บทที่ 9 คลาด
*ข่าวด่วน! “คิรินทร์” นักธุรกิจหนุ่มชื่อดังหายตัวลึกลับ ครอบครัวยังไม่พบเบาะแส เร่งตามหา “คิรินทร์” นักธุรกิจหนุ่มทายาทคนสำคัญแห่งวงการธุรกิจ หลังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะที่ครอบครัวและคนใกล้ชิดยังคงเฝ้ารอความหวังกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับการหายตัวไปของ “คิรินทร์” นักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง หลังเจ้าตัวขาดการติดต่อกับครอบครัวและคนใกล้ชิดเป็นเวลาหลายวัน โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าเขาอยู่ที่ใด
รายงานระบุว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา คิรินทร์ได้เดินทางไปติดต่อธุรกิจกับนักการเมืองชื่อดัง ก่อนจะขาดการติดต่อไปอย่างกะทันหัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อค้นหาเบาะแสของนักธุรกิจหนุ่มรายนี้ เบื้องต้นพบรถหรูเกิดอุบัติเหตุไฟลุกไหม้ทั้งคัน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเลขทะเบียนและยี่ห้อรถยนต์เป็นของนักธุรกิจหนุ่มรายนี้จริง แต่ในที่เกิดเหตุกลับไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิต หรือบุคคล ขณะเดียวกัน คนใกล้ชิดเผยว่า คิรินทร์เป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงและไม่เคยหายตัวไปโดยไม่ติดต่อครอบครัวเป็นเวลานาน ทำให้การหายตัวครั้งนี้สร้างความเป็นห่วงให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก
ด้านเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือจากประชาชน หากผู้ใดพบเห็นชายที่มีลักษณะใกล้เคียงกับคิรินทร์ หรือมีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเดินทางของเขา ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที จนถึงขณะนี้ “คิรินทร์” ยังคงหายสาบสูญ และทุกคนยังคงเฝ้ารอข่าวการกลับมาของนักธุรกิจหนุ่มรายนี้
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอเพียงให้เขาปลอดภัยและกลับมา…หากใครมีเบาะแสแจ้งเราหรือติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ได้เลย ทางเรามีค่าตอบแทนให้แน่นอนค่ะ”
ในขณะเดียวกัน เจษฎาก็ได้รับสายจากคีรดา ในขณะที่เขาเองก็เพิ่งทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ
“ครับคุณคีรดา ผมกำลังจะกลับแล้วครับ”
‘เรื่องคดีความเป็นยังไงบ้าง’
“เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนให้อยู่ครับแต่ผมคิดว่า น่าจะเป็นอย่างที่คุณคีรดาคิดเอาไว้” เจษฎาชำเลืองมองไปเห็นสองหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังจะขึ้นรถแท็กซี่โดยที่มีพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารกำลังให้การบริการเรียกรถให้ ชายสูงโปร่งที่ยืนอยู่ข้างหญิงสาวนั้นทำให้สมองของเขาหยุดพลันไปชั่วขณะ
‘คุณเจษ คุณได้ยินที่ฉันพูดไหมคุณเจษ’
“คุณคีรดา ไว้ผมจะโทรกลับนะครับ” เลขาหนุ่มรีบวางสาย ก่อนจะรีบขึ้นรถขับตามแท็กซี่คันนั้นไปทันที เขาตาไม่ได้ฝาดแน่ นั่นคือ เจ้านายหนุ่มของเขาที่เขากำลังตามหา
ข่าวสัมภาษณ์ของคีรดา ธีรภัทรกุลพี่สาวของคิรินทร์ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว ด้วยท่าทางสง่างาม ภาพของชายหนุ่มถูกแปะไว้ที่หัวมุมของหน้าจอโทรทัศน์ เรียกสายตาของพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารได้เป็นอย่างดี
“เฮ้ย ! ผู้ชายคนนั้น ใช่คนที่มาทานอาหารที่ร้านเราไหมวะ” พนักงานเสิร์ฟเรียกบรรดาเพื่อนร่วมงานมาดูภาพบนหน้าจอ ก่อนจะหันกลับไปมองทางที่สองหนุ่มสาวนั่งทานอาหารกัน
“อ้าว หายไปไหนแล้ว”
“มองหาใครเหรอพี่?” พนักงานอีกคนเดินถือถาดไม้และบิลเดินมาที่หน้าเคาน์เตอร์
“ก็ลูกค้าที่นั่งตรงโต๊ะนั้นไง หายไปไหนแล้วอ่ะ”
“อ่อ เขาเพิ่งเช็คบิลไปเมื่อครู่นี้เอง นี่ผมก็เพิ่งจะเรียกรถแท็กซี่ให้ มีอะไรเหรอ?”
รถยนต์เจษฎาเร่งความเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อเห็นรถแท็กซี่กำลังชะลอตัวตรงทางแยกด้านหน้าแต่แล้ว ไฟจราจรกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงรถหลายคันหยุดเรียงรายอยู่ตรงหน้า ทำให้เจษฎาจำต้องเหยียบเบรกกะทันหัน
“โธ่เว้ย!” เขากำพวงมาลัยแน่น มองรถแท็กซี่ที่กำลังเลี้ยวผ่านแยกไปอีกฝั่งอย่างร้อนใจ เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว เจษฎารีบขับตามไปทันที แต่เมื่อพ้นแยกมาได้ กลับพบเพียงถนนที่ทอดยาวออกไปและรถจำนวนมากที่เคลื่อนตัวปะปนกัน
แท็กซี่คันนั้นหายไปแล้ว
“บ้าเอ๊ย…” เจษฎาชะลอรถ ก่อนจะมองซ้ายมองขวาอย่างพยายามค้นหา เขาขับต่อไปอีกระยะหนึ่ง หวังว่าจะพบแท็กซี่คันเดิม แต่ไม่ว่าจะมองหาเท่าไร ก็ไม่มีวี่แววของมันเลยในที่สุดเขาจึงต้องจอดรถเข้าข้างทาง
มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าด้วยความหงุดหงิด
เกือบแล้ว…เขาเกือบจะได้เจอเจ้านายของตัวเองแล้วแท้ ๆ เจษฎารีบหยิบโทรศัพท์ออกมา กดโทรหาเจ้าหน้าที่ที่กำลังรับผิดชอบคดี ก่อนจะชะงักมือเอาไว้ ถ้าเขาแจ้งว่าพบคิรินทร์จริง แต่ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน อาจทำให้เกิดความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น แต่ในอีกทางหนึ่ง หากชายคนนั้นคือคิรินทร์จริง ๆ นั่นหมายความว่าเจ้านายของเขายังมีชีวิตอยู่เจษฎาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกดโทรออกหาคีรดา
“คุณคีรดาครับ…” ปลายสายรับขึ้นแทบจะทันที
‘คุณเจษ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ? อยู่ ๆ คุณก็วางสายไป’
“ผมคิดว่า…ผมเจอคุณคิรินทร์แล้วครับ”
ปลายสายเงียบไปทันที
‘ว่าไงนะ? คุณพบน้องชายฉันแล้วจริง ๆ หรือ’
“ผมเห็นเขาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งครับ ผมพยายามขับตามแท็กซี่ที่เขานั่งไป แต่คลาดกันเสียก่อน”
‘คุณแน่ใจหรือคะว่าเป็นคิรินทร์?’
“ผมไม่กล้าพูดร้อยเปอร์เซ็นต์จากระยะที่เห็น แต่ผมมั่นใจมากครับว่าเป็นเขา” น้ำเสียงของเจษฎาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“และถ้าผมจำไม่ผิด…เขาไม่ได้อยู่คนเดียวครับ”
‘คิรินทร์อยู่กับใคร?’
เจษฎานิ่งไปครู่หนึ่ง พลางนึกถึงภาพหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเจ้านายของเขา
“เป็นผู้หญิงคนหนึ่งครับ”
คีรดาเงียบไปอีกครั้ง ก่อนจะถามเสียงจริงจัง
‘คุณเห็นทะเบียนรถแท็กซี่ไหม?’
“ไม่ทันครับ แต่ผมกำลังจะย้อนกลับไปที่ร้านอาหาร อาจจะพอมีข้อมูลจากทางร้าน หรือกล้องวงจรปิด”
‘ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะรีบตามไปคุณส่งที่อยู่มาให้ฉันนะคะ’
“ครับ” หลังวางสาย เจษฎาสตาร์ตรถอีกครั้งแล้วรีบขับกลับไปยังร้านอาหารทันที โดยไม่รู้เลยว่าในเวลาเดียวกันนั้น… รถแท็กซี่ที่เขากำลังตามหาได้เลี้ยวเข้าไปในซอยเล็ก ๆ อีกฝั่งของถนน และหายลับไปจากเส้นทางหลักเรียบร้อยแล้ว
ภายในรถแท็กซี่ พาขวัญหันไปมองชายหนุ่มข้างกายที่กำลังทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” คิรินทร์หันกลับมามองเธอ
“เปล่า”
“เมื่อกี้เหมือนคุณมองข้างหลังตั้งหลายครั้ง”
“ผมรู้สึกเหมือนมีรถคันหนึ่งตามเรามา” พาขวัญหันกลับไปมองผ่านกระจกหลัง แต่รถคันนั้นไม่ได้อยู่ในสายตาแล้ว
“ไม่เห็นมีเลยนี่คะ”
คิรินทร์มองออกไปด้านนอกอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“คงคิดไปเอง” เขาไม่รู้เลยว่า รถคันนั้นเพิ่งคลาดกับเขาไปเพียงไม่กี่นาที และคนที่อยู่หลังพวงมาลัย… คือคนสนิทที่กำลังตามหาเขามาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
คิรินทร์ถอนหายใจออกมา แต่ความรู้สึกบางอย่างมันก็ตอกย้ำความรู้สึกของเขาว่าสิ่งที่เขาคิด คือสิ่งที่ถูกต้องต้องมีรถตามหลังพวกเขามาแน่ ๆ
