บทที่ 8 รักฝังใจ

“คุณอามาแล้ว”

รถยนต์คุ้นตาที่แล่นเข้ามาจอดถึงหน้าบ้านปราบดาไพศาล ทำให้สองพี่น้องฝาแฝดที่กำลังนั่งเล่นกันอยู่ตรงกรงนกแก้วมาคอร์ รีบวิ่งปราดไปรับหน้าด้วยความคิดถึง

“สวัสดีครับ/ค่ะคุณอาริท”

สองพี่น้องฝาแฝดเอ่ยชัดถ้อยชัดคำพลางยกมือไหว้อย่างนอบน้อมด้วยถูกอบรมเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี จำได้ขึ้นใจว่าให้แสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่ทุกคนแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม

“สวัสดีครับเด็กๆ เล่นกันระวังด้วยนะ เดี๋ยวนกจะจิกเอานะครับ”

ปริชญ์จูงมือสองฝาแฝดไว้คนละข้าง ด้วยรู้ดีว่าถ้าเขาทำสนใจไม่เท่ากัน จะมีคนใดคนหนึ่งออกอาการอิจฉาทันที

“น้องปริมเอาก้อนหินขว้างไปในกรงนกด้วยครับ”

“พี่ปรายทำให้น้องปริมดูก่อน”

“เอาละๆ ไม่ต้องเถียงกัน ไปครับ เข้าไปข้างในบ้านกันเถอะ คุณพ่อคุณแม่อยู่ไหนล่ะครับเนี่ย”

“คุยกับคุณย่าทวดอยู่ครับ”

ปรายรีบชิงตอบคำถาม ฝ่ายคนน้องไม่ยอม จึงแทรกขึ้นมาบ้าง

“ไม่ใช่ค่ะ คุยกับคุณย่าเพ็ญ”

“อาบอกว่าให้เลิกเถียงกันไงครับ เราสองคนนี่ไม่รักกันเลย

เป็นพี่น้องกันต้องรักกันนะครับ”

“แต่ทำไมคุณอาริทถึงเถียงกับคุณพ่อได้ล่ะครับ ปรายได้ยินนะครับ เสียงดังด้วย”

ปริชญ์ถึงกับสะอึกเมื่อถูกหลานย้อนเข้าหาตัว นึกไปถึงวันก่อนที่ถูกพี่ชายเรียกไปคุยถึงเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง เนื่องจากข่าวเรื่องที่เขาส่งเสียเลี้ยงดูนักศึกษานั้นไปเข้าหูพี่สะไภ้ของเขาเข้า และมันก็ไม่แปลกที่เรื่องนี้จะถูกนำไปบอกต่อจนถึงหูพี่ชายของเขาในเวลาต่อมา

สาเหตุที่เขาถูกตำหนินั้นไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิมลยา เพราะเขาและหล่อนกำลังหาฤกษ์ที่เหมาะสมเพื่อจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ที่แพลนเอาไว้ว่าจะเกิดขึ้นภายในปีนี้

“สวัสดีค่ะพี่ปริชญ์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

คีตัญชลีเดินออกมาจากห้องครัวจึงมาสบเข้ากับน้องสามีพอดี เพียงนึกไปถึงเรื่องที่ได้รับรู้มาหล่อนก็รู้สึกแปลกๆ อยู่ในหัวใจที่จะสนทนากันได้อย่างสนิทใจ เพราะชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่ปริชญ์คนเดิมที่เธอเคยรู้จัก

“มาได้สักพักแล้วล่ะครับ แล้วเป็นอย่างไรบ้างลูกพลัม หลานพี่ปรกติแข็งแรงดีมั้ย ลูกพลัมต้องบำรุงเยอะๆ นะช่วงนี้ เพราะเด็กกำลังสร้างอวัยวะสำคัญ”

คีตัญชลีเผยรอยยิ้มเล็กๆ ออกมา เพราะถึงแม้อีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่บางแง่มุมที่แสดงถึงความอ่อนโยนที่เจ้าตัวพยายามกดมันเอาไว้ ก็เผยออกมาให้ได้สัมผัสเมื่อยามเขาลืมตัว

“ถ้าออกมาซนเหมือนสองคนก็คงจะปวดหัวน่าดู”

หญิงสาวบุ้ยหน้าไปยังฝาแฝดทั้งสอง ที่ผละจากคุณอาของ

ตนแล้วพากันไปวิ่งเล่นต่อ

“ปริชญ์ คุณย่าเรียกน่ะ”

เสียงที่แทรกมาจากทางด้านหลังทำให้การสนทนาหยุดลง ปรานต์ก้าวเดินลงบันไดมาขณะโฟกัสสายตามายังน้องชาย

“คุณย่ามีธุระอะไรกับผม หวังว่าเฮียคงไม่ได้บอกอะไรท่านหรอกนะครับ”

ปริชญ์เดินผ่านหน้าคีตัญชลีแล้วไปหยุดยืนประจันหน้ากับพี่ชายที่ไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปข้างบน

“พี่ปรานต์บอกอะไรคุณย่ากับอาเพ็ญไปหรือเปล่าคะ”

“ก็เรื่องที่พ่อตัวดีทำไว้นั่นแหละ พี่คงยอมไม่ได้หากปริชญ์จะแต่งงานกับวิแล้วแอบซุกเมียเก็บเอาไว้”

ปรานต์ถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้ม ที่ผ่านมาเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อเรียกสติน้องชายให้กลับคืนมา เพราะปริชญ์เอาแต่จมปลักอยู่กับคนรักเก่า ฝังตัวอยู่ในวังวนแห่งความเจ็บปวด จากหัวใจที่เคยเป็นสีขาวบริสุทธิ์ มาวันนี้กลายเป็นสีดำยากที่จะล้างออกไปได้เสียแล้ว

“แล้วเราจะทำยังไงหากเรื่องนี้รู้ถึงหูผู้ใหญ่ทางโน้น พี่ปรานต์ไม่อับอายเขาแย่เหรอคะ”

“นั่นน่ะสิ ทำอะไรทำไมไม่นึกถึงหน้าของพี่บ้าง ยอมเป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอให้แต่ปริชญ์กลับทำตัวแบบนี้”

“หากลูกพลัมเป็นวิ ลูกพลัมคงเจ็บปวดมากเมื่อได้รู้ความจริงว่าว่าที่สามีไม่ได้มีเราเพียงคนเดียว”

คีตัญชลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เข้าใจถึงหัวอกผู้หญิงด้วยกันดี การมีผู้หญิงอีกคนก้าวเข้ามาแทรกในชีวิตคู่นั้นมันเจ็บปวดและทรมาน เพราะหล่อนเคยผ่านจุดนั้นมาก่อน เพียงแต่กรณีของหล่อนนับว่ายังเบากว่านี้มากนัก เพราะยังไม่ถึงขึ้นส่งเสียเลี้ยงดูกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว อย่างเช่นที่ปริชญ์กำลังทำอยู่

“คุณย่ามีธุระจะคุยกับผมเหรอครับ”

ปริชญ์เข้ามาในห้องนอนของคุณย่าปราณี มือแกร่งดันบานประตูให้ปิดลงเบาๆ ก่อนเดินตรงไปยังเตียงนอนที่มีเพ็ญศิริ หรืออาเพ็ญของเขานั่งกอบกุมมือที่เหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาของคุณย่าเอาไว้ ด้วยต้องการให้กำลังใจที่เห็นว่าท่านกำลังป่วย

“อาก็มีนะจ๊ะ”

เพ็ญศิริกล่าวยิ้มๆ พร้อมสายตาที่มองมายังหลานชายอย่างรู้ทัน รอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนไป ทำให้ปริชญ์รู้สึกอบอุ่นอยู่ในหัวใจยิ่งนัก

“มาให้ย่ากอดให้ชื่นใจหน่อยสิจ๊ะ พักหลังมานี้ไม่ได้คุยกันเลยนะเรา จนย่าจวนจะลืมไปแล้วว่าเราอยู่บ้านเดียวกัน”

คุณย่าปราณียื่นแขนทั้งสองข้างออกมารอรับร่างหลานชาย ในขณะที่ปริชญ์โน้มกายเข้าไปหาท่าน ก่อนหอมแก้มอันเหี่ยวย่นทั้งสองข้างด้วยความรัก

“ผมกำลังยุ่งมากครับคุณย่า ตอนนี้กำลังคุยกับเจ้าพีทเรื่องการร่วมหุ้น แล้วจดทะเบียนบริษัทตัวแทนจำหน่ายขึ้นมาใหม่ เอาไว้ขายสินค้าของเราและของบ้านโน้นโดยเฉพาะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป