บทที่ 8 สร้างความทรงจำ
ตอนที่ 8
สองหนุ่มสาวนั่งมองหน้ากันอย่างประหม่า รสจุมพิตที่คนตัวโตมอบให้ยังติดอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ ย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ภาพที่เธอเขย่งจุ๊บริมฝีปากของเขาแต่กลับถูกมือแกร่งรั้งท้ายทอยเอาไว้ไม่ยอมให้เธอผละออกห่าง ไม่ใช่แค่ทิศเหนือหรอกที่ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น แต่คนที่โดนกระทำอย่างพาขวัญก็คิดไม่ถึงเช่นกัน
“เอ่อคือ…”
“ผู้ชายคนนั้น แฟนคุณเหรอ?”
“เมื่อก่อนน่ะใช่”
“แล้วตอนนี้ล่ะ”
“ฉันกับเขาเลิกกันแล้ว”
“ก็ดีแล้วที่เลิกกับผู้ชายแบบนั้นได้ คนใจคับแคบแบบนั้นไม่คู่ควรกับคนดี ๆ อย่างคุณหรอก” คิรินทร์พูดตรงจนหญิงสาววางสีหน้าไม่ถูก เขายังคงมองหญิงสาวอย่างไม่วางตาก่อนจะพูดต่อ
“ดูท่าว่า ผู้ชายคนนั้นคงไม่ยอมเลิกรากับคุณง่าย ๆ”พาขวัญนิ่งไป
“ก็เห็นจะจริงอย่างที่คุณพูด”
เธอไม่คิดว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงวัน และจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าตัวเองเป็นใครจะพูดอะไรได้อย่างตรงไปตรงมาแบบนี้
“ขอบคุณนะคะ”
“ขอบคุณผมเรื่องอะไร”
“ก็เรื่องที่คุณอุตส่าห์ช่วยแกล้งเป็นแฟนฉันไง แต่อันที่จริงแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ”
“ดียังไงของคุณ”
“ก็มีคุณอยู่ด้วยในสถานการณ์แบบนี้ อีกไม่นานทิศเหนือก็คงห่างฉันไปเอง”
“คุณคงไม่ได้จะใช้ผมเป็นเครื่องมือไล่แฟนเก่าคุณหรอกนะ”
“คุณก็พูดใคร ใครจะทำแบบนั้นกันล่ะ ฉันก็แค่ขอความร่วมมือจากคุณก็เท่านั้นเอง” พาขวัญมองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังส่ายหัวไปมาราวกับจะปฏิเสธเธอด้วยรอยยิ้ม
“ส่ายหัวแบบนี้คุณจะไม่ยอมช่วยฉันเหรอ?”
“ทำไมผมต้องช่วยคุณด้วย เรื่องนี้เกี่ยวกับผมที่ไหนกัน” เขาพูดน้ำเสียงเย็นชาจ้องมองใบหน้าทะเล้นของหญิงสาวตรงหน้า คำตอบนั้นทำให้พาขวัญหลุดยิ้ม
ผู้ชายคนนี้...ทั้งที่จำอะไรไม่ได้ แต่กลับพูดตรงจนบางครั้งเธอรับมือไม่ทัน
“ขำอะไรของคุณ?”
“ช่วย ๆ กันหน่อยไม่ได้หรือไงคะ ฉันก็ช่วยคุณเอาไว้เหมือนกันนะ”
“ไม่รู้สิ ผมมันเป็นพวกแสดงละครไม่ค่อยเก่งเสียด้วย”
“งั้นเรามาเป็นคนรักกันจริง ๆ เลยดีไหมน้า” เธอพูดยิ้ม ๆ จ้องมองผู้ชายตรงหน้าที่จู่ ๆ ใบหน้านิ่งขรึม และเย็นชาของเขากลับมีสีแดงระเรื่อขึ้นมาราวกับคนเป็นไข้ ที่เธอเห็นว่าน่ารักน่าเอ็นดู
“พูดอะไรของคุณ ผมว่าผมไปอาบน้ำดีกว่า” คิรินทร์ลุกขึ้นพาตัวเองเดินออกจากบริเวณนั้นทันที รู้สึกใจของเขามันมีอาการแปลก ๆ
“คุณกำลังเขินฉันเหรอคะ คุณชาเย็น หน้าแดงเชียว” คนตะโกนตามหลังแซวอย่างรู้สึกชอบใจ โดยไม่รู้เลยว่าคนที่โดนตอนนี้กำลังประหม่ามากน้อยแค่ไหน
คิรินทร์ถอนหายใจออกมาเมื่ออยู่ในห้องนอนตามลำพัง มือแกร่งจับที่หน้าอกของตัวเอง เพราะมีอาการใจเต้นอย่างประหลาด สักพักใหญ่ ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนบานประตูจะเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต
“คุณชาเย็น” พาขวัญโผล่หน้าเข้ามา ไม่มีเสียตอบรับจากคนตัวโตมีเพียงใบหน้าหล่อเหลาที่จ้องมองมาทางประตู
“ไปกินข้าวกันค่ะ”
คิรินทร์มองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เธอเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดกางเกงสีอ่อนเรียบง่ายแต่ดูทันสมัยกระฉับกระเฉง ผมยาวถูกปล่อยลงมาคลอเคลียไหล่ ใบหน้าหวานแต่งแต้มเพียงเล็กน้อยจนดูสดใส
“กินที่บ้านก็ได้”
“ไม่ได้ค่ะ”
“ทำไม?”
“เพราะฉันอยากพาคุณออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง” พาขวัญเดินเข้ามา ก่อนจะยื่นเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งให้เขา
“พี่หมอบอกว่าให้คุณออกไปเดินเล่นได้ แต่อย่าไปที่คนเยอะ ๆ หรืออยู่ในที่เสียงดังมาก”
คิรินทร์รับเสื้อมาอย่างว่าง่าย
“แล้วจะพาผมไปไหน?”
“ร้านอาหารค่ะ” เขามองเธออย่างสงสัย
“รีบเปลี่ยนชุดนะคะ” พาขวัญยิ้มกว้าง ก่อนจะหันหลังเดินออกไปแล้วตะโกนเร่งเขาตามหลัง
“เร็วนะคะ คุณชาเย็น”
คิรินทร์มองเสื้อในมือ ก่อนจะเผลอยิ้มออกมา เขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร... แต่ดูเหมือนคำว่า “ชาเย็น” จะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกขัดใจอีกแล้ว
ไม่นานนัก รถแท็กซี่ก็จอดลงหน้าร้านอาหารบรรยากาศอบอุ่นแห่งหนึ่งร้านไม่ได้หรูหราจนเกินไป แต่เป็นร้านที่ตกแต่งด้วยต้นไม้และกระจกใสบานใหญ่ ภายในมีแสงแดดอ่อน ๆ ส่องเข้ามา ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย
“ที่นี่เหรอ?” คิรินทร์มองไปรอบ ๆ
“ค่ะ”
“คุณเคยมาที่นี่?”
“มาบ่อยเลยค่ะ” พาขวัญเดินนำเข้าไป ก่อนจะเลือกโต๊ะบริเวณมุมด้านในที่ค่อนข้างเงียบ
“นั่งตรงนี้นะคะ” เธอเลื่อนเก้าอี้ให้เขา คิรินทร์มองการกระทำของหญิงสาว ก่อนจะนั่งลง
“คุณดูแลผมเหมือนเด็กเล็กเลย”
“ก็คุณความจำเสื่อมอยู่นี่คะ”
“แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมช่วยตัวเองไม่ได้”
พาขวัญยิ้มหวานให้คนตรงหน้า
“ฉันรู้แต่ฉันอยากดูแล”
คิรินทร์ชะงักไปเล็กน้อย คำพูดของเธอทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ อีกแล้ว
“อยากกินอะไรคะ?” หญิงสาวเลื่อนเมนูมาตรงหน้าเขา คิรินทร์เปิดดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้ว
“ผมไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร”
พาขวัญมองเขาอย่างเข้าใจ
“งั้นก็ลองใหม่ทั้งหมดเลยสิคะ”
“ลองใหม่?”
“ใช่ค่ะ”
เธอชี้ไปที่เมนูพูดอย่างปลอบประโลม
“ตั้งแต่วันนี้ อะไรที่คุณเคยชอบหรือไม่ชอบก็ไม่สำคัญแล้ว งั้นเราก็สร้างความชอบใหม่กัน”
คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มนิ่งไป คิรินทร์เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยิ้มอย่างสดใส
“สร้างความชอบใหม่ คุณหมายถึง...”
“ก็ลองกินอะไรที่ไม่เคยกิน ลองไปที่ที่ไม่เคยไป ทำอะไรที่ไม่เคยทำ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของคุณไงคะ”
คิรินทร์มองเธออยู่นาน
ชีวิตใหม่...คำสองคำนี้กลับทำให้หัวใจของเขาอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
“ตกลงไหมคะ” พาขวัญถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นเขานิ่งไป มีเพียงการพยักหน้าตอบกลับจากเขาเท่านั้น
“งั้นเรามาเลือกอาหารกัน” พาขวัญเปิดเมนูพลิกไปพลิกมา พร้อม ๆ กับบอกให้ชายหนุ่มชี้เมนูอาหารที่เขาอยากทาน ก่อนจะทำการสั่งอาหารสี่ห้าอย่าง หลังจากสั่งอาหารเรียบร้อย คิรินทร์ก็เอ่ยทักท้วงหญิงสาวทันที
“สั่งเยอะขนาดนั้นคุณทานหมดหรือไง?”
“ไม่หมดก็ไม่เป็นไรนี่คะ เราห่อกลับไปทานที่บ้านก็ได้” ไม่นานอาหารก็ทยอยถูกนำมาเสิร์ฟ
หญิงสาวตักอาหารใส่จานให้เขาทีละอย่าง
“ผมกินเองได้น่า”
“รู้ค่ะ ก็บอกแล้วไงว่าขวัญอยากดูแล”
“ที่เอาอกเอาใจผมเนี่ย ไม่ใช่เพราะหวังจะให้ผมช่วยคุณหรอกนะ” คำถามตรงไปตรงมาของชายหนุ่มเอาพาขวัญต้องเม้มปากเข้าหากัน แต่แววตากลับเป็นประกายอย่างมีความหวัง จนความปรารถนานั้นส่งมาถึงชายที่นั่งฝั่งตรงข้าม
“ก็ถ้าอย่างนั้น คุณจะว่ายังไง?”
“ม่ายยยย” เขาปฏิเสธลากเสียงยาว ก่อนจะตักอาหารเข้าปาก ก้มลงซ่อนรอยยิ้มเล็กน้อย เมื่อเห็นใบหน้าเง้างอนของคนหน้าหวาน
