บทที่ 4 ฟื้น

ในขณะเดียวกันขวัญพินิจพิจารณามองหน้าชายหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่บนที่นอน นึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่หล่อนกล้าพาเขาเข้าบ้าน ดวงตากลมโตค่อย ๆ เบิกโพลง เมื่อสังเกตเห็นว่าร่างสูงโปร่งมีอาการพลิกซ้ายพลิกขวา

“คุณ คุณ” เธอส่งเสียงเรียกเขา ก่อนจะร้องขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อจู่ ๆ คนที่นอนหลับใหลอยู่ลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกับบีบคอของเธอ

“อั่ก !” มือเล็กปัดป่ายมือแกร่งของเขาที่บีบคอเธออยู่จนเธอแทบจะหายใจไม่ออก ดวงตาแข็งกร้าวของเขาค่อย ๆ ปรับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริงก่อนจะปล่อยมือออกจากลำคอระหงส์นั่น ความปวดหัวแล่นแปลบเข้าที่ศีรษะจนเขาต้องยกมือขึ้นมากุมเอาไว้

“อ่า” คิรินทร์ร้องด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่หญิงสาวเอามือลูบคอของตัวเอง พร้อมสูดอากาศหายใจ

“ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ เลยฉัน” พาขวัญบ่นอุบอิบ ถอยห่างออกจากคิรินทร์เพราะกลัวว่าเขาจะทำร้ายเธอ คิรินทร์ทิ้งตัวลงไปนอนที่เตียงอีกครั้งพร้อมกับกุมศีรษะของตัวเองเพราะความเจ็บปวด จนพาขวัญต้องรีบเข้ามาดูอาการ

“คุณ คุณเป็นอะไร ปวดหัวงั้นเหรอ?”

“อ๊าก!”

พาขวัญทุรนทุรายเมื่อเห็นอาการของเขา ถุงยาแก้ปวดที่หมออนิรุธให้ไว้ถูกนำมาใช้ทันที

“ทานยาก่อนนะคุณ” มือบางรีบประคองพร้อมกับยื่นยาและน้ำให้กับเขา เมื่อได้รับยาแก้ปวด อาการปวดก็เริ่มเบาลง ดวงตาเรียวมองใบหน้ามนของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาเบา ๆ

“คุณเป็นใคร?”

“ฉันก็เป็นเจ้าของบ้าน แล้วก็คนที่ช่วยชีวิตคุณเอาไว้น่ะสิ” พาขวัญตอบหลังจากที่จัดหมอนให้ชายหนุ่มได้เอนหลังพิงเรียบร้อย

“ช่วยชีวิต?”

“ใช่ แล้วฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนถาม ว่าคุณเป็นใคร?”

เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องไปตามถนนยามค่ำคืน รถสีดำคันหนึ่งพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ทว่าเพียงไม่นาน รถอีกคันก็เร่งเครื่องขึ้นมาประชิดจากด้านข้าง ก่อนจะขับตีคู่ในระยะห่างเพียงไม่กี่คืบ คิรินทร์เหลือบมองกระจกมองข้าง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเห็นรถคันนั้นพยายามเบียดเข้ามา เขาหักพวงมาลัยหลบออกเล็กน้อย แต่รถอีกคันกลับเร่งเครื่องตามติดไม่ลดละ

ปึก! ตัวถังรถทั้งสองคันกระแทกเสียดสีกันอย่างแรง

พวงมาลัยในมือคิรินทร์สั่นสะเทือนจนแทบควบคุมไม่อยู่ เขาพยายามประคองรถให้อยู่ในเลน ขณะที่รถอีกคันยังคงขับเบียดเข้ามาซ้ำ ราวกับจงใจบีบให้เขาหลุดออกจากถนน ตามด้วยเสียงปืน พร้อม ๆ กับรถที่เสียการควบคุมจนชนกับเสาไฟ

‘ปัง ! โครม !’ นั่นคือเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยิน

พาขวัญนั่งมองชายหนุ่มเบื้องหน้าที่ตอนนี้ดูท่าว่าเขากำลังคิดไม่ตกเกี่ยวกับคำถามของเธอ

“สรุปคุณจะบอกฉันได้หรือยังว่าคุณเป็นใคร แล้วใครกันที่เป็นคนขับรถไล่ตามคุณ?” คำถามของพาขวัญสร้างความงุนงงให้กับคิรินทร์ไม่น้อย เขาพยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก   ภาพความฝันฉายชัดซัด ๆ เกี่ยวกับการขับรถไล่ตาม แต่เขากลับคิดไม่ออกว่าสถานการณ์ก่อนหน้านั้นคืออะไร แล้วเขาคือใครกัน

ไม่มีคำตอบใด ๆ ให้กับเธอ มีเพียงการส่ายศีรษะเบา ๆ ของเขาเท่านั้น 

“ผม ไม่รู้”

“ไม่รู้ คุณจะไม่รู้ได้อย่างไร ในเมื่อฉันมั่นใจว่าคนพวกนั้นต้องรู้จักคุณเป็นอย่างดีแน่ ถึงได้ขับรถไล่ตามคุณขนาดนั้น”

“ผมไม่รู้ ไม่รู้!” เขายืนยันเสียงหนักแน่นพร้อมกับกุมศีรษะของตัวเองอีกครั้งเมื่อความเจ็บปวดเริ่มคุกคาม

“ฉันไม่ถามแล้วคุณพอก่อนนะ ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร คุณพักก่อนนะ” เธอประคองชายหนุ่มให้นอนลงราบกับเตียงอีกครั้ง ในใจนึกหวาดหวั่นว่าอุบัติเหตุนี้อาจจะส่งผลต่อระบบประสาทของเขาอย่างที่หมออนิรุธได้แจ้งเอาไว้

ทางด้านเจษฎาเลขาคนสนิทของคิรินทร์พยายามให้ลูกน้องตามหาเจ้านายหนุ่มทุกโรงพยาบาลในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับข่าวคราวใด ๆ

“เป็นไงบ้าง ได้ข่าวของคุณคิรินทร์บ้างไหม” เลขาผู้บริหารเจ้านายหนุ่มถามขึ้น

“ยังไม่เจอเลยครับ คุณเจษ”

“อย่างไรเราก็ต้องรีบหาตัวคุณคิรินทร์ให้พบก่อนที่ฝั่งนั้นจะตามตัวคุณคิรินทร์เจอ เข้าใจไหม?”

“ครับ!”

“แล้วเจ้าหน้าที่ว่าอย่างไรบ้าง”

“ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุครับ”

“ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบข้างและตลอดตามเส้นทางที่คุณคิรินทร์ขับผ่านด้วย”

“ครับ” ลูกน้องสองคนพยักหน้ารับคำสั่ง ตามที่เลขาหนุ่มได้บอกไว้ คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากัน เพราะความกังวลเป็นห่วงเจ้านายที่ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร

อีกฝั่งหนึ่ง ณ คอนโดใจกลางเมืองสุดหรู ประกายมุก กอดอกยืนมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างหัวเสีย เมื่อทิศเหนือยังดูเหมือนอาลัยอาวรณ์ต่ออดีตคนรัก

“คุณมุก อย่าโกรธผมเลยนะครับ คุณก็รู้นี่ ว่าไม่มีใครสำคัญกับผมเท่ากับคุณแล้ว” ชายหนุ่มเดินเข้ามาโอบเอวหญิงสาวสุดเซ็กซี่ที่เขามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งด้วย

“คุณก็พูดได้สิ คุณไม่ได้โดนกระทำแบบมุกนี่”

“ไม่เอาน่าคุณก็เห็นแล้วนี่ว่าผมเลือกอยู่ข้างคุณ ไม่ใช่ข้างพาขวัญ”

“แต่คุณก็ยังดูอาลัยอาวรณ์ผู้หญิงคนนั้นอยู่”

“เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ว่าตอนนี้ทั้งใจผมมีแค่คุณมุกคนเดียวนะครับ” ทิศเหนือหันประกายมุกเข้ามาสบตากับเขา

“เหนือ คุณก็รู้นะว่าฉันช่วยให้คุณเติบโตในหน้าที่การงานได้มากขนาดไหน ถ้าคุณคิดอยากจะกลับไปกินของเก่าอีกล่ะก็ไม่ต้องให้ฉันบอก คุณก็น่าจะรู้นะว่าผลมันจะเป็นยังไง” ประกายมุกพูดน้ำเสียงจริงจัง มองหน้าชายคนรักตรงหน้าอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

“ไม่เอาสิครับ คุณก็รู้นี่ ว่าคุณคือเพชรที่มีค่าที่สุดของผม แล้วอย่างนี้ผมจะลงไปเก็บก้อนกรวดขึ้นมาทำไมกัน” คำพูดของทิศเหนือ หากพาขวัญมาได้ยินเข้า หญิงสาวคงจะยิ่งรู้สึกเสียใจไม่น้อยกับคำพูดเหยียดหยามของอดีตคนรัก

“จำคำพูดของคุณให้ดี ๆ ล่ะคะ เพราะฉันไม่ชอบให้ใครหักหลังหรือสวมเขาให้เหมือนกัน ถ้าคุณทำกับฉันแบบผู้หญิงคนนั้นล่ะก็ คุณได้หมดอนาคตแน่” ประกายมุกยื่นคำขู่จนทิศเหนือรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ไปทั่วสรรพางค์กาย มือแกร่งดึงหญิงสาวเข้ามาโอบกอดเอาไว้เพื่อให้เธอลดความโกรธลง แต่ในใจเขากลับยังคงนึกเป็นห่วงอดีตคนรักอยู่ แม้ว่าพาขวัญจะดูจืดชืดไปบ้าง แต่เธอก็ยอมทำทุกอย่างให้กับ คอยดูแลและเอาใจใจ ทิศเหนือเองก็ยังไม่อยากปล่อยให้พาขวัญหลุดลอยไปโดยที่เขายังไม่แม้แต่จะได้เชยชม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป