บทที่ 5 โอกาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...แสงแดดอ่อน ๆ สาดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน พาขวัญเดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำในมือ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าคิรินทร์นั่งพิงหัวเตียงอยู่เงียบ ๆ
ตลอดทั้งคืนเขาแทบไม่ได้นอน อาการปวดศีรษะยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ และทุกครั้งที่พยายามนึกถึงเรื่องราวก่อนเกิดอุบัติเหตุ เขากลับรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขวางกั้นอยู่ในหัว
เสียงรถยนต์ดังขึ้นบริเวณหน้าบ้านไม่นานนัก ก่อนเสียงกริ่งประตูจะดังขึ้น พาขวัญรู้ได้ทันทีว่าคนที่มาคือใคร
“พี่หมอ” หญิงสาวยิ้มให้กับรุ่นพี่หนุ่ม
“เป็นไงเรา ได้นอนบ้างหรือเปล่าเนี่ยเมื่อคืน”
“ก็หลับ ๆ ตื่น ๆ ค่ะ เขาปวดหัวเป็นระยะ เลยต้องลุกมาดูบ่อย ๆ เชิญพี่หมอเข้าบ้านก่อนดีกว่าค่ะ”
พาขวัญรีบเปิดทางให้หมอหนุ่มเดินเข้าไปในบ้าน
อนิรุธเดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะวางกระเป๋าแพทย์ลงบนโต๊ะ เขาเดินเข้าไปหาคิรินทร์แล้วเริ่มตรวจอาการอย่างละเอียด ทั้งวัดความดัน ตรวจการตอบสนองของรูม่านตา และให้ชายหนุ่มลองขยับแขนขาตามคำสั่ง
“ปวดหัวอยู่ไหมครับ?”
“ยังมีบ้างครับ โดยเฉพาะเวลาพยายามนึกอะไรบางอย่าง”
“แล้วจำได้ไหมว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น?”
คิรินทร์นิ่งไป ดวงตาคมทอดมองพื้นราวกับกำลังพยายามค้นหาคำตอบจากความทรงจำ
“ผมจำได้แค่...รถ” เขาพยายานึกถึงเหตุการณ์ครั้งสุดท้ายและความฝันของเขา
“รถ?”
“ครับ ผมจำได้ว่ากำลังขับรถ แล้วมีรถอีกคันขับเข้ามาประกบ จากนั้นก็มีเสียงปืน...แล้วหลังจากนั้นผมก็ไม่รู้เรื่องอีกเลย”
อนิรุธพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะถามคำถามต่อ
“แล้วก่อนหน้านั้นล่ะครับ จำได้ไหมว่าคุณกำลังจะไปที่ไหน?”
คิรินทร์เงียบไม่ได้ตอบคำถามของหมอหนุ่ม
“ถ้าอย่างนั้น คุณจำชื่อคนที่คุณพอจะรู้จักได้ไหม?”
ชายหนุ่มส่ายหน้า
“บ้านของคุณอยู่ที่ไหน?”
คำถามนั้นทำให้คิรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกมาอย่างไม่มั่นใจ
“ผม...ไม่รู้”
พาขวัญที่ยืนฟังอยู่ด้านข้างถึงกับเบิกตากว้าง หมออนิรุธไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจ แต่กลับหันมามองหญิงสาวอย่างจริงจัง
“ขวัญ พี่ขอคุยด้วยสักครู่สิ” ทั้งสองเดินออกมานอกห้อง โดยปล่อยให้คิรินทร์นั่งพักอยู่เพียงลำพัง
“พี่หมอคะ เขาเป็นอะไรเหรอคะ?”
อนิรุธถอนหายใจเบา ๆ ก่อนตอบอย่างระมัดระวัง
“จากอาการที่พี่ตรวจวันนี้ พี่คิดว่าการกระแทกบริเวณศีรษะจากอุบัติเหตุน่าจะส่งผลต่อความทรงจำของเขาครับ”
พาขวัญนิ่งงัน
“หมายความว่า...เขาความจำเสื่อมเหรอคะ?”
“มีความเป็นไปได้สูงครับ”
“แล้วจะหายไหมคะ?”
“ในกรณีที่เกิดจากการกระทบกระเทือน ความทรงจำอาจค่อย ๆ กลับมาได้ แต่เราไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน”
หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น
“แล้วอย่างนี้เขาจำกลับบ้านได้ยังไงคะเนี่ย” พาขวัญยืนกอดอกพูดพึมพำ
“เขาไม่ได้จำแม้กระทั่งเรื่องของตัวเอง ถ้าให้กลับบ้านตอนนี้ก็คงจะเป็นเรื่องยาก ก็คงไม่มีทางอื่นหรอกนอกจากจะให้เขาอยู่กับขวัญไปก่อน”
คำตอบนั้นทำให้พาขวัญรู้สึกใจหาย เธอหันกลับไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มเอาไว้ เมื่อวานเขายังเป็นเพียงชายแปลกหน้าที่เธอช่วยชีวิตเอาไว้ แต่วันนี้...เขากลับไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใคร
“แล้วขวัญควรทำยังไงดีคะพี่หมอ?”
“ช่วงนี้อย่าเพิ่งพยายามคาดคั้นให้เขานึกถึงเรื่องในอดีตนะ ยิ่งกดดันมาก อาการปวดศีรษะอาจยิ่งรุนแรงขึ้น”
“ค่ะ”
“อีกอย่างหนึ่ง ถ้าเขามีอาการปวดศีรษะรุนแรงขึ้น อาเจียนซ้ำ ๆ ซึมลง พูดไม่รู้เรื่อง ชัก หรือหมดสติ ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที”
พาขวัญพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ
“ค่ะ ขวัญจะระวัง”
อนิรุธมองหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น
“ตอนนี้สิ่งสำคัญคือให้เขาพักผ่อนและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยครับ อย่างน้อยจนกว่าความทรงจำจะเริ่มกลับมา”
พาขวัญเหลือบมองกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง ชายหนุ่มกำลังนั่งก้มหน้ามองมือของตัวเองด้วยสีหน้าสับสน ราวกับกำลังพยายามค้นหาคำตอบของชีวิตจากความว่างเปล่า
“ถ้าอย่างนั้น...ขวัญจะช่วยดูแลเขาให้หายดีเองค่ะ”
“ดูขวัญจริงจังนะเนี่ย แน่ใจเหรอครับ?” อนิรุธเลิกคิ้วเล็กน้อยมองหน้ารุ่นน้องด้วยความสงสัย
พาขวัญถอนหายใจ
“ทำยังไงได้ขวัญเป็นคนช่วยเขามา จะปล่อยเขาเผชิญหน้ากับความจำเสื่อมแบบนี้คนเดียวก็คงไม่ได้หรอกค่ะ” เธอพูดออกไปทั้งที่ในใจยังเต็มไปด้วยความกังวล โดยไม่รู้เลยว่า การตัดสินใจครั้งนี้กำลังจะทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล
เพราะชายแปลกหน้าที่เธอช่วยเอาไว้...ไม่เพียงแต่เป็นคนที่กำลังสูญเสียความทรงจำ แต่ยังเป็นผู้ชายที่มีคนอีกกลุ่มกำลังตามหาอย่างเอาเป็นเอาตาย
เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นเป็นร้อย ๆ สาย หน้าจอโชว์เบอร์ชื่อและเบอร์โทรที่เธอไม่อยากได้ยินหรืออยากเจอที่สุด
“ไม่รับสายเหรอ?”
“ไม่ล่ะค่ะ”
“นี่ดูท่าคงจะเป็นทิศเหนือสินะ นี่สองคนยังไม่คืนดีกันอีกเหรอ?”
“ขวัญบอกพี่หมอแล้วนี่คะ ว่าขวัญกับเขาเลิกกันแล้ว”
“แล้วเหนือจะยอมเหรอ?”
“คนตัดสินใจคือขวัญ แล้วเขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจขวัญด้วย”
พาขวัญพูดอย่างมั่นใจก่อนที่สมองของเธอจะคิดอะไรได้บางอย่าง รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นมาในหัว และเธอก็คิดว่าเป็นโอกาสที่ดีด้วยที่เธอจะตัดทิศเหนือออกไปจากชีวิต
