บทที่ 7 บทที่ 3 รู้ตัวทุกวินาที

บทที่ 3

รู้ตัวทุกวินาที

ชลาธรไม่พูดพร่ำ มือใหญ่ดันตัวอีกฝ่ายขึ้นจากอก ก่อนจะช้อนรวบกลางลำตัวแล้วแบกขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ให้ตั้งตัว

“เฮ้ย ๆๆๆ!”

เสียงมะนาวร้องลั่น พลางดีดขาไปมา แต่ในท่านั้นกลับยิ่งอวดบั้นท้ายกลมกลึงราวกับจงใจให้เขาเห็นเต็มสองตา

ศีรษะของคนตัวเล็กห้อยลงด้านหลัง มองเห็นโลกกลับหัวสลับกับแสงไฟ ขณะที่ชลาธรเดินจ้ำอ้าวออกจากโซฟาไปยังหน้าห้องวีไอพีอย่างไม่รีรอ

พนักงานที่ยืนรออยู่เลิ่กลั่กทันทีเมื่อเห็นภาพนี้ แต่ยังไม่ทันเอ่ยถาม เสียงทุ้มเรียบก็เอ่ยมาก่อน

“เปิดห้องสวีตให้ห้องหนึ่ง”

“ค…ค่ะ/ครับ”

พนักงานรีบนำทางให้ ท่านประธานก้าวเข้าไปอย่างไม่รีรอ ขณะที่ร่างเล็กบนบ่ายังดิ้นกระแด่ว ๆ พึมพำอะไรฟังไม่รู้เรื่อง แต่ดูจากน้ำเสียง…คงไม่ใช่คำชมแน่

ไม่กี่อึดใจ ทั้งคู่ก็ถึงห้องสวีตหรู กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากเครื่องกระจายกลิ่นราคาแพง ภายในตกแต่งด้วยโทนอบอุ่นแต่หรูหรา เตียงคิงไซซ์ปูผ้าขาวสะอาดตา ด้านหนึ่งมีโซฟาและโต๊ะกาแฟ อีกด้านเป็นผนังกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน มองเห็นวิวเมืองที่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจจะชื่นชมมันสักคน

ชลาธรเดินตรงไปที่เตียงแล้วโยนร่างเล็กลงกลางที่นอนนุ่มโดยไม่ให้ตั้งตัว จากนั้นก็หมุนตัวหันหลังให้ ปล่อยให้เสียงบ่นงึมงำของมะนาวลอยมาตามลม ฟังจับใจความไม่ได้ชัดนัก

ไม่ถึงหนึ่งนาทีต่อมา เขาก็หันกลับมาพร้อมกับกางเกงที่ถูกปลดเข็มขัดและรูดซิปออก เผยบางสิ่งให้ออกมาสู่สายตาโลกภายนอก

อันที่จริง เรียกว่าเผยออกมาให้คนตรงหน้านี้เห็นมากกว่า

ทันทีที่มะนาวหรี่ตามอง ขนาดเขาสายตาสั้น แต่สิ่งที่เห็นก็ทำเอาดวงตาแทบถลนจากเบ้า อาการเมาเมื่อครู่พลันสร่างหายไปครึ่งในพริบตา เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้า...มันเกินกว่าคำว่า “ใหญ่” ในความรู้สึกของเขามากนัก

ขนาดยังไม่แข็งเต็มที่...นี่มันห้าสิบแปด? ไม่สิ นั่นมันไม่หกสิบเลยเหรอ?!

มะนาวเบือนหน้าหนีแทบจะทันที พยายามหลบรอยยิ้มชั่วร้ายของปีศาจตรงหน้า รอยยิ้มที่เหมือนกำลังจะบอกว่า มันใหญ่พอจะอุดปาดเธอได้ใช่ไหม?

ชลาธรไม่ได้ถอดกางเกงออก เขาก้าวเข้ามาในสภาพเกือบแต่งตัวเรียบร้อย จะมีก็แต่บางอย่างที่มันโผล่ออกมาอย่างไม่สมควร บางอย่างที่กำลังตื่นขึ้นมาช้า ๆ

กลิ่นน้ำหอมผู้ชายหรูราคาแพงลอยมากับทุกจังหวะการเคลื่อนไหว และแววตาคมที่ไม่ปล่อยให้คนบนเตียงมีทางหนี

ร่างใหญ่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่อมะนาวรู้สึกถึงแรงยวบของที่นอนใต้ตัว สัญญาณว่าคนตรงหน้าได้ขึ้นมาบนเตียงแล้ว หัวใจเขาก็เต้นถี่ ใบหน้าหวานหันมา ปากกำลังจะอ้าพูดอะไรสักอย่าง แต่ยังไม่ทันมีคำไหนหลุดออกมา มือใหญ่ก็จับต้นคอและกรอบหน้าของเขาไว้ แล้วกดบางสิ่งที่ว่าเข้ามาแทนเสียงพูด ปิดทุกช่องว่างในทันที

รสสัมผัสและแรงกดทำให้สมองที่เมาจากเหล้าชะงักไปชั่วขณะ เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่กระจายวาบขึ้นพร้อมเสียงหัวใจที่ดังแข่งกับเสียงลมหายใจของปีศาจตรงหน้า

ชลาธรมองใบหน้าของอีกฝ่าย ดวงตาที่เหลือกลอยน้ำตาคลอเพราะแรงคับแน่น แล้วก็รู้สึกสะใจขึ้นมานิด ๆ

“เป็นไง…ใหญ่พอที่จะปิดปากเธอได้ไหม อึก…”

ปลายเสียงแหบพร่าอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อรู้สึกถึงแรงขยับจากลิ้นของคนตรงหน้า ทีแรกเขาเพียงแค่อยาก “สั่งสอน” เด็กที่บังอาจมาท้าทาย ชลาธร จรัญพิพัฒน์

แต่เมื่อดวงตาคมกลับสบเข้ากับใบหน้าหวานฉ่ำเยิ้ม และแก้มใส ๆ ที่ป่องออกเพราะกำลังพยายามรับความใหญ่ที่ล้นอยู่ในปากอย่างยากลำบาก ภาพนั้นทำให้ความตั้งใจแรกสั่นคลอนในพริบตา

ความร้อนวาบแล่นผ่านสันหลังไปทั่วร่าง เลือดลมก็สูบฉีดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะส่วนที่อยู่ในปากของคนตัวเล็กตรงหน้านี้ ความใหญ่ขยับเพิ่มขึ้นทุกวินาทีจนมะนาวถึงกับสำลัก เพราะมันขยายจนแทบไม่มีที่ให้หายใจ

“ดูด”

เสียงทุ้มพร่าเอ่ยสั่ง ขณะมือใหญ่ประคองท้ายทอยอีกฝ่ายไว้แน่น ในตอนแรกแรงกดนั้นเหมือนจะบังคับ แต่เพียงไม่นาน เขาก็ผ่อนออกเล็กน้อย ให้คนตรงหน้ามีจังหวะหายใจ

มะนาวสูดลมหายใจเฮือก กลืนอากาศปนกับความร้อนผ่าวลงคอ ก่อนจะตบขาของเขาเบา ๆ เป็นเชิงประท้วง แต่ชลาธรกลับเลิกคิ้ว ยังคงกดสายตาคมมองต่ำลงมา ขณะที่บั้นเอวขยับกระทุ้งซ้ำ ๆ เหมือนจงใจทดสอบขีดจำกัดของอีกฝ่าย

แรงต้านของมะนาวไม่มากพอจะหยุดได้ มีเพียงเสียงอื้ออึงในลำคอที่ดังลอดออกมา และยิ่งทำให้คนตัวโตรู้สึกว่าความร้อนในอกกำลังแผ่ซ่านลงสู่ทุกส่วนของร่างกายอย่างห้ามไม่อยู่

แต่ไม่นานนักเขาก็ยอมถอนตัวเองออกมาเพื่อให้มะนาวสูดอากาศเข้าปอด เส้นน้ำลายใสไหลยืดตามราวกับใยไหม ก่อนจะขาดผึงและไหลซึมตามมุมปาก

ดวงตาคู่กลมฉ่ำเยิ้มจนแทบจะสะกดคนมองให้หยุดหายใจ สีหน้ายั่วเย้าจนยากจะมองข้าม แต่มะนาวยังไม่ทันได้หายใจเป็นปกติ ชลาธรก็ขยับตัวอีกครั้ง แท่งร้อนที่แข็งขืนถูกยกขึ้นเล็กน้อย ปรับมุมจนปลายถุงแฝดนุ่มคู่นั้นอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับริมฝีปากของคนตัวเล็ก แววตาคมมองต่ำลงมาพร้อมคำสั่งพร่าแผ่ว

“ดูดไข่ อมเข้าไปให้หมด”

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ หรือจริง ๆ แล้วมันเริ่มตั้งแต่รอบแรกที่ถูกยัดเข้าไปในปาก เลือดลมในกายของมะนาวพลุ่งพล่าน บางอย่างในตัวตื่นขึ้นอย่างเต็มที่ ขับให้เขาอ้าปากรับทุกสิ่งที่อีกฝ่ายยัดเยียดเข้ามาราวกับต้องมนต์ 

ชลาธรปล่อยให้ภาพนั้นติดตาอยู่เพียงชั่วอึดใจ ก่อนมือใหญ่จะวางลงบนกลุ่มผมนุ่มของมะนาว ขยับจังหวะตามใจของตัวเอง

“อืม…แบบนั้นแหละ”

น้ำเสียงพร่าและต่ำลงกว่าเดิม แฝงความพึงพอใจที่ไม่ปิดบัง ดวงตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตาฉ่ำปรือของมะนาวที่เงยขึ้นมามอง สายตานั้นเต็มไปด้วยทั้งความดื้อแต่ก็ไม่มากพอที่จะเรียกว่าไม่ยอม

"ซีดส์ แม่งเอ๊ย"

แรงกดไม่ถึงกับบังคับ แต่พอให้รับรู้ว่าใครกำลังนำจังหวะนี้อยู่ ทุกครั้งที่มะนาวขยับปากหรือใช้ลิ้นแตะ ชลาธรก็ขยับเอวสวนกลับเบา ๆ พร้อมกับเสียงครางสบถที่ดูไม่รู้ว่าหัวเสียหรือเสียวหัวกันแน่

กลิ่นน้ำหอมจากร่างกายเขาอบอวลปนกับกลิ่นอุ่นเข้มของผิวกายบริเวณนั้น จนแทบกลืนหายไปในลมหายใจของอีกฝ่าย

ปลายลิ้นของมะนาวค่อย ๆ ลากช้าเป็นวงรอบ ก่อนจะกวาดไล้ไปตามความแข็งของผิวใต้ปลายนิ้ว ทั้งตวัด ทั้งดูดย้ำ ๆ ในจังหวะที่ดูเหมือนจะไม่มีแบบแผน ดูเทอะทะ ไม่ประสา แต่กลับทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งเกร็งทุกครั้ง

ความชื้นแฉะตามแรงขยับของริมฝีปาก ยามที่ลมหายใจร้อน ๆ ของมะนาวเป่ารดอยู่ตรงจุดบอบบางนั้น ความอุ่นวาบก็ยิ่งซึมลึกเข้าไปถึงข้างใน

ยิ่งเวลาที่อีกฝ่ายพยายามอมเข้าไปให้ลึกสุดลำคอจนปลายลำกระแทกคอหอยเขาก็ยิ่งเกร็ง

ชลาธรเผลอขบกรามแน่นเมื่อรู้สึกถึงแรงดูดสลับกับการไล้ลิ้น ความรู้สึกที่ส่งมานั้นทั้งนุ่ม ทั้งร้อน และทั้งบีบคั้นในคราวเดียว จนเสียงพร่าหลุดจากปากโดยไม่ตั้งใจ

“อืม…เธอนี่มัน…เธอกำลังจะทำให้ฉันเสร็จ”

เสียงทุ้มพร่าขาดห้วงในลำคอ ขณะมือที่กดศีรษะมะนาวเริ่มเกร็งขึ้น จังหวะขยับเร่งเร้าของเอวสอบถี่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่ร่างกายจะกระตุกในชั่ววินาที และเขาก็รีบดึงตัวเองออกมาจากปากของอีกคนในขณะที่มือหนาสาวลำเอ็นหลาย ๆ ครั้ง จนครั้งสุดท้ายหยาดร้อนก็พุ่งใส่แก้มและริมฝีปากของมะนาวเป็นทาง เสียงหอบหนักดังประสานกับลมหายใจร้อนผ่าวที่ตกค้างในอากาศ

แต่ชลาธรยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น มืออีกข้างล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดกล้อง และกดชัตเตอร์บันทึกภาพตรงหน้าราวกับต้องการเก็บหลักฐานของ “ชัยชนะ” ครั้งนี้

มะนาวรู้ตัวทุกวินาที เขารู้ถึงแสงแฟลชจาง ๆ และรู้ว่ากำลังถูกมองผ่านเลนส์ แต่กลับไม่เอ่ยห้าม ไม่แน่ใจว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะเหตุผลอื่นกันแน่

ชลาธรเก็บมือถือใส่กระเป๋า สูดลมหายใจลึกเพื่อดึงสติ ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ

“คืนนี้ฉันจะเอาเธอจนเธอจำรหัสเข้าเกมไม่ได้!”

มะนาวที่ยังหอบหายใจจากจังหวะเมื่อครู่ถึงกับหลุดหัวเราะ ริมฝีปากยกยิ้มอย่างไม่เกรงกลัว เขาใช้นิ้วแตะคราบขาวข้างแก้มขึ้นมาดู ก่อนเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ

“ประหลาด เขามีแต่จำทางกลับบ้านไม่ได้”

“นั่นแหละ ความหมายเดียวกัน”

ขาดคำเขาก็ต้องสะดุ้งเฮือกอย่างอึ้ง ๆ เมื่อมะนาวส่งปลายนิ้วที่ชโลมด้วยหยาดขาวขุ่นของเขาเข้าปากตนเอง 

แท่งร้อนที่เพิ่งอ่อนตัวเมื่อครู่กลับตึงขึ้นอีกครั้งราวกับถูกกระตุ้นด้วยเวทมนตร์ ทั้งที่ความจริง มะนาวเพียงแค่อยากรู้รสชาติของมัน เขาเคยได้ยินคนพูดถึงกัน บ้างก็ว่าอร่อย บ้างก็ว่าไม่

แต่เขาไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้น กำลังปลุกไฟในกายของชลาธรให้ลุกโชนขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่


บทก่อนหน้า
บทถัดไป