอีกคนให้ขับรถตามไปทันที
ฟ้าฝนตั้งเค้าทำท่าจะตกลงมาตั้งแต่หัวค่ำ และในที่สุดก้อนเมฆก็ไม่อาจโอบอุ้มมวลพลังงานน้ำได้อีกต่อไป เสียงฝนสาดกระทบกับรถ ก่อนที่คิรินทร์จะสังเกตได้ว่ามีรถกำลังขับไล่จี้ตามท้ายเขามา ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมานั้น
ในขณะที่พาขวัญเดินร้องไห้อยู่ข้างทางหวังให้สายฝนช่วยบรรเทาและบดบังน้ำตาที่ไหลอาบลงข้างแก้ม เสียงรถสองคันที่แข่งกันมาทำให้เธอหันไปดูก่อนที่รถคันหนึ่งจะเหยียบน้ำขังกระเซ็นรดตัวเธอ
“บ้าชะมัด! ขับเร็วแบบนี้จะรีบไปตายที่ไหนวะ” เธอสบถอย่างหัวเสีย
“ปัง! ปัง! เอี๊ยด! โครม!” รถของคิรินทร์เสียหลักพุ่งชนกับเสาไฟ ถุงลมนิรภัยกางออกรองรับน้ำหนักตัวของเขาเอาไว้ ควันหน้ารถลอยคลุ้งปะปนกับสายฝนที่ตกลงมา ท่ามกลางการตกตะลึงของหญิงสาวที่เห็นเหตุการณ์เบื้องหน้า
อีกฟากหนึ่งร่างสูงกำยำของใครคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างรอโทรศัพท์มือถืออย่างใจเย็น ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
‘นายครับ งานเรียบร้อยแล้วนะครับ’
คำตอบนั้นเป็นที่พึงพอใจ รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากพร้อมกับแก้วไวน์รสเลิศชั้นดี ที่ยกขึ้นดื่มอย่างสบายใจ
“ทำดีมาก แล้วอย่าให้ใครตามสืบมาถึงฉันได้ล่ะ” ว่าจบเขาก็วางโทรศัพท์มือถือราคาแพงลงบนโต๊ะ
คิดจะเล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับคนอย่างเขา คิรินทร์ก็แค่นักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงคิดจะมาเทียบราชสีห์ในวงการอย่างเขามันไม่ง่ายนักหรอก
“ดูท่าคุณคิรินทร์คงจะเข็ดไปอีกนานนะครับท่าน”
“มันจะได้รู้ว่า ฉันไม่ใช่คนที่มันจะมาต่อกรได้ง่าย ๆ อะไรที่ฉันต้องการ ฉันต้องได้” น้ำเสียงโหดเหี้ยมดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนจะเยือกเย็น
