บทที่ 10 จีบอยู่นะรู้ยัง

หญิงสาวขยับเรียวขาเนียนขึ้นมานั่งไขว่ห้าง ส่งผลให้ชายกระโปรงทรงสอบร่นสูงขึ้นไปอีกจนเผยให้เห็นต้นขาขาวผ่องนวลตาเด่นชัด กวินภพถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ความร้อนรุ่มในกายรบกวนจิตใจทีละน้อย ยิ่งเห็นความงดงามตรงหน้าปรากฏแก่สายตา พ่อหม้ายหนุ่มก็ยิ่งกระสับกระส่าย

เขารู้ดีแก่ใจว่าการทอดสายตาโลมเลียเด็กสาวในปกครองเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่สุภาพและผิดจรรยาบรรณยิ่งเธอก็เป็นลูกสาวของผู้มีพระคุณ แต่วินาทีนี้ใครกันเล่าจะอดใจไหว ยิ่งอยู่ใกล้กลิ่นสาวแรกรุ่นก็ยิ่งทำให้กวินภพอยากจะดึงรั้งร่างระหงเข้ามานั่งตักแล้วโอบกอดบดขยี้ซะให้รู้แล้วรู้รอด

พอถึงเวลาพักกลางวัน กวินภพก็พาณัฐณิชาออกมาทานอาหารที่ร้านประจำของเขาใกล้ ๆ กับโรงแรมซึ่งเป็นร้านอาหารไทย ทันทีที่ทั้งคู่ก้าวเท้าเดินเคียงคู่กันออกมา แน่นอนว่าณัฐณิชาตกเป็นเป้าสายตาและโดนพนักงานสาว ๆ ในโรงแรมมองมาด้วยความริษยาตาร้อนอย่างเปิดเผย

“คุณณิชาอยากทานอะไรสั่งได้ตามสบายเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” กวินภพยื่นเล่มเมนูอาหารให้หญิงสาว

“คุณภพชอบทานอาหารไทยหรือคะ” ณัฐณิชาถามพลางเปิดดูรายการอาหาร กวินภพจุดยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสีหน้าตั้งอกตั้งใจยามที่เธอกำลังกวาดสายตาเลือกของอร่อย

“ครับ... ผมชอบอาหารไทยมาก และที่สำคัญ... ผมชอบผู้หญิงไทยด้วยครับ”

ประธานหนุ่มเผลอหลุดปากเผยความนัยออกไปดื้อ ๆ เล่นเอาณัฐณิชาชะงักไปชั่วขณะ นิ้วเรียวที่กำลังเปิดหน้าเมนูค้างเติ่ง เธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มในเวลานี้ เพราะรู้ดีว่าพวงแก้มของตัวเองต้องแดงแจ๋จนน่าอายแน่ ๆ

“เหรอคะ... แล้วสเปกผู้หญิงของคุณภพประมาณไหนหรือคะ” ณัฐณิชาแกล้งเอ่ยย้อนถามแก้เกี้ยว

กวินภพหัวเราะในลำคอพรืดใหญ่ นึกขบขันที่แม่สาวน้อยช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยว่าเขากำลังเปิดฉากรุกคืบขายขนมจีบเธออยู่ ณัฐณิชายังคงก้มหน้าก้มตาจิบน้ำส้มคั้นในแก้วเพื่อดับความตื่นเต้นเพราะทนสายตาคมที่จับจ้องใบหน้าเธอไม่ไหว ต่างจากกวินภพที่เอาแต่มองดวงตาคู่สวยและริมฝีปากอิ่มอย่างไม่ละสายตา

ณัฐณิชาเลือกสั่งอาหารมาสองสามอย่าง ส่วนกวินภพเลือกที่จะไม่สั่งอะไรเพิ่มเติมเพราะตั้งใจจะร่วมรับประทานอาหารที่ผู้ช่วยสาวเลือกสรร

“ผมชอบทานอาหารไทยมากครับ อ้อ... อันดาก็ชอบเหมือนกัน แต่รายนั้นเขาจะโปรดปรานซุปมักกะโรนีเป็นพิเศษครับ แต่ช่วงหลัง ๆ มานี้ผมยุ่งมาก ไม่ค่อยมีเวลาว่างพาลูกสาวไปทานของอร่อย ๆ ของแกเลย” กวินภพบ่นเปรยน้ำเสียงเศร้าลงเล็กน้อย ในใจลึก ๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหญิงสาวตรงหน้าจะมีเสน่ห์ปลายจวัก เขารู้สึกฝังใจและชื่นชอบผู้หญิงที่ทำอาหารเก่ง ซึ่งต่างจากอดีตภรรยาอย่างมินตราสิ้นเชิง รายนั้นหยิบจับงานครัวไม่เป็นเลยสักอย่าง

“จริงหรือคะ งั้น... เอาไว้ถ้าวันไหนณิชาว่าง ณิชาจะทำให้อันดากับคุณภพทานนะคะ ไม่คิดเลยว่าคุณภพจะชอบอาหารไทยเหมือนกัน” ประโยคนั้นช่างเข้าทางณัฐณิชาอย่างจัง หญิงสาวลอบมองใบหน้าคมคายด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านในหัวใจ ไม่คาดคิดเลยว่าชายหนุ่มที่มีโปรไฟล์หรูหราเพียบพร้อมคนนี้ จะมีมุมที่เรียบง่ายและติดดินจนเข้าถึงได้ง่ายขนาดนี้ หรือบางทีสายตาอบอุ่นที่เขาทอดมองมาบ่อย ๆ นั้น จะหมายความว่าเขาแอบมีใจให้เธออยู่เหมือนกัน รอยยิ้มละมุนบางเบาจุดประกายขึ้นบนริมฝีปากอิ่มเมื่อคิดเข้าข้างตัวเองในใจ

“จะไม่เป็นการรบกวนคุณณิชาแย่หรือครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของกวินภพเอ่ยถาม ทว่านัยน์ตาคมคู่นั้นกลับตราตรึงทอประกายอย่างปิดไม่มิด คล้ายกำลังท้าทายและรอคอยคำตอบจากเธออยู่กลาย ๆ

“ไม่รบกวนเลยค่ะ... เอาไว้วันไหนว่าง ๆ เราสองคนไปเดินเลือกซื้อวัตถุดิบด้วยกันดีไหมคะ จะได้กลับมาทำอาหารแล้วก็ขนมอร่อย ๆ ให้อันดาทานกัน นอกเหนือจากคุกกี้แล้ว ณิชายังทำขนมไทยโบราณเป็นอีกหลายอย่างเลยนะคะ”

“ผมยังติดใจรสชาติอาหารฝีมือคุณอยู่เลยนะครับ... เย็นวันนั้น อาหารฝีมือคุณอร่อยมาก อร่อยทุกอย่างเลยจริง ๆ” เขาจงใจทอดเสียงนุ่มลึก สายตาที่จับจ้องราวกำลังบอกว่าสิ่งที่เขาติดใจ อาจไม่ใช่แค่รสชาติของอาหารเพียงอย่างเดียว

“อ๋อ... เย็นวันนั้นคุณแม่ช่วยด้วยน่ะค่ะ ณิชาไม่ได้ทำเองทั้งหมดหรอก” หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบ พลางหลบสายตาคมที่มองมาด้วยความขัดเขิน

“อย่าถ่อมตัวไปเลยครับ” กวินภพขยับรอยยิ้มเสน่ห์ น้ำเสียงทุ้มเอ่ยย้ำช้า ๆ อย่างหนักแน่น

“ถ้าไม่รังเกียจ ผมไปอยากทานกับข้าวฝีมือคุณทุกวันเลย อิจฉาพี่รัฐจังเลยนะครับ มีลูกสาวกับอาหารไทยอร่อย ๆ แบบนี้ ไม่ต้องไปจ้างพ่อครัวที่ไหนเลย”

“คุณภพก็พูดเกินไป ณิชาตัวจะลอยได้อยู่แล้วนะคะ เอาเป็นว่าณิชายินดีทำอาหารให้คุณภพกับน้องอันดาทานค่ะ” หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกจนแทบทะลุอก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันตาเมื่อเจอการรุกคืบทางสายตาและถ้อยคำกึ่งออดอ้อนนั้นเข้าไป ชายหนุ่มเห็นท่าทางเอียงอายราวกับดอกไม้แรกแย้มก็ลอบหัวใจพองโต ก่อนจะดึงลูกสาวตัวน้อยมาเป็นข้ออ้างเพื่อสานต่อความสัมพันธ์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป