บทที่ 10 รักฝังใจ (3)
ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงเมื่อเห็นว่าหมดธุระแล้ว ก่อนเดินออกจากห้องไป เพียงบานประตูปิดลง สองแม่ลูกต่างนั่งมองหน้ากันด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน
“ปริชญ์ยังไม่ลืมหนูภา แม่สังเกตเห็นแววตาของเขา คล้ายต้องการแต่งงานกับหนูวิเพื่อหาใครสักคนมาทดแทนคนรักเก่าเท่านั้น”
“แต่เพ็ญไม่คิดแบบนั้นค่ะ”
เพ็ญศิรินิ่งเงียบไปพักใหญ่ นึกชั่งใจว่าจะพูดออกมาดีไหม เพราะกลัวว่ามารดาของตนจะคิดมาก
“หนูวิก้าวเข้ามาในชีวิตของปริชญ์ตอนหนูภายังไม่เสีย ใครๆ ก็รู้ว่าหนูภาขี้หึงมากขนาดไหน ซ้ำยังหูเบาอีก เพียงมีคนประโคมข่าวเรื่องความสัมพันธ์ของปริชญ์กับหนูวิ เพ็ญจำได้ว่าหนูภาฟูมฟาย
เหมือนคนจะเป็นจะตาย ขู่จะฆ่าตัวตายก็หลายครั้ง”
“เพ็ญคิดอะไรอยู่”
แววตาที่ฝ้าฟางไปตามกาลเวลาเพ่งมองลูกสาวด้วยความไม่เข้าใจ ว่าแท้จริงแล้วยังมีเงื่อนงำอะไรซ่อนอยู่
“เพ็ญลองคุยกับปรานต์ดู กลัวว่าปริชญ์จะแต่งงานกับหนูวิเพื่อแก้แค้นเท่านั้น เพราะความเข้าใจผิดคิดว่าหนูวิลงทุนสร้างหลักฐานเท็จทุกอย่างขึ้นมาเพื่อแย่งชิง จริงๆ แล้วหนูภาฆ่าตัวตายเพราะใครก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้”
“แม่ว่าไม่น่าจะใช่ แม่คิดว่าปริชญ์แค่อยากหาใครสักคนที่เข้าใจ แล้วคนนั้นก็คือหนูวิ แม้ใจจะยังไม่ลืมหนูภา แต่แม่เชื่อว่านานไปความรู้สึกนี้ก็คงจางหายไปกับกาลเวลาเอง”
“เพ็ญก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น อย่าให้มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นเลย”
“เราสมควรที่จะกลัวเรื่องความเจ้าชู้กันดีกว่า ต้องพยายามพูดให้ปริชญ์เลิกนิสัยนี้ ถ้าแต่งกันไปแล้วมีผู้หญิงโผล่มาถึงบ้าน เราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“ยังไงเพ็ญจะคอยดูๆ ให้นะคะ”
“ฝากดูให้ด้วยนะเพ็ญ ที่ห่วงก็เหลืออยู่คนเดียวนี่แหละ เพราะปรานต์เขาก็มีครอบครัวที่อบอุ่นไปแล้ว แม่ก็อยากให้ปริชญ์ได้ภรรยาที่ดีกับเขาบ้าง”
“ไม่ต้องคิดมากนะคะ เพ็ญก็รักหลานเหมือนลูก ไม่เคยคิดว่าเป็นแค่หลาน เพ็ญรับปากคุณพ่อคุณแม่ของเขาเอาไว้อย่างไร ก็ต้องช่วยประคับประคองกันไปจนถึงจุดหมายให้ได้”
“อืม…ขอบใจนะ แม่จะได้ตายตาหลับ”
เพ็ญศิริเผยรอยยิ้มอบอุ่นพลางบีบกระชับมือมารดาเบาๆ
เพื่อปลอบประโลมให้ท่านคลายความกังวล รู้ดีว่ามารดาทั้งรักและเป็นห่วงหลานชายหัวแก้วหัวแหวนทั้งสองคนมาก โดยเฉพาะปริชญ์ เพราะชายหนุ่มค่อนข้างมีความผูกพันกับคุณย่ามากกว่าพี่ชาย และเป็นหลานชายคนเล็กที่ท่านมองว่ายังเป็นเด็กอยู่เสมอ
ภายในห้องนอนกว้าง กล่องสี่เหลี่ยมถูกหยิบออกมาจากที่ของมัน ปริชญ์ถือเดินมาแล้วหย่อนกายนั่งลงบนเตียงนอน ค่อยๆ เปิดกล่องออกอย่างทะนุถนอม สิ่งของที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่ในทำให้เขาถึงกับขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เมื่อความคิดถึงคนรักที่จากไปกลับมาจู่โจมเล่นงานหัวใจอันแสนอ่อนแออีกครั้ง
เขาคิดว่าทุกวันนี้ตัวเองฝึกจิตใจจนด้านชามากพอแล้ว แต่เปล่าเลย เขาไม่ได้เข้มแข็งขึ้น แต่กลับอ่อนแอลงจากการฝังตัวเองให้จมอยู่กับความเจ็บปวด ไม่ยอมตะเกียกตะกายเพื่อให้หลุดพ้น แม้จะมีวิมลยาที่พร้อมจะยื่นมือช่วยเหลือเขาอยู่ก็ตามที
วิมลยาช่วยอะไรเขาไม่ได้ ชายหนุ่มบอกตัวเองอย่างนั้น คนที่ช่วยคลายความหนาวเหน็บในหัวใจได้คือแคทลียาเท่านั้น แคทลียาผู้เป็นตัวแทนของลฎาภา ความอ่อนโยนของหล่อนช่วยโอบกอดหัวใจที่กำลังหนาวสั่นของเขาให้อบอุ่นขึ้นมาได้
ชายหนุ่มหยิบรูปถ่ายในกล่องขึ้นมาเพ่งดูด้วยมืออันสั่นเทา ภาพถ่ายของลฎาภาในหลากหลายอิริยาบททำให้เขาร้าวรวดทุกครั้งที่นำออกมาดู รอยยิ้มแก้มบุ๋มอันแสนสดใสที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขาคอยแต่จะคิดว่าหล่อนเพิ่งจากโลกนี้ไปไม่นาน
แหวนแต่งงานและการ์ดเชิญบางส่วนยังคงถูกเก็บเอาไว้เป็น
อย่างดี เพื่อเป็นตัวแทนว่าในวันวานเขาเคยรักผู้หญิงที่ชื่อลฎาภามากแค่ไหน และจะเป็นเช่นนี้ไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ ชายหนุ่มเชื่อเช่นนั้น เขาเชื่อในเสียงหัวใจของตนเอง
‘ภา ผมคิดถึงคุณที่สุดรู้ไหม ไม่เคยมีใครมาแทนที่คุณได้’
ชายหนุ่มฝากรอยจูบไว้บนรูปถ่ายเนิ่นนาน ราวต้องการสื่อผ่านความรักนี้ไปยังหญิงสาวที่อยู่คนละภพภูมิ ให้หล่อนได้รับรู้ว่าเขายังคงไม่ลืมเลือนเธอออกไปจากหัวใจ
“เธอกำลังทำอะไรอยู่นะ แมวยั่วสวาทของฉัน”
เพียงแค่ใจคิดว่าชาตินี้คงไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะมาแทนที่ลฎาภา ใบหน้าของแคทลียากลับลอยเด่นขึ้นมาในทันใด ทั้งๆ ที่เขาเชื่อว่าไม่มีใครจะมาแทนที่คนรักเก่าได้อีกแล้ว แต่กับแคทลียาเขากลับเว้นไว้ เพียงเพราะใจเชื่อว่าหล่อนสามารถช่วยคลายความหนาวเหน็บของจิตใจได้
“ฉันจะไปเซอร์ไพรส์เธอ”
ด้วยความคิดถึงที่แล่นปราดเข้ามาทำให้ชายหนุ่มรีบเก็บของทั้งหมดลงกล่องตามเดิม ก่อนถือกล่องไปเก็บไว้ตามเดิม จากนั้นจึงผลุนผลันเข้าห้องน้ำด้วยมีความตั้งใจว่าคืนนี้เขาจะลองบุกไปหาหล่อนถึงบ้าน หลังจากที่หล่อนบ่ายเบี่ยงมาตลอดไม่ยอมให้เขาได้เข้าไปส่งถึงที่ ที่ผ่านมาเมื่อยามที่ต้องการพบกัน หล่อนก็จะมานอนรอที่คอนโดส่วนตัวของเขาเท่านั้น
