บทที่ 2 จิตใจทำด้วยอะไร
“คุณมีคนใหม่แล้วใช่ไหม” น้ำเสียงของกวินภพสั่นพร่า เค้นถามคำถามที่กรีดลึกในใจออกไป
“ค่ะ เขาเปย์ฉันได้มากกว่าคุณ... แล้วฉันจะโอนค่าเลี้ยงดูอันดามาให้ทีหลัง” มินตราตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ความอาทรในดวงตาคู่สวยที่เขาเคยหลงใหล
“ไม่ต้อง! อยากไปก็ไป ผมจะไม่ขอรับเงินของคุณแม้แต่บาทเดียว!”
“ก็ดี... แล้วอย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน”
“ผมไม่เข้าใจ! ผมรักคุณ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งสามปีแล้วนะมินตรา คุณจะทิ้งผมไปหาคนอื่นง่ายๆ แบบนี้อะเหรอ คุณไม่สงสารลูกบ้างรึไง!” กวินภพโพล่งออกมาความอัดอั้นดังลั่นห้องส่งผลให้ อันดาลูกสาวตัวน้อยที่กำลังหลับสนิทสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยระเบิดขึ้นพร้อมกับหยาดน้ำตาของลูกผู้ชายที่ไหลพรากอาบสองแก้มของผู้เป็นบิดา
ชายหนุ่มทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นกระเบื้องอันเย็นเยียบ สองแขนโอบกอดร่างเล็ก ๆ ของลูกสาวที่กำลังขวัญเสียไว้แนบอก หัวใจของเขาเหมือนถูกบดขยี้จนแหลกลาญ
“มินตรา... ช่วยรออีกหน่อยไม่ได้เหรอ ผมกำลังจะเจรจากับผู้ลงทุนรายใหม่อยู่นะ” เขากระซิบอ้อนวอนปนเสียงสะอื้น สายตาที่เงยขึ้นมองเธอเต็มไปด้วยความเว้าวอนและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
“ผมขอแค่เวลา... แล้วผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าผมสามารถเลี้ยงคุณกับลูกให้สุขสบายได้ ขอแค่คุณอยู่เคียงข้างผมเป็นกำลังใจให้ผมกับลูกก่อนได้มั้ย อีกไม่นานผมจะทำให้ธุรกิจของเราฟื้นตัวกลับมาเป็นเหมือนเดิม” ไม่มีเสียงตอบรับอันใดจากภรรยาผู้สูงส่ง
เสียงไห้โฮของหนูน้อยอันดายังคงดังระงม ร่างกายขดคู้สั่นเทาด้วยความกลัวท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ชายวัยสามสิบสี่ปีผู้เคยทระนงในศักดิ์ศรี บัดนี้ยอมคุกเข่าอ้อนวอนภรรยาเป็นครั้งสุดท้าย ในสภาพที่ดูบอบช้ำรันทดเกินกว่าจะสรรหาคำใดมาบรรยาย
มินตราก้มลงมองสามี แววตาคู่ระยับคู่นั้นเย็นชาสนิทและนิ่งสนิทไร้ความไหวติง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก วูบหนึ่งมีความสับสนพาดผ่านทว่าความรักความสบายและเห็นแก่ตัวกลับมีอำนาจเหนือกว่าทุกสิ่ง
“ฉันรู้ว่าคุณยังรักฉันอยู่... แต่ฉันไม่ได้รักคุณแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ” ถ้อยคำราบเรียบนั้นราวกับมีดคมกริบที่ปักทะลุกลางอกขยี้แผลเดิมจนเหวอะหวะ
“ฉันเชื่อว่าคุณจะเจอผู้หญิงที่รักคุณมากกว่าฉัน... เราเลิกกันเถอะค่ะ ฝากดูแลอันดาให้ดีๆ ด้วยนะ”
มินตราหันหลังกลับโดยไม่แม้แต่จะเหลียวมามองอดีตที่เธอทิ้งไว้เบื้องหลัง มือเรียวคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าใบโตที่เตรียมไว้แล้วก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เรี่ยวแรงทั้งหมดของกวินภพคล้ายถูกสูบหายไปในพริบตา ชายหนุ่มวางร่างลูกน้อยลง ลูกสาวตัวน้อยสะอื้นไห้ไม่หยุดพอ ๆ กับผู้เป็นบิดา
“แม่!... จาหาแม่!” สัญชาตญาณทำให้เด็กน้อยวิ่งเตาะแตะตามแผ่นหลังของมารดาไป เสียงร้องไห้จ้าดังระงมไปทั่วบริเวณ ทว่ากวินภพกลับต้องถลาเข้าไปรั้งตัวลูกสาวไว้แน่น เพราะในนาทีถัดมา มินตราก็ก้าวขึ้นไปบนรถยนต์คันหรูที่มารับเธอถึงหน้าบ้าน รถยนต์เคลื่อนตัวออกไปทันที
“แม่... จาไปไหน อื้อ...ฮือ...กรี๊ดดด!!” อันดาร้องตะโกนสุดเสียงพลางยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปในอากาศ หมายจะไขว่คว้าอ้อมกอดของมารดาที่ไม่มีวันหวนคืน
ยานพาหนะคันนั้นแล่นทะยานจนลับสายตา เหลือเพียงสองพ่อลูกที่ยืนกอดกันกลมท่ามกลางความเงียบงันที่คืบคลานเข้ามา ไม่มีอีกแล้วผู้หญิงที่เขาเคยรักหมดหัวใจ ผู้หญิงที่เขาปักใจเชื่อว่าจะเป็นแม่ที่ดีของลูกได้
ทำไมเธอถึงทิ้งเขาไปเพียงเพราะเขาไม่เหลือเงินทองให้จับจ่าย? ทำไมเธอไม่อยู่ร่วมสู้กับอุปสรรค? ทำไมเธอถึงใจร้ายลูกไปได้อย่างเลือดเย็น? คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวที่อื้ออึง
“ปล่อยให้แม่ไปเถอะลูก... พ่อไม่มีเงิน แม่ต้องไปหาเงิน ตอนนี้หนูอยู่กับพ่อก่อนนะลูกนะ แล้ววันหนึ่งถ้าแม่เค้าหาเงินได้ แม่จะกลับมาหาหนู” กวินภพกระซิบปลอบลูกสาวตัวน้อยเสียงสั่นเครือ อ้อมกอดหนากระชับร่างเล็ก ๆ ของลูกสาวไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปอีกคน
“แล้วแม่... จากลับมาตอนไหนคะ” ใบหน้ากลมมนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเงยขึ้นถามผู้เป็นพ่อ ดวงตากลมโตฉายแววความหวังอันเดียงสา
“หนูต้องรอก่อนนะลูก... เดี๋ยวอีกไม่นานแม่คงกลับมา” กวินภพเค้นเสียงปลอบใจ คำโกหกที่เขาจำเป็นต้องสร้างขึ้น เพียงเพื่อประคองไม่ให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของลูกสาวต้องแตกสลายลงไปในตอนนี้
หนูน้อยอันดาร้องไห้สะอื้นจนเหนื่อยอ่อน และในที่สุดก็ฟุบหลับไปในอ้อมแขนที่อบอุ่นสั่นเทาของบิดา
กวินภพช้อนร่างไร้เดียงสาขึ้นมาประคองอย่างทะนุถนอม พาเธอมานอนบนเตียงนุ่มภายในห้องนอนของตัวเอง ห้องที่ว่างเปล่า เงียบสงัด และโดดเดี่ยวอย่างน่าใจหาย
ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งลงบนขอบเตียง ทอดสายตามองใบหน้ายามหลับใหลของลูกสาวที่ยังมีรอยคราบน้ำตา เฝ้าถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าทำไมมินตราถึงใจร้ายเช่นนี้ จิตใจความเป็นแม่มันไม่มีหลงเหลืออยู่บ้างเลยเหรอ มินตราเธอไม่ห่วงความรู้สึกของลูกที่เกิดจากสายเลือดของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
