บทที่ 7 ตามง้อ

สาย ๆ ของวัน พาขวัญกำลังยกถาดอาหารออกจากห้องครัว เธอเดินตรงไปยังห้องนอนพร้อมรอยยิ้ม เพราะตั้งใจจะเอาอาหารไปให้คนป่วยที่ยังนอนพักอยู่บนเตียง

“ชาเย็นคะ ข้าวมาแล้วค่ะ” ไม่มีเสียงตอบกลับ พาขวัญขมวดคิ้ว ก่อนจะผลักประตูเข้าไป ทว่าบนเตียงกลับว่างเปล่า หญิงสาววางถาดอาหารลงบนโต๊ะ แล้วรีบเดินหาเขาทั่วห้อง ก่อนจะได้ยินเสียงดังมาจากบริเวณหน้าบ้าน

“ขวัญ!” เสียงนั้นทำให้เธอชะงัก ไม่ใช่เสียงของคิรินทร์ แต่เป็นเสียงที่เธอจำได้ดีเกินกว่าจะอยากได้ยิน เสียงผู้ชายที่หักหลังความรักของเธอ

“เหนือ...” พาขวัญรีบเดินออกไปยังหน้าบ้าน เธอก็พบชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มยืนอยู่หน้ารั้ว มือข้างหนึ่งถือช่อดอกไม้ ส่วนอีกข้างถือถุงอาหารจากร้านโปรดของเธอ

ทิศเหนือยิ้มให้ทันทีที่เห็นเธอ

“ในที่สุดก็ยอมออกมาเจอผม” เขาพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

พาขวัญถอนหายใจ

“คุณมาที่นี่อีกทำไม?”

“ไม่เอาน่าขวัญ ผมโทรหาคุณเป็นสิบ ๆ สาย คุณก็ไม่รับ ผมแค่เป็นห่วงกลัวว่าคุณจะเป็นอะไรหรือเปล่า”

“หึ! ห่วงเหรอ คนที่ตบหน้าฉันวันก่อน ไม่ใช่คุณหรือไง” พาขวัญยกยิ้มนึกสมเพศกับสิ่งที่เธอเจอมา พร้อมมองอดีตคนรักอย่างไม่วางตา

“ผมรู้ว่าคุณโกรธ ผมขอโทษ” ทิศเหนือพูดด้วยความรู้สึกผิด  เขาเดินเข้ามาใกล้ ก่อนยื่นช่อดอกไม้ให้

“ผมขอโทษจริง ๆ คุณให้อภัยผมนะ”

พาขวัญมองช่อดอกไม้ตรงหน้า ก่อนจะส่ายหน้า

“เอากลับไปเถอะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของทิศเหนือค่อย ๆ จางลงมองอดีตคนรักที่เขาคบมานานถึงเจ็ดปีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

“ขวัญ...”

“ฉันคิดว่าเราจบกันแล้วนะ”

“ใคร? ใครจบกับใคร ผมยังไม่ได้จบความสัมพันธ์ระหว่างเราเลยนะขวัญ”

“คุณเลิกพูดจาให้ดูดีสักทีเถอะ ความสัมพันธ์ของเรา มันจบตั้งแต่วันที่คุณนอกใจฉันมีผู้หญิงคนอื่นแล้วเหนือ” พาขวัญมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะพูดสิ่งที่เธอคิดมาหลายวัน

“เราเลิกกันเถอะ”

ทิศเหนือเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อได้ยินคำพูดนั้นออกมาจากปากผู้หญิงที่เคยทุ่มเททุกอย่างให้กับเขา

“คุณโกรธที่ผมทำร้ายคุณวันก่อนใช่ไหม? ผมบอกแล้วไงว่าขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่ใช่แค่เรื่องวันนั้น”

“งั้นเพราะอะไร?”

“เพราะฉันไม่อยากอยู่ในความสัมพันธ์ที่ต้องหวาดระแวงอีกแล้ว” คำตอบสั้น ๆ ทำให้เขานิ่งไป

“ฉันเหนื่อยกับการต้องเป็นฝ่ายรอ เหนื่อยกับการต้องคอยถามว่าความสัมพันธ์ของเรายังมีความหมายกับคุณอยู่หรือเปล่า พักหลัง ๆ ที่คุณชอบอ้างว่าติดงาน ไม่ว่าง ฉันก็เชื่อคุณมาเสมอ จนกระทั่งฉันได้เห็นกับตาวันนั้น ฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองโง่ขนาดไหน” พาขวัญพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหล แม้ว่าภายในใจแหลกสลายไปแล้ว

“ขวัญ!”

“กลับไปเถอะค่ะ”

“ผมไม่กลับ” เขายืนเกาะที่รั้วแม้ว่าพาขวัญจะไม่เดินมาเปิดประตูรั้วให้เขาก็ตาม

“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญคุณยืนอยู่ตรงนี้ตามสบาย” พาขวัญเตรียมหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน  แต่อนิจจาสายตาของของทิศเหนือกลับเห็นผู้ชายคนหนึ่งในบ้านของหญิงสาวที่ยืนมองมาทางเขาอยู่ตรงหน้าต่าง ทิศเหนือดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะพูดบางอย่างที่ทำให้พาขวัญต้องหันกลับมามอง

“อ่อ ที่คุณปฏิเสธผมเนี่ย ที่แท้ก็มีคนใหม่แล้วนี่เอง”

“พูดบ้าอะไรของคุณ”

ทิศเหนือมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างดูแคลนเล็กน้อย คำพูดบางอย่างที่หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้าทำให้พาขวัญแทบไม่อยากจะเชื่อว่าคือคนที่เธอเคยมีใจ

“ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณจะไวไฟได้ขนาดนี้?”

“คุณพูดอะไรเนี่ยเหนือ”

“ไอ้ผู้ชายที่อยู่ในบ้านคุณนั่นไง มันเป็นใคร” ทิศเหนือกำช่อดอกไม้ในมือแน่น เขารู้สึกเสียหน้าอย่างคนที่แพ้แล้วพาล เหมือนหมาหวงก้าง

พาขวัญชะงักเล็กน้อย ก่อนจะมองไปทางตัวบ้านอีกครั้งแต่กลับไม่เห็นใคร

“ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น แล้วถึงฉันจะมีใหม่ มันก็คงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณ”

“เกี่ยวสิ เพราะผมก็ยังเป็นคนรักของคุณอยู่”

“ไม่เลย คุณไม่ใช่คนรักของฉันอีกต่อไปแล้ว คุณกลับไปเถอะ”

“แค่ไม่กี่วัน คุณก็หลงไอ้ผู้ชายคนนั้นขนาดนี้เลยหรือไงขวัญ นี่ลีลามันคงเด็ดมากสินะ” คำพูดของทิศเหนือบาดลึกลงไปในใจของเธอ พาขวัญส่ายศีรษะไปมาด้วยความรู้สึกที่คิดไม่ถึง แต่ในเมื่อทิศเหนือคิดอย่างนั้น ก็เปล่าประโยชน์ที่เธอจะต้องปฏิเสธ

“จะว่าไป ที่คุณพูดมาก็ถูกแหละ ก็เขาทั้งหล่อ ทั้งเร้าใจ เรื่องลีลาไม่ต้องพูดถึง เขาทำให้ฉันพอใจมาก และที่สำคัญฉันเต็มใจให้เขาอย่างที่คุณไม่เคยได้”

“ขวัญ!” คำตอบของหญิงสาวเหนือความคาดหมายที่ทิศเหนือคิดเอาไว้

“คุณล้อผมเล่นใช่ไหม คุณไม่ใช่ผู้หญิงรักสนุกอะไรแบบนั้น”

“อ้าว! ก็เมื่อครู่นี้ คุณยังเป็นคนพูดเองนี่เหนือ ว่าฉันติดใจผู้ชายคนใหม่คุณลืมหรือไง?” พาขวัญยืนกอดอกเธอย้อนคำพูดของทิศเหนือ จนชายหนุ่มชะงัก

“ขวัญจริง ๆ แล้วผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

“พอเถอะเหนือ สิ่งที่คุณพูดมา ถ้าคุณไม่คิด คุณจะไม่พูดหรอก แล้วก็ขอบคุณนะ ที่ทำให้ฉันรู้ว่าที่จริงแล้ว คุณก็ไม่ได้รู้จักอะไรฉันดีเลย”

“ขวัญ มีอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มทำให้ทั้งสองคนหันกลับไปพร้อมกัน คิรินทร์ยืนอยู่ตรงทางเดินจากตัวบ้าน เขาสวมเสื้อยืดสีเรียบกับกางเกงขายาว ใบหน้าคมยังคงมีร่องรอยของความเหนื่อยล้าอยู่เล็กน้อย พาขวัญเบิกตากว้าง

“คุณชาเย็น! คุณออกมาทำไม?”

“ผมออกมาตามหาคุณ” คิรินทร์เดินเข้ามาใกล้หันไปตอบหญิงสาวราวกับสนิทสนม เขาเองก็สังเกตเหตุการณ์มาสักพักแล้ว และได้ยินทุกบทสนทนา

ทิศเหนือมองชายหนุ่มแปลกหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างไม่สบอารมณ์

“พาขวัญ นี่คุณทำอะไร? คุณพาผู้ชายคนอื่นเข้ามาอยู่ในบ้านกับเธอแบบนี้ได้ยังไง?” ทิศเหนือตกตะลึงกับสิ่งที่หญิงสาวทำ เมื่อเจอผู้ชายแปลกหน้าอยู่ในบ้านของหญิงสาว แถมเสื้อผ้า ที่ชายแปลกหน้าใส่ ก็ดูใหม่เอี่ยมราวกับว่าซื้อมาใหม่อย่างไรอย่างนั้น

“เลิกยุ่งกับฉันสักทีสิ คุณก็เห็นแล้วนี่ ว่าตอนนี้ฉันมีคนใหม่แล้ว” ไม่พูดเปล่า มือเธอยังเกาะเกี่ยวแขนล่ำซำนั่นอีก คิรินทร์ได้แต่มองมือเล็ก ๆ ของหญิงสาวอย่างเงียบ ๆ ใจแกร่งกลับรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน

“ขวัญ ผมรู้ว่าคุณโกรธ แต่คุณก็ไม่น่าประชดผมที่ไปเอาผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้เข้าไปอยู่ในบ้านของคุณแบบนี้”

“คนนี้ไม่ใช่ผู้ชายอื่นที่ไหนหรอก เขาเป็นแฟนใหม่ของฉันเอง” เธอพูดลอยหน้าลอยตา แต่ทิศเหนือกลับยกยิ้มไม่เชื่อในสิ่งที่หญิงพูดแม้แต่น้อย

“อะไรกัน แค่ไม่กี่วันคุณจะมีใครได้เร็วขนาดนั้นกัน”

“ทำไมจะไม่ได้ ขนาดคุณยังสวมเขาให้ฉันได้เลย”

“ขวัญ ผมไม่เชื่อหรอก คุณอย่ามาหลอกผมเสียให้ยาก”

“งั้นดูให้ชัด ๆ นะ…จุ๊บ!” พูดจบ เท้าน้อย ๆ ของเธอก็เขย่งขึ้นไปจุ๊บริมฝีปากอันอวบอิ่มของร่างสูงโปร่ง ชายหนุ่มสองคนตกตะลึงแต่กลับให้ความรู้สึกที่ต่างกัน  หนึ่งคนตกตะลึงเพราะไม่เชื่อว่าอดีตหญิงคนรักจะกล้าทำ ส่วนชายอีกคนที่อยู่ข้างเธอนั้นกลับไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก่อนที่เธอจะได้ผละออกไป มือแกร่งของเขากลับคว้าท้ายทอยของหญิงสาวเอาไว้แล้วบรรจงจูบเธออย่างอ่อนหวานและเนิ่นนาน ราวกับโลกหยุดไปชั่วขณะ  เหลือไว้เพียงแค่เขาและเธอ เขาจะทำให้เธอรู้ว่า การที่เธอดึงเขาเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ล้อเล่น พันธนาการครั้งนี้ เขาจะมัดเธอเอาไว้ให้แน่นเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป