บทที่ 1 บทนำ

บทนำ

แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านกระจกใสหน้าอาคารสูง ราวกับกรองอารมณ์ให้ดูอ่อนโยนกว่าความจริง

ณภัทรยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะประชาสัมพันธ์ของบริษัทในเครือจรัญพัฒนา กรุป มือข้างหนึ่งถือแฟ้มเอกสารสมัครงานแนบอก ขณะที่อีกมือยกขึ้นดันแว่นกรอบใสขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยประจำเมื่อรู้สึกประหม่า

“ขอโทษนะครับ ผมมาสมัครงาน ฝ่ายบุคคลอยู่ชั้นไหนเหรอครับ?”

น้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลทำให้พนักงานต้อนรับสาวที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์ยิ้มให้บาง ๆ ก่อนจะชี้ไปยังลิฟต์ฝั่งซ้ายมือ

“ขึ้นไปชั้นหกเลยค่ะ ห้องสุดทางจะมีป้ายติดไว้ว่า Human Resources”

“ขอบคุณมากครับ”

เขาโค้งศีรษะให้นิดหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังลิฟต์ตามคำแนะนำ สูทสีเบจอ่อนที่ใส่มาอย่างตั้งใจเพื่อให้ดูเป็นทางการไม่อึดอัดจนเกินไปนั้น เข้ากันดีกับบุคลิกสะอาดสะอ้านแบบที่คนมองแล้วสบายตา

ไม่ทันที่ประตูลิฟต์จะปิดดี เสียงเรียกชื่อก็ทำให้เจ้าตัวชะงัก

“มะนาว!”

ณภัทรหันไปตามเสียง เห็นหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวในชุดทำงานทะมัดทะแมงกำลังสาวเท้าเร็ว ๆ เข้ามาหา ใบหน้ายิ้มแย้มของเธอไม่เคยเปลี่ยนไปจากสมัยเด็ก

“พี่อร” เขายิ้มตอบอย่างดีใจ “โห ดีใจจัง เจอพี่ตอนนี้พอดีเลย”

หญิงสาวคนนี้ชื่อ อรพิน เป็นลูกพี่ลูกน้องของมะนาวทางฝั่งแม่ เธอทำงานอยู่ฝ่ายบัญชีของจรัญพัฒนา กรุ๊ป มาก่อนหลายปี และเป็นคนชักชวนให้เขามาลองสมัครดู หลังจากได้ยินว่าบริษัทกำลังเปิดรับเด็กฝึกงาน

“พี่แอบบอกพี่เดือน HR ไปแล้วว่ามีเด็กดี ๆ จะมาสมัคร” เธอกระซิบพลางขยิบตาให้เหมือนเด็กสาวไม่รู้จักโต “เตรียมตัวให้ดีนะ ถ้าเขาเรียกสัมภาษณ์ทันทีจะได้ไม่เหวอ”

“โหย พี่อร แกล้งนาวอีกละ”

“ไม่ได้แกล้ง แค่จะบอกว่าโชคดีนะ” เธอยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือมาหยิบแฟ้มเอกสารจากมือเขาอย่างถือวิสาสะ “เดี๋ยวพี่เอาไปให้เอง ขึ้นไปชั้นหกพร้อมพี่เลย”

ณภัทรเดินตามเธอไปอย่างว่าง่าย ในใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นที่เริ่มก่อตัวอย่างเงียบ ๆ แม้จะเป็นบริษัทเอกชน แต่สภาพแวดล้อมก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยจนทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง

...แน่นอนว่า เขายังไม่รู้เลยแม้แต่นิด ว่าจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ นี้ จะพาเขาไปสู่โลกที่ไม่มีวันได้กลับออกมาเป็นคนเดิมอีกเลย

ที่ตึกเดียวกันบนชั้น 40

เสียงตะโกนจากปลายสายที่ทะลุลำโพงมือถือดังขึ้นอย่างไม่เกรงใจใคร

“เฮ้ย! มึงรอกูเข้าไฟต์ก่อนดิ ไอ้เหนือ! กูยังฟาร์มไม่เสร็จ!”

ชลาธรนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีดำขลับกลางห้องทำงานโอ่อ่า มือสองข้างเลื่อนไปมาอย่างเมามันบนหน้าจอสมาร์ตโฟน เสียงเอฟเฟกต์ยิงสกิลและตีป้อมดังผสมกับคำสบถหยาบ ๆ ของเขาจนแทบกลบเสียงแอร์

“ไอ้สัด ตายเพราะมึงเลย! กูไม่ออกไปแก๊งละ แม่ง!”

ไม่ไกลจากโซฟา ปรากฏหญิงสาวในชุดสูทกระโปรงสีดำเรียบหรูยืนถือแฟ้มเอกสารอยู่ ใบหน้าเรียบเฉยอย่างกับปูนปั้นไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยกับเสียงตะโกนที่เพิ่งได้ยินเป็นรอบที่เจ็ดของวัน

เธอชื่อพราวมุก เลขาประจำตัวท่านประธานแห่งจรัญพัฒนา กรุป ผู้มีความอดทนสูงที่สุดในโลก หรือไม่ก็แค่ชินชาเกินเยียวยา

“บอสคะ…” เธอเอ่ยเสียงราบเรื่อยเมื่อเสียงโวยวายเบาลง “ประชุมบอร์ดครั้งนี้ คุณหญิงอังคณาจะเข้าร่วมด้วย”

“อือ...”

ชายหนุ่มตอบรับในลำคอโดยไม่เหลียวมามอง ริมฝีปากยังคงขยับคำด่าเพื่อนในเกมอยู่เป็นระยะ ดวงตาคมเรียวใต้แพขนตายาวจับจ้องอยู่ที่จอราวกับชีวิตมีแค่แพ้หรือชนะเท่านั้น

ท่านประธานในวัย 29 ปีของตึกสูงสี่สิบชั้นผู้นี้ เป็นชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่า “เจ้าแห่งความไม่เอาถ่าน”

เขาหล่อเหลาแบบที่ทำให้คนผ่านไปผ่านมาเหลียวหลัง เป็นลูกชายคนเล็กในสมรสของเจ้าสัวนเรศ และ คุณหญิงอังคณา ผู้มีทุกอย่างตั้งแต่เกิด สมองดี หน้าตาดี ทรัพย์สินมหาศาล แม่คอยปูทาง พ่อไม่กล้าแตะ

...แต่ดัน “ไม่เอาอะไรเลย”

เขาเกลียดการประชุม ไม่เช็กเมล ไม่จำชื่อพนักงาน และเชื่ออย่างสุดหัวใจว่า “ลิฟต์ส่วนตัว” กับ "การเติมเกม" คือสิ่งเดียวที่เขาควรลงทุน

“บอสคะ เอกสารนี้ต้องเซ็นแล้วนะคะ”

“อือ… แป๊บ”

“จะไม่ทันแล้วค่ะ”

“โอเค รอให้มังกรฟักตัวก่อน”

พราวมุกกะพริบตาช้า ๆ ไม่ตอบโต้ใด ๆ เพราะเธอรู้ดี ว่าทุกครั้งที่มังกรฟักตัวไม่สำเร็จ ก็แปลว่าคงต้องใช้สกิล “กดลายเซ็นแบบสุ่ม” แทน

เพราะอีกไม่กี่นาที เธอจะเดินเข้าไปยัดปากกาใส่มือเขาอย่างนิ่มนวลเหมือนทุกวัน ส่วนเขาก็จะเซ็นเอกสารไปแบบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือเรื่องอะไร

แต่กระนั้นบริษัทก็ยังมีกำไร ชื่อเสียงยังติดอันดับท็อปของวงการ

เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะแม้จะทำงานแบบ “ขอไปที” ชลาธรก็ยังไม่เคยพลาดเรื่องสำคัญแม้แต่ครั้งเดียว

…หรือบางที เขาแค่เลือกจะใส่ใจในสิ่งที่เขาอยากใส่ใจเท่านั้นเอง 

อย่างเช่น…เรื่องวันนี้

“อีกครึ่งชั่วโมงต้องออกไปดื่มกับว่าที่ลูกค้ารายใหญ่แล้วนะคะ ดิฉันอยากให้บอสจริงจังกับมันนิดนึง” พราวมุกเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อยขณะพลิกแฟ้มดูนัดหมายอีกครั้ง “เพราะถ้าดีลนี้ได้ เราจะได้โปรเจกต์พันล้านยาวห้าปีเลยค่ะ”

“รู้แล้วน่า”

“ค่ะ รู้แล้ว แต่ดิฉันก็อยาก...”

“พูดมากจัง!” เขาบ่นอุบ ปลายนิ้วยังกดบนหน้าจอ “เนี่ย มังกรไม่ฟักเลย เพราะพี่มุกเลย!”

พราวมุกไม่พูดอะไร เธอแค่ยืนนิ่งอย่างกับเห็นภาพนี้เป็นกิจวัตร เหมือนฉากในหนังที่ฉายซ้ำทุกวัน จนเธอเริ่มจำบทได้

“เออ พี่มุก แล้วจัดเด็กไว้ให้ผมแล้วใช่ไหม ที่ต้องควงไปด้วยน่ะ?” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เสี้ยวหน้าหล่อเหลากึ่งง่วงกึ่งรำคาญของเขาหันมาทางเธอ 

“ขอแบบเด็ด ๆ นะ คนที่แล้วคราวก่อนถ่ายรูปออกมาแย่มาก แถมเรื่องบนเตียงก็... เฮ้อ”

เขาถอนหายใจยาว เหมือนแบกความผิดหวังไว้ทั้งโลก

พราวมุกรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร และเธอก็เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว

“นัดมาแล้วค่ะ คนนี้เด็ดแน่นอน ตอนนี้ก็มาแล้วด้วย รออยู่ที่ชั้นหกค่ะ บอสจะให้เรียกขึ้นมาเลยไหมคะ?”

“ไม่ต้องก็ได้ ไหน ๆ ผมก็ลงไปอยู่แล้ว เดี๋ยวแวะไปรับเลย” เขาลุกขึ้นเหวี่ยงมือถือใส่โซฟา หยิบสูทพาดบ่าแบบไม่ได้ตั้งใจจะใส่จริงจังนัก

“อยู่หน้าห้องฝ่ายบุคคลเหมือนเดิมใช่ไหม?”

พราวมุกพยักหน้าเบา ๆ

“ใช่ค่ะ”

"ขอให้เด็ดจริงเถอะ"

บทถัดไป