บทที่ 9 บทที่ 5 มะนาวทำคนอื่นเดือดร้อน!

บทที่ 5

มะนาวทำคนอื่นเดือดร้อน!

หลายชั่วโมงผ่านไป ชลาธรยังนั่งอยู่ในห้องทำงาน ปกติช่วงเวลานี้เขามักจะเล่นเกมพร้อมโวยวายใส่ทีม แต่วันนี้กลับไม่มีสมาธิเอาเสียเลย

ภาพของเด็กคนนั้นลอยวนอยู่ในหัวไม่หยุด เสียงเล็ก ๆ ที่เรียกเขา "คุณสาม" ทุกครั้งที่เขาสอดตัวเองเข้าไปลึกสุด ความรู้สึกนั้นฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก จนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งสิ้น

ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เสียงที่ปกติแล้วเขามักจะรำคาญ เพราะรู้ว่ามันหมายถึงพราวมุกจะเอางานหรือเอกสารมาให้เซ็น แต่วันนี้…มันกลับดังเหมือนสัญญาณแห่งความหวัง

“เข้ามา”

พราวมุกเพิ่งก้าวพ้นธรณีประตูไม่ถึงสองก้าว เขาก็รัวคำถามใส่แทบจะทันที

“เป็นไง เจอแล้วใช่ไหมเด็กนั่น? สรุปว่าเป็นใคร?”

“เอ่อ…” พราวมุก อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ “ยังค่ะ แต่ดิฉันสั่งให้เช็กภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว เดี๋ยวช่วงเที่ยงดิฉันจะลงไปดูที่ห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัย”

ชลาธรจิ๊ปากทันที “ผมสั่งพี่ตั้งแต่เข้ามาทำงาน แต่พี่บอกจะไปทำให้ตอนเที่ยง…นี่คำสั่งของผมไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอ”

พราวมุกเลิกคิ้ว มองสีหน้าและท่าทางของเจ้านายด้วยความประหลาดใจ เธอไม่ได้อยากรู้อยากเห็น แต่เพราะทำงานกับเขามานานจนรู้ว่าครั้งนี้มันแปลกกว่าทุกที

“บอสคะ ดิฉันดูแลบอสมา…ปีนี้ก็ปีที่ 8 แล้ว ตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย จนตอนนี้บอสอายุย่างเลขสาม บอสไม่เคยถามหาใครก็ตามที่เคยนอนด้วยเลย ดิฉันก็เลยคิดเอาเองว่าเรื่องนี้ไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้น”

เธอเว้นจังหวะ ก่อนเอ่ยต่อเสียงนิ่ง

“แต่ดิฉันก็ไม่ได้ละเลยนะคะ แค่รอให้พอมีเวลาว่างแล้วจะไปจัดการให้ เพียงแต่เรื่องนี้ทำให้ดิฉันสงสัยว่า เด็กคนนั้นมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นคะ”

“ไม่มี” ชลาธรตอบห้วน ๆ พร้อมสะบัดหน้าหนี

“ไม่มี?” พราวมุกทวนคำราวกับจะจับผิด ทำเอาเขารู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม จึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“แล้วมีธุระอะไรถึงมาเคาะประตู”

“ดิฉันจะมาเรียนว่า มีตารางนัดหมายทานข้าวเย็นกับคุณเด่นจันทร์ ว่าที่คู่หมั้นเย็นนี้นะคะ ดิฉันมาแจ้งสถานที่ เตรียมช่อดอกไม้ แล้วก็ชุดสำหรับเปลี่ยนเผื่อบอสจะไม่กลับคอนโดแล้วตรงไปเลย เวลาคือหนึ่งทุ่มตรงค่ะ”

“ไม่ไป ขี้เกียจ วันนี้มีนัดตีป้อมกับเพื่อน”

“แต่คุณหญิงอังคณาสั่งไว้ว่ายังไงบอสก็ต้องไปให้ได้ค่ะ”

“ไม่ไป อารมณ์ไม่ดี”

“บอสคะ ผู้หญิงคนนี้ คุณหญิงเป็นคนเลือกไว้ หมายมั่นปั้นมือจะให้แต่งเข้าบ้าน”

ชลาธรกลอกตาใส่ทันที เขาได้ยินประโยคนี้มากี่รอบแล้วก็ไม่รู้

“ถ้าอยากให้แต่งเข้าบ้านมาก ก็ให้หม่าม้าแต่งเองเลย ผมไม่ไป”

พราวมุกรู้นิสัยเขาดี และรู้ว่าเรื่องนี้เขาไม่เคยเต็มใจ แต่เธอก็ไม่อยากขัดใจคุณหญิงที่เอ็นดูเธอราวกับลูกสาว จึงเลือกใช้ข้อเสนอแลกเปลี่ยน

“งั้นเอาแบบนี้ดีไหมคะ ดิฉันจะไปตามตัวเด็กคนนั้นให้บอส ภายในบ่ายนี้บอสจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา เป็นใครมาจากไหน ลูกเต้าเหล่าใคร แลกกับการที่บอสต้องไปทานมื้อเย็นกับคุณเด่นจันทร์”

“ดีล” คำตอบสั้น ๆ หลุดออกมาทันทีพร้อมรอยยิ้มร่าของเจ้านายที่หมู่นี้เธอได้เห็นไม่บ่อยนัก

ที่ชั้น 12 

ชั้นนี้เป็นพื้นที่ของฝ่ายบัญชีของบริษัท บรรยากาศภายในเงียบสงบ มีเพียงเสียงแป้นคีย์บอร์ดดังเป็นจังหวะ ร่างของพราวมุกก้าวนวยนาดเข้ามาในช่วงบ่ายโมงตรง

พนักงานหลายคนก้มหน้าทำงานอย่างขะมักเขม้น บ้างที่คุ้นเคยก็ยกมือไหว้หรือส่งยิ้มทักทาย ส่วนใครที่ไม่รู้จักก็ยังคงจดจ่อกับตัวเลขตรงหน้า ถึงเธอจะเป็นเลขาฯ ที่ทำงานใกล้ชิดผู้บริหารมานาน แต่ท้ายที่สุดก็เป็นพนักงานเหมือนกับทุกคน ดังนั้นการมาของเธอจึงไม่ได้ชวนให้ใครตื่นเต้นนัก

เธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดที่โต๊ะทำงานซึ่งมีป้ายชื่อเล็ก ๆ ตั้งอยู่ อรพิน กุลเศรษฐ์ หญิงวัยสามสิบต้นที่กำลังก้มจดอะไรบางอย่างลงในแฟ้ม

“สวัสดีค่ะคุณอรพิน ขอรบกวนเวลาสักครู่ได้ไหมคะ”

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร แววตาฉายแววประหลาดใจปนระแวงเล็กน้อย เธอจำใบหน้าผู้หญิงตรงหน้าได้ แม้ไม่เคยคุยกันสักครั้ง

คุณพราวมุก เลขาส่วนตัวของท่านประธาน ผู้มีชื่อเสียงในหมู่พนักงานเรื่องความเข้มงวดและท่าทีเย็นชา ไม่ใช่คนที่จะมาเดินเล่นไปทั่วแผนกโดยไม่มีเหตุผลแน่ ๆ

อรพินกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว ความคิดแล่นวาบในหัวว่าเธอไปเผลอทำอะไรผิดไว้หรือเปล่า ก่อนจะรีบปั้นรอยยิ้มสุภาพขึ้น “ได้ค่ะ คุณพราวมุก มีอะไรกับอรหรือเปล่าคะ”

พราวมุกยกยิ้มแบบที่ไม่อาจคาดเดาความคิดได้ “เราไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟดีไหมคะ”

กาแฟร้อนตรงหน้าส่งกลิ่นหอมกรุ่น แต่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแทบไม่กล้าขยับมือแตะถ้วย อรพินนั่งตัวตรง เกร็งไปทั้งแผ่นหลัง หัวสมองเอาแต่คิดวนว่า เธอไปทำอะไรผิดไว้กันนะ

พราวมุกนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม ปลายนิ้วกวาดช้อนคนกาแฟวนช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงราบ “เมื่อวาน ดิฉันเห็นคุณอรพินที่ชั้นหก…กับเด็กผู้ชายที่สวมแว่น”

อรพินพยักหน้ารับเบา ๆ ไม่กล้าสอดแทรก เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายยังพูดไม่จบ

“ไม่ทราบว่าเด็กคนนั้นเป็นใครคะ? พอดีดิฉันสอบถามจากห้องรักษาความปลอดภัย กับพวก รปภ. แล้ว แต่ไม่มีใครรู้จักเลย” น้ำเสียงพราวมุกยังสุภาพ แต่แฝงความกดดันแบบอธิบายไม่ถูก

หัวใจอรพินกระตุกวูบ แทบอยากมุดแผ่นดินหนี นี่เธอกำลังจะถูกตำหนิเพราะฝากงานให้มะนาว แต่เขาดันหนีการสัมภาษณ์แน่ ๆ

ใบหน้าหวานเจื่อนลง อรพินอ้อมแอ้มตอบ “คือ…เป็นญาติ…ญาติห่าง ๆ ของอรเองค่ะ” เธอไม่กล้าพูด ว่าจริง ๆ แล้วเป็นลูกพี่ลูกน้อง เพราะกลัวจะโดนหางเลขไปด้วย

“ค่ะ แล้ว?” 

“คือ…อรเป็นคนแนะนำให้มะนาวมาสมัครงานที่นี่ค่ะ”

“มะนาว?” พราวมุกทวนคำ

“ค่ะ เขาชื่อมะนาว ชื่อจริง ‘ณภัทร’ ค่ะ”

ดวงตาคมของพราวมุกนิ่งไม่ไหวติง “คุณอรพินเลยเป็นธุระฝากงานให้ ใช่ไหมคะ?”

อรพินก้มหน้าลงเหมือนเด็กถูกจับได้ว่าทำผิด “ใช่ค่ะ…อรขอโทษแทนน้องด้วยนะคะ ที่เขาหนีการสัมภาษณ์งานแบบนั้น คืออรก็ดุเขาไปแล้ว แต่ไม่อยากให้ถึงขั้นติดแบล็กลิสต์จนสมัครงานที่นี่ไม่ได้เลยค่ะ อรแค่อยากให้มะนาวได้ทำงาน…”

พราวมุกพยักหน้าช้า ๆ เหมือนฟัง แต่ความจริงแล้วในหัวเธอเริ่มประมวลภาพและต่อจิ๊กซอว์เข้าใจเรื่องทั้งหมด มะนาวไม่ได้มีเจตนาหลบหนีอะไร เพียงแค่อยู่ผิดที่ผิดทางเท่านั้น

“คุณอรพินคะ ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวดิฉันจัดการต่อเองค่ะ หลักฐานการสมัครงานของเขายังอยู่ที่ฝ่ายบุคคลไหมคะ”

“อยู่ค่ะ” 

รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปากของพราวมุก “งั้นดิฉันไม่รบกวนเวลาแล้วค่ะ ขอบคุณมาก”

เธอลุกขึ้นอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ และความรู้สึกหนักใจของอรพิน

อรพินเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน สีหน้าเธอยังตึงเครียดจากบทสนทนากับพราวมุกไม่หายดี คนข้าง ๆ ก็เอื้อมมือมาสะกิด

“พี่อร เขาเรียกไปทำอะไรอ่ะ” เสียงชายหนุ่มรูปร่างบอบบางดังขึ้น เทียนหอม ญาติห่าง ๆ ของอรพินและมะนาว เขาเป็นอีกคนที่เธอเคยออกหน้าไปฝากงานให้

เทียนหอมชะโงกหน้าเข้ามาเล็กน้อย สายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้จะเป็นญาติห่าง ๆ กัน แต่เขาก็รู้ตัวว่ามะนาวหน้าตาน่ารักกว่ามาก พวกเขาอายุเท่ากัน เรียนที่เดียวกัน และมะนาวก็เป็นที่นิยมชมชอบของคนอื่น ๆ เพราะหน้าตาดี ต่างจากเขาที่หน้าตาแค่พอใช้ได้ แต่นิสัย...

พอเห็นสีหน้าหนักใจของอรพิน เขาก็รีบพูดแทรกทันที “โดนเรียกไปเรื่องนาวใช่ไหมพี่…ที่มันหนีสัมภาษณ์”

หญิงสาวถอนหายใจ พยักหน้ารับอย่างขอไปที ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ ไม่อยากจะเปิดปากคุยเรื่องนี้อีก แต่เทียนหอมก็ไม่หยุดปาก

“ฉันว่านะ มะนาวมันไม่เอาอะไรหรอก เรียนจบมาตั้งปี ยังหางานทำไม่ได้…สงสารก็แต่พี่ อุตส่าห์ออกหน้าให้”

อรพินเงียบ เธอแก่กว่าพวกเขา และยังเอ็นดูทั้งคู่ในฐานะพี่สาวคนหนึ่ง 

แต่ปากของเทียนหอมยังจ้อไม่หยุด “แต่คนนั้นน่ะ เลขาของท่านประธานเลยนะพี่ มาเองกับตัวแบบนี้ ผมว่ามันเรื่องใหญ่นะ มะนาวนะ มะนาว…ทำคนอื่นเดือดร้อนไม่รู้ตัว”

เขาจีบปากจีบคอพูด หวังให้อรพินเอียงใจไม่ชอบมะนาวตามไปด้วย

อรพินถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยตัดบท “เทียน เคลียร์งานเสร็จแล้วเหรอ”

“ทำแป๊บเดียวพี่” เขาตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะวกกลับมาเรื่องเดิมแบบไม่อ้อมค้อม “ว่าแต่…น่าอิจฉาจังเลยน้า คุณพราวมุกเนี่ย ได้อยู่ใกล้ท่านประธานทุกวัน”

ตาเทียนหอมเป็นประกายทันที “นี่พี่รู้ไหม คุณสามของเราน่ะ อาทิตย์ก่อนเพิ่งไปถ่ายรูปลงเพจดัง ขนาดไม่ได้ตั้งใจแอคท่าอะไรนะ ยังออกมาแบบหล่อโคตร ๆ นี่ฉันเคยเห็นตัวเป็น ๆ ครั้งหนึ่ง หล่อแบบหมาตายควายตะลึง! ไม่รู้วาสนาใครเนอะ ฉันน่ะ ขอแค่ได้หายใจในห้องเดียวกันกับเขาก็ถือว่าเกิดมาคุ้มแล้ว”

อรพินถอนหายใจแรงกว่าเดิม ความเหนื่อยหน่ายฉายชัดบนใบหน้า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เทียนหอมพร่ำชมท่านประธานให้เธอฟัง เขาเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณสาม แต่ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะมาร่วมวงฝันกลางวันใด ๆ ทั้งสิ้น

“วาสนาใครก็ไม่รู้ แต่ไม่ใช่พนักงานต๊อกต๋อยอย่างพวกเราหรอก” เธอตัดบทเสียงเรียบ “หยุดละเมอแล้วไปทำงานได้แล้ว”

“เฮ้อ…ก็ได้” เทียนหอมลากเสียงอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมหยุดปากในที่สุด


บทก่อนหน้า
บทถัดไป