บทที่ 12 คุณแม่จำเป็น
ณ หน้าตึกเรียนประถมศึกษากลางกรุงปารีส ทันทีที่หนูน้อยอันดาเหลือบไปเห็นพี่สาวแสนสวยเดินมารับแทนคุณพ่อ เด็กหญิงตัวน้อยก็รีบเช็กความมั่นใจด้วยการกดโทรศัพท์สายตรงหาผู้เป็นพ่อทันทีตามนิสัยช่างซักชักถามและรอบคอบที่กวินภพอบรมสั่งสอนมาอย่างดี หลังจากปลายสายเอ่ยยืนยันด้วยน้ำเสียงอบอุ่น อันดาก็ยอมลดการตั้งการ์ดและก้าวเท้าเดินตามณัฐณิชากลับไปที่รถแต่โดยดี
ทว่าในระหว่างที่เด็กน้อยกำลังจะก้าวขาขึ้นรถยนต์คันหรู เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่เดินผ่านมาพอดีก็เอ่ยปากทักทายขึ้นเสียงใส
“อันดา!!!... นั่นคุณแม่ของเธอเหรอ สวยจังเลย เราดีใจด้วยที่วันนี้แม่เธอมารับ เรากลับก่อนนะ” คำพูดซื่อ ๆ ของเพื่อนทำให้ร่างเล็กชะงักกึก ดวงตากลมโตสั่นไหวและหมองเศร้าลงในพริบตา เด็กน้อยไม่ได้หันไปตอบคำถามเพื่อนพลางก้มใบหน้าจิ้มลิ้มมองปลายเท้าตัวเอง นิ้วมือน้อย ๆ ลอบกำชายเสื้อแน่น
อันดารู้สึกอิจฉาเพื่อนคนอื่น ๆ ในใจเหลือเกินที่มีคุณแม่มารอรับพร้อมหน้าพร้อมตา น้ำตาใส ๆ เริ่มเอ่อคลอหน่วยตาคู่สวยจนณัฐณิชาที่ลอบสังเกตอยู่ต้องรีบทรุดตัวลงคุกเข่าลงบนพื้นตรงหน้าเด็กน้อยทันที
“ร้องไห้ทำไมคะคนเก่งของพี่ณิชา... มีอะไร ไหนบอกพี่ได้มั้ยคะ”
“อันดา... อันดาอิจฉาเพื่อนค่ะ เพื่อน ๆ มีคุณแม่มารับกันทุกคนเลย แต่อันดาไม่มี...” เสียงเล็ก ๆ เริ่มสั่นเครือหนาทึบก่อนจะสะอื้นเล็กน้อยจนคนฟังอย่างณัฐณิชาใจสลายด้วยความเวทนา
ณัฐณิชาไม่รอช้า ดึงร่างเล็กบอบบางของหนูน้อยเข้ามากอดแนบอกอย่างรักใคร่สงสารจับใจ มือเรียวคอยลูบแผ่นหลังน้อย ๆ เพื่อปลอบประโลม
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะคะ... ถ้าอย่างนั้น วันนี้ให้พี่ณิชาเป็นคุณแม่ให้อันดาหนึ่งวันเลยดีมั้ยคะ” อันดาผละออกจากอ้อมกอด แววตาช้อนขึ้นมองทั้งน้ำตา ทันใดนั้นรอยยิ้มกว้างขวางก็จุดประกายบนใบหน้าจิ้มลิ้ม
“จริงเหรอคะ! แต่อันดาอยากให้พี่ณิชามาเป็นคุณแม่ของอันดาทุก ๆ วันเลยได้ไหมคะไม่ใช่แค่ วันเดียว”
“ได้ซิ... พี่ณิชาจะเป็นแม่ดูแลอันดาทุกวันเลย ดีมั้ยคะ”
คำมั่นสัญญาอันอ่อนหวานชวนฝันนั้นทำให้อันดากลับมาเริงร่าสดใสราวกับได้แก้วตาดวงใจคืนมา ณัฐณิชาจัดแจงพาเด็กน้อยไปนั่งทานไอศกรีมร้านโปรด ก่อนจะพากลับมาพักผ่อนยังบ้านพักของเธอเองเพื่อรอกวินภพเคลียร์งานเสร็จมารับ หญิงสาวทำหน้าที่คุณแม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ ทั้งพาอาบน้ำสระผม สอนการบ้าน และนอนกอดพร้อมกับเล่านิทานก่อนนอนให้เด็กน้อยฟัง ความน่ารัก อ่อนหวาน และไร้เดียงสาของอันดาทำให้ณัฐณิชาตกหลุมรักหนูน้อยจนถอนตัวไม่ขึ้น เธอเริ่มรู้สึกเสพติดหน้าที่แม่ ราวกับว่าเด็กหญิงคนนี้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายในใจ และทำให้เธอรู้สึกคล้ายกับได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตอันลึกลับของกวินภพจริง ๆ
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งเกือบห้าทุ่ม เสียงสั่นแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนข้างกายปลุกณัฐณิชาให้สะดุ้งตื่นจากห้วงนิทรา มือเรียวรีบกดรับสายแล้วลุกออกจากเตียงนอนอย่างแผ่วเบา
“ณิชา! ตอนนี้ผมอยู่หน้าบ้านคุณแล้ว ช่วยลงมาเปิดประตูให้หน่อยได้มั้ย” หญิงสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงบันไดไปเปิดประตูต้อนรับเจ้านายหนุ่มที่ยืนอยู่ในสภาพสูทหลุดลุ่ย ใบหน้าคมเข้มฉายแววอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
กวินภพก้าวเดินตามแรงดึงดูดของเธอขึ้นไปยังห้องนอนด้านบน เมื่อสายตาคมทอดมองเห็นลูกสาวตัวน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงหนานุ่ม ชายหนุ่มก็ทิ้งกายทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเบดตัวยาวข้างเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง
“ผมต้องขอโทษจริง ๆ นะครับณิชา ที่ทำให้คุณต้องลำบากคอยเป็นพี่เลี้ยงให้อันดา”
“ไม่ลำบากเลยสักนิดค่ะคุณภพ ณิชาเต็มใจและยินดีมาก ๆ ค่ะ” เธอเอ่ยเสียงนุ่มพลางทิ้งตัวลงนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันข้าง ๆ เขาด้วยความลืมตัวและห่วงใย
ภายในห้องนอนกว้างขวางที่ตกแต่งอย่างมีระดับ แสงสว่างสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสีส้มอบอุ่นสาดส่องรำไร ขับเน้นให้บรรยากาศที่เงียบสงัดรอบกายดูวาบหวามและเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดขึ้นมาถนัดตา กวินภพที่ตอนแรกอ่อนเพลียจนตาแทบปิดกลับต้องเบิกตากว้างตื่นเต็มตาในทันใด เมื่อสายตาคมปะทะเข้ากับร่างระหงของณัฐณิชาที่อยู่ในชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแชมเปญ เนื้อผ้าซาตินบางเบาพลิ้วไหวทิ้งตัวลู่ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งเน้นสะโพกผายและเอวคอดกิ่วอย่างเป็นธรรมชาติ
ผิวกายขาวจัดเนียนละเอียดดุจน้ำนมของเธอสะท้อนแสงไฟรำไรดูนุ่มนวลชวนให้อยากสัมผัสไปทุกสัดส่วน ยิ่งเมื่อมองร่องอกผ่านสาบเสื้อที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจเข้าออก พ่อหม้ายใหญ่ก็แทบเลือดกำเดาไหล ยอดปทุมถันสีหวานดุนดันเนื้อผ้าซาตินบางเฉียบออกมาอย่างเด่นชัด เธอไม่ได้สวมบราข้างใน!
ยามที่เธอขยับกาย ทรวงอกอวบอิ่มเต่งตึงรูปทรงหยดน้ำคู่สวยก็บดเบียดสั่นไหวอยู่ภายใต้ร่มผ้า ความนุ่มหยุ่นที่โผล่พ้นสาบเสื้อออกมาช่างล่อตาล่อใจ เสริมให้เรือนร่างของเธอเซ็กซี่และเย้ายวนใจจนกวินภพต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอที่แห้งผาก
