บทที่ 3 เห็นแก่ความเป็นแม่

กวินภพทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถยนต์คันหรู ปล่อยให้ห้วงความคิดล่องลอยกลับไปสู่อดีต ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในวันวานยังคงแจ่มชัด ทว่าวันนี้มันกลับกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านของความเจ็บปวดที่มอดดับลงไปแล้ว สี่ปีเต็มที่เขาอุทิศลมหายใจและหยาดเหงื่อทั้งหมด ทุ่มเทระบายความช้ำลงไปกับการทำงานและดูแลลูกสาวเพียงคนเดียว

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้ชายตัวคนเดียวที่ต้องแบกรับภาระการกอบกู้ธุรกิจที่จวนเจียนจะล้มละลาย ไปพร้อม ๆ กับบทบาทของคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ถึงแม้ในตอนนี้ฐานะของเขาจะมั่นคงเป็นปึกแผ่นจนสามารถจ้างพี่เลี้ยงและแม่บ้านวัยกลางคนมาคอยดูแลอันดาได้ แต่หากมีเวลาว่าง กวินภพก็มักจะเลือกพาลูกเข้านอนและดูแลเธอด้วยตัวเองเสมอ

เขาไม่อยากให้อันดาเติบโตมาพร้อมกับปมด้อยเรื่องครอบครัวที่แตกแยก ถึงแม้ในบ้านหลังใหญ่โตหลังนี้จะไม่มีผู้เป็นแม่ แต่กวินภพเชื่อมั่นสุดหัวใจว่าความรักอันที่เขามีต่อบุตรสาวจะสามารถทำให้เขานั้นเป็นให้ได้ทั้งพ่อและแม่ในคราวเดียวกันให้แก่อันดา

หลายครั้งที่งานล้นมือจนสะสางไม่ทันที่บริษัท เขาก็เลือกที่จะหอบแฟ้มงานพะรุงพะรังกลับมาทำที่บ้าน เพื่อที่จะได้นั่งทำงานไปด้วยและคอยสอดส่องดูแลลูกสาวไปพร้อม ๆ กัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายพยายามแนะนำให้เขาเปิดใจรับใครสักคนเข้ามาเพื่อทำหน้าที่แม่ใหม่ให้อันดา แต่กวินภพไม่เคยเก็บเรื่องนั้นมาคิดเลยแม้แต่น้อย

บาดแผลบาดลึกและอดีตอันแสนเจ็บปวดนั้นสอนให้เขาเข็ดขยาดและรู้ซึ้งว่าอย่าได้ไว้ใจผู้หญิงคนไหนอีก กวินภพลงกลอนปิดตายประตูหัวใจตัวเองตั้งแต่วันนั้น และตั้งหน้าตั้งตาฟูมฟักอันดาจนตอนนี้ลูกน้อยของเขาอายุได้หกขวบแล้ว เขาเลี้ยงดูลูกสาวด้วยความรักทั้งหมดที่ผู้ชายคนหนึ่งจะพึงมีให้ได้ การทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาหายใจ กลายเป็นเกราะกำบังชั้นดีที่ทำให้เขาไม่มีเวลาว่างพอจะมานั่งหลั่งน้ำตาหรือคิดถึงผู้หญิงใจร้ายที่ชื่อมินตราอีกต่อไป

สิ่งที่อยู่ในหัวสมองของประธานหนุ่มวัยสามสิบแปดปีมีเพียงสิ่งเดียว คือทำอย่างไรให้ลูกสาวสุขสบายและมีอนาคตที่สดใสที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาหยัดยืนและสร้างขึ้นมาในวันนี้ก็เพื่อลูกเท่านั้น แต่จะว่าไปแล้วโชคชะตาก็มักเล่นตลกกับคนเราเสมอ กวินภพได้เวียนมาเจอกับมินตราอีกครั้งในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของสถานีโทรทัศน์ดิจิทัลชื่อดัง ซึ่งมีสามีคนใหม่วัยกลางคนของเธอเป็นเจ้าของ

มินตราดูเฉิดฉายและมีความสุขดีบนกองเงินกองทองที่สามีคราวพ่อประเคนให้ ชีวิตหรูหราสุขสบายโดยไม่ต้องเหนื่อยยาก เป็นสิ่งที่เธอใฝ่ฝันและวิ่งตามหามาตลอดชีวิต เมื่อเห็นว่าเธอได้ในสิ่งที่ต้องการและสุขสบายดีแล้ว ความห่วงใยในฐานะอดีตคนรักก็มอดดับลงไปอย่างสมบูรณ์ แต่อารมณ์กรุ่น ๆ ที่ยังติดค้างในใจมีเพียงคำถามเดียวในฐานะของคนเป็นพ่อ เมื่อมีโอกาสได้พบเจอกันมันก็เป็นสิ่งที่เขาอดถามไม่ได้

“คุณไม่คิดจะไปหาลูกบ้างเหรอมินตรา” น้ำเสียงของกวินภพเรียบเฉย ทว่าทรงพลังเยือกเย็นขณะเอ่ยถามอดีตภรรยาที่กำลังก้มหน้าเช็กความเรียบร้อยของเล็บราคาแพง

“หึ! คุณคิดว่าลูกโตขนาดนั้นแล้ว อันดายังจะจำฉันได้อยู่อีกเหรอคะ” มินตราแค่นยิ้มตอบอย่างไม่ยี่หระ

“ลูกเปิดดูรูปของคุณทุกวัน และเฝ้าถามถึงคุณตลอด ลูกไม่มีวันลืมคุณหรอกมินตรา” กวินภพสบตาเธอ แววตาคมกริบอ่านยากทว่าแฝงกระแสตัดพ้อ

“เป็นคุณเองรึเปล่าคะ ที่ลืมฉันไม่ได้ คุณภพ”

“ที่ผมถามก็เพราะเห็นว่าคุณเป็นแม่”

“ถ้าคุณไม่อยากเจอลูกก็ไม่เป็นไร”

“ช่วงนี้ฉันไม่ค่อยว่างน่ะค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะ” มินตราตัดบทอย่างรวดเร็วก่อนจะหมุนตัวเดินนวยนาดกลับเข้าไปในแสงสีและความสำราญของงานเลี้ยง ทิ้งให้กวินภพยืนมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกเวทนาและสมเพช

ลึก ๆ แล้วกวินภพก็แอบหวัง อยากให้อันดาได้สัมผัสไออุ่นจากคำว่าแม่บ้าง หรืออย่างน้อยที่สุด แค่ช่วงเวลาหลังเลิกเรียน ให้มินตราแวะไปหาลูกที่โรงเรียนสักหน่อยก็ยังดี ทว่าความจริงอันโหดร้ายสอนให้เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เมื่อคิดถึงตรงนี้ หัวใจของผู้เป็นพ่อก็อดที่จะเจ็บปวดร้าวแทนลูกสาวไม่ได้

ความน้อยใจและรอยแผลเป็นยังคงซุกซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง ก็เพราะแรงผลักดันจากความเจ็บปวดที่ผู้หญิงคนนี้ทิ้งไว้เป็นของต่างหน้าต่างหาก ที่เคี่ยวเข็ญและผลักดันให้เขาลุกขึ้นสู้จนก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ตราบเท่าทุกวันนี้

กวินภพทุ่มเทขยายอาณาจักรธุรกิจเข้าสู่ภาคการท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว โรงแรมหรูแห่งใหม่ของเขาทำกำไรมหาศาล และตอนนี้เขาก็กำลังเตรียมแผนขยายสาขาไปยังต่างประเทศ หลังจากมีกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ยื่นข้อเสนอให้เขาไปเปิดสาขาใหม่ที่นั่น กราฟชีวิตและธุรกิจของเขากำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาจับจองห้องพักจนเต็มล่วงหน้าแทบทั้งปี เสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์ดึงเขาออกจากห้วงความคิด ชายหนุ่มกดรับสายก่อนจะปรับอารมณ์ให้เป็นปกติเมื่อเห็นว่าเป็นคนสนิทผู้ที่เคยมีบุญคุณกับเขาโทรมา

“สวัสดีครับพี่รัฐ” กวินภพกรอกเสียงทุ้มลงไป ก่อนจะนิ่งฟังปลายสายพูดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างจริงใจ

“ไม่นึกไม่ฝันว่าที่จะมาสละโสด เอาตอนอายุป่านนี้”

“ทำไงได้ก็เจอคนที่ถูกใจนิหว่า แกก็เหมือนกันนะภพ รีบ ๆ หาแม่ให้อันดาล่ะ” กวินภพเงียบไปก่อนจะรีบตัดบท

“ผมยินดีด้วยนะครับพี่ แล้วผมจะไปร่วมงานแต่งพี่นะครับ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป