บทที่ 3 ตามหาตัว

ตอนที่ 3

รถคันหนึ่งเสียหลักพุ่งชนกับเสาไฟ ส่วนอีกคันกลับเปิดหน้าต่างมองดูก่อนจะขับรถหายไปกับสายฝน พาขวัญที่เห็นเหตุการณ์วิ่งเข้าไปดูรถที่เกิดอุบัติเหตุทันที

“นี่คุณ คุณอย่าเป็นอะไรนะ”

“คุณ คุณได้ยินฉันไหม” หญิงสาวพยายามเรียกสติคนที่หมดสติและพยายามลากดึงคนตัวโตให้พ้นจากรถเร็วที่สุดเมื่อเห็นว่ามีกลุ่มควันไฟลอยพุ่งขึ้นมา ไฟลุกลามเร็วพอ ๆ กับเธอที่ดึงตัวเขาออกมาได้ทันท่วงที ก่อนมันจะเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ร่างบางดึงตัวเขาหลบไปยังพุ่มไม้ข้างทางได้อย่างทุลักทุเล เธอได้แต่มองรถราคาแพงไฟท่วมต่อหน้าต่อตา 

“นี่มันเป็นวันซวยอะไรของฉันกันเนี่ย” เธอบ่นพึมพำก่อนจะหันมองชายหนุ่มข้างกายที่ตอนนี้มีเลือดสีแดงฉานเปรอะเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในไปหมด

พาขวัญเดินวนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินหลังจากที่เธอติดต่อนายแพทย์หนุ่มรุ่นพี่ที่เธอรู้จักให้รีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล สักพักใหญ่ ๆ ประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกเปิดออกพร้อมแพทย์หนุ่ม

“เกิดอะไรขึ้นขวัญ แล้วเขาเป็นใคร”

“เรื่องมันยาวน่ะพี่หมอ ส่วนเขาเป็นใครขวัญเองก็ไม่รู้จัก แต่เห็นว่าเขาเกิดอุบัติเหตุ แล้วนี่เขาเป็นอย่างไรบ้างคะ”

“เท่าที่ดูไม่มีอะไรเสียหาย แต่อาจจะมีอาการฟกช้ำอยู่บ้าง แต่ผลเอกซเรย์ทางสมอง คือคนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนจนทำให้กะโหลกมีรอยร้าว”

“ถ้าอย่างนั้นเขาจะได้รับอันตรายไหมคะ”

“ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ ว่าผลกระทบที่ตามมาจะหนักหรือเบาขนาดไหน ต้องรอให้เขาฟื้นก่อนจะได้ประเมินได้”

“ว่าแต่เราเถอะเป็นอะไรหรือเปล่าได้รับบาดเจ็บหรืออะไรตรงไหนไหม

“ฮัดชิ่ว!” จบคำถามหมอหนุ่ม หญิงสาวก็มีอาการจามให้ได้เห็น

“เรื่องเจ็บตัวเห็นทีจะไม่มี แต่เรื่องไข้หวัดเนี่ยก็คงไม่แน่ค่ะพี่หมอ” เธอพูดยิ้ม ๆ จนหมอหนุ่มยิ้มตาม

“งั้นเดี๋ยวพี่จะสั่งยาลดไข้ให้ด้วย”

“จริงสิ พี่หมอแล้วอย่างนี้จะมีประวัติคนไข้ไหมคะ”

“ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน โรงพยาบาลก็ระบุไม่ได้ว่าเป็นใคร”

“ถ้าอย่างนั้นขวัญรบกวนพี่หมอช่วยปิดเป็นความลับได้ไหมคะ?”

“ทำไม? เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”

“ตอนที่ขวัญเจอเขา เหมือนจะมีรถคันหนึ่งไล่ตามเขามา ก่อนเกิดอุบัติเหตุขวัญได้ยินเสียงปืน แถมรถคันนั้นก็หยุดมองดูอุบัติเหตุโดยไม่ให้การช่วยเหลือก่อนจะขับรถจากไป ขวัญกลัวว่าถ้าเป็นคนกลุ่มนั้นรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เขาอาจจะโดนทำร้ายอีก”

“ถ้าเป็นอย่างที่ขวัญว่าจริงพี่ว่าเรื่องนี้เราต้องแจ้งตำรวจนะ”

“อย่าเพิ่งเลยค่ะขวัญก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร จะเป็นคนดีหรือคนเลว รอเขาฟื้นก่อนเรื่องนั้นค่อยว่ากัน”

“ได้ ถ้าอย่างนั้นพี่ก็จะทำอย่างที่ขวัญว่า แต่ว่าเราก็ต้องรีบไปอาบน้ำพักผ่อนได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายอีกคน ว่าแต่ทิศเหนือไม่มาด้วยหรือไง?”

“อย่าไปพูดถึงผู้ชายไม่รักดีคนนั้นเลยค่ะ” คำพูดและสีหน้าของหญิงสาวทำให้หมอหนุ่มชะงักงัน

“ทะเลาะกันเหรอ? ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ คุยกัน”

“ไม่ทะเลาะหรอกค่ะ แต่เลิกกันแล้ว”

“ห๊ะ!” หมออนิรุธร้องอุทานด้วยความตกใจ

“ขวัญเลิกกับเขาแล้วค่ะพี่หมอ”

“เกิดอะไรขึ้น ขวัญเล่าให้พี่ฟังได้นะ” หมออนิรุธจับที่ต้นแขนหญิงสาวอย่างให้กำลังใจ

ครั้งหนึ่ง เขาเองก็เคยมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับหญิงสาวรุ่นน้องคนนี้ แต่เพราะเธอเลือกที่จะไปคบหาดูใจกับทิศเหนือ ทำให้เขาได้แต่เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ในใจ

“เอาไว้ถ้าขวัญพร้อมเมื่อไหร่ ขวัญจะเล่าให้พี่หมอฟังหมดทุกอย่างเลยนะคะ” หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มที่แสนหวาน แต่ในตากลับเศร้าจนคนที่เห็นสัมผัสได้ ดวงตาแดงระเรื่อนั้นไม่บอกก็รู้ว่าเธอคงผ่านการร้องไห้จากเรื่องนี้มาแน่

ชายชุดดำสองคนรีบตรงไปยังโรงพยาบาลทันทีหลังจากที่ตำรวจได้โทรแจ้งว่าพบรถของเจ้านายของพวกเขาเกิดเหตุไฟลุกไหม้ทั้งคัน

“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่ามีคนเจ็บที่ประสบอุบัติเหตุมาพักรักษาตัวที่นี่บ้างไหมครับ?”

“มีนะคะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นญาติของผู้ป่วยหรือคะ เคสอุบัติเหตุมีหลายเคสเลยค่ะวันนี้ที่ยังระบุตัวตนไม่ได้”

ชายสองคนพยายามบอกข้อมูลสันนิษฐานให้กับพยาบาล ซึ่งลักษณะทุกอย่างตรงกับชายที่พาขวัญพามารักษาเลย แต่ดีที่เขากำชับพยาบาลไปแล้วว่าให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

นายแพทย์หนุ่มที่ขึ้นเวรดึกก็ได้เห็นการปรากฏตัวของชายใส่สูททั้งคู่  เขาบังเอิญเดินออกจากห้องตรวจคนไข้พอดีจึงได้ยินบทสนทนาเข้า เมื่อพยาบาลสาวปฏิเสธไปสองคนนี้ก็กล่าวขอบคุณก่อนจะเดินจากไปแต่หมอหนุ่มก็ต้องชะงักอีกครั้งเพราะไม่กี่นาทีถัดมา กลับมีชายฉกรรจน์แต่งตัวผิดกับสองคนก่อนหน้า มาถามหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ถามหาคนเจ็บลักษณะท่าทางเหมือนสองคนเมื่อครู่ไม่มีผิด

‘ดูเหมือนว่าสิ่งที่พาขวัญเล่าให้เขาฟัง มีลับลมคมในจริง ๆ ด้วย ขืนเป็นแบบนี้คนไข้ของเขาคงตกอยู่ในอันตราย’

อีกฝากหนึ่งของเมือง ในคฤหาสน์สุดหรู แก้วไวน์ถูกปาลงพื้นด้วยความเกรี้ยวกราด

“ไหนพวกมึงบอกว่างานเรียบร้อยแล้วไงวะ แล้วทำไมถึงไม่เจอศพมัน”

“ขอโทษจริง ๆ ครับนาย แต่ตอนนั้น ผมเห็นจริง ๆ นะครับว่ารถมันชนกับเสาไฟแล้วไฟลุกไหม้”

“ก็ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมไม่เจอศพล่ะวะ พวกมึงรีบไปหาเลยนะว่ามันไปรักษาตัวที่ไหน”

“ผมให้ลูกน้องไปตามโรงพยาบาลรอบ ๆ แล้วครับ ถ้ามีคนช่วยไว้อีกไม่นานเราก็คงเจอตัว”

“ถ้ามันฟื้นขึ้นมามีหวังได้ฉิบหายกันหมดแน่” ชายวัยกลางคนพูดอย่างหัวเสีย หลังจากที่ลูกน้องเก็บงานได้ไม่เรียบร้อยอย่างที่บอกกับเขา เขารู้ดีว่าคิรินทร์เองก็ไม่ได้ธรรมดาเหมือนกัน ถ้าลองไดกัดแล้วนักธุรกิจหนุ่มคนนั้นก็คงไม่ปล่อยไปง่าย ๆ ถึงเวลานั้น ทุกอย่างจะส่งผลต่อคะแนนเสียงในการลงเลือกตั้งครั้งต่อไปของเขาแน่นอน

**คำเตือน นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ  ตัวละครไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงจินตนาที่แต่งขึ้นของนักเขียนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่น ลบหลู่บุคคล หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป