บทที่ 6 คนมีเจ้าของ
“อะ... เอ่อ ๆ” กวินภพถึงกับลิ้นพันกันขยับปากพูดติดอ่างขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อสมองเริ่มประมวลผลความจริงบางอย่างที่ชวนให้เยือกเย็นไปทั้งร่าง ณัฐณิชาปรากฏตัวในบ้านของรัฐภูมิในสภาพเช่นนี้ หรือว่าที่แท้จริงแล้ว เธอคือภรรยาคนใหม่ที่รัฐภูมิเพิ่งแต่งงานด้วยกันนะ!
ความรู้สึกเสียดายและหวงแหนปะทุขึ้นมาเกาะกินหัวใจแกร่งทันที สายตาคมกริบไล่สำรวจเรือนร่างระหงตรงหน้าอย่างควบคุมไม่อยู่ มันคงไม่ผิดอะไรที่เธอจะแต่งกายตามสบายในบ้านของสามีตัวเอง เสื้อกล้ามสีขาวเนื้อบางขับผิวเนียนผุดผ่อง คู่กับกางเกงขาสั้นสีดำที่อวดเรียวขาขาวเนียนทอดตัวยาวน่าสัมผัส ถึงแม้ภายนอกจะเป็นฤดูหนาว ทว่าระบบทำความร้อนในคฤหาสน์หลังนี้ก็อบอุ่นพอที่เธอจะเผยผิวเนียนนุ่มชวนมองกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายชาย ยิ่งมองหัวใจของเขาก็ยิ่งสั่นไหวอย่างรุนแรง และมันก็แปรเปลี่ยนเป็นความเสียดายเมื่อปักใจเชื่อไปแล้วว่าณัฐณิชาเป็นผู้หญิงของรัฐภูมิ
“เอ่อ คุณ... คุณมาหาใครหรือเปล่าคะ” ณัฐณิชาเอ่ยถามเสียงแผ่วเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาอันร้อนแรงที่กวาดมองเธออย่างคุกคามจนเธอไม่กล้าสบตาตรง ๆ
“ผมมาหาเพื่อนครับ... เค้าชื่อพี่รัฐภูมิ” กวินภพกระชับฝ่ามือที่กุมมือลูกน้อยแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความเสียดายแล่นริ้วสลักลึกในอก ไม่คิดเลยว่ารุ่นพี่อย่างรัฐภูมิจะมีวาสนาได้ครอบครองภรรยาที่ทั้งสาว ทั้งสวย และเย้ายวนใจได้ขนาดนี้
“งั้นเชิญด้านในก่อนค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะไปตามคุณพ่อให้” ณัฐณิชาผายมือเชิญพลางเบี่ยงตัวหลบให้แขกเดินเข้าไปในบ้าน เธอโน้มตัวลงไปจับมือเล็ก ๆ ของอันดาด้วยความเอ็นดูรักใคร่
“หนูไม่คิดเลยว่าจะได้เจอพี่สาวคนสวยอีก” อันดาในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องหวานแหววดูน่ารักราวกับเจ้าหญิงตัวน้อย ผ้าพันคอลายดอกไม้สีขาวสะอาดตาขับเนียนแก้มใสให้ยิ่งน่ามอง ดูเหมือนตุ๊กตาบลายธ์ที่มีชีวิต ยามที่ริมฝีปากจิ้มลิ้มขยับเจรจาเจื้อยแจ้ว ยิ่งทวีความเอ็นดู คำพูดคำจาฉะฉานสุภาพบ่งบอกถึงการได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม
“พี่ก็ไม่คิดเหมือนกันเลยค่ะว่าจะได้เจอหนูน้อยคนสวยที่นี่อีกครั้ง พี่กำลังอบคุกกี้ในครัวใกล้จะเสร็จพอดี เดี๋ยวพี่เอาออกมาให้ทานนะคะ” ณัฐณิชาพากวินภพและลูกสาวมาหยุดที่ห้องรับแขกสุดหรู
“ขอบคุณนะคะพี่สาวคนสวย” อันดากล่าวขอบคุณล่วงหน้าดวงตาเป็นประกาย ณัฐณิชาส่งยิ้มให้ก่อนจะขอตัวเดินเลี่ยงขึ้นไปบริเวณชั้นสองเพื่อแจ้งให้รัฐภูมิลงมาพบแขก เมื่อคล้อยหลังร่างระหง กวินภพก็ได้แต่นั่งนิ่งทำท่าอึกอักกระสับกระส่ายในใจ นึกโมโหตัวเองว่าทำไมต้องไปรู้สึกเสียดายผู้หญิงที่เพิ่งพบหน้ากันเพียงแค่สองครั้งขนาดนี้ด้วย!
ไม่นานนัก รัฐภูมิก็เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมรอยยิ้ม ทว่าสายตาคมของชายวัยกลางคนกลับทันสังเกตเห็นแววตาของกวินภพที่ยังคงทอดมองตามแผ่นหลังของณัฐณิชาไปจนลับสายตา รัฐภูมิแอบกระแอมไอในลำคอสองสามทีเพื่อดึงสติ เพราะสายตาที่กวินภพใช้มองลูกเลี้ยงของเขานั้น มันเต็มไปด้วยกระแสแห่งความปรารถนาอันแรงกล้าตามสัญชาตญาณบุรุษเพศที่ผู้ชายด้วยกันมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่ง
ตั้งแต่คบหากันมา รัฐภูมิไม่เคยเห็นกวินภพผู้ตายซากมองหญิงสาวคนไหนด้วยสายตาหิวกระหายเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ชายวัยกลางคนลอบคิดในใจว่า ตนเองคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่จะฝากปลาย่างแสนอร่อยไว้กับแมวป่าที่หิวโซอย่างกวินภพ ทว่าอาการกระแอมและสายตารู้ทันของรัฐภูมิ กลับทำให้กวินภพตีความผิดไปไกล เขาคิดว่ารุ่นพี่กำลังแสดงอาการหึงหวงภรรยาสาว!
“เอ่อ... นี่เป็นของฝากครับพี่รัฐ ผมซื้อมาจากงาน Magnificent Venice ที่ Grand Palais เมื่อวานนี้ครับ เป็นภาพวาดที่เป็นผลงานของ Francesco Guardi” กวินภพรีบส่งมอบกล่องของขวัญเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
“แล้วก็... ผมต้องขอโทษพี่รัฐด้วยจริง ๆ ที่ไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานของพี่ พอดีวันนั้นอันดาไข้ขึ้นสูงต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหันครับ” รัฐภูมิแกะห่อของขวัญออกดูช้า ๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง
“แกนี่มันรู้ใจพี่เสียจริง ๆ พี่ชอบมากเลยภพ”
กวินภพใจชื้นขึ้นมานิดที่รุ่นพี่ชอบของฝาก ทว่ายังไม่ทันได้สนทนาต่อ แรงสะกิดเบา ๆ ที่ชายเสื้อพร้อมเสียงใส ๆ ของลูกสาวก็ดังขัดขึ้น
“คุณพ่อขา... อันดาอยากไปเล่นกับพี่สาวคนสวย”
รัฐภูมิได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่วนด้วยความเอ็นดูในความช่างเจรจาของเด็กน้อย ส่วนกวินภพรีบทำหน้าดุใส่ลูกสาวทันที เพราะเกรงว่าจะเป็นการเสียมารยาทอย่างรุนแรงหากปล่อยให้อันดาเข้าไปวิ่งซนและวุ่นวายแบบนั้น
“หนูเดินตรงไปทางสุดทางเดินฝั่งโน้นเลยครับน้า พี่ณิชาอยู่ในนั้นแหละลูก กำลังทำขนมอยู่” รัฐภูมิใจดีชี้ทางให้ โดยไม่รอให้ผู้เป็นพ่อเอ่ยปากอนุญาต ร่างเล็ก ๆ ของหนูน้อยอันดาก็วิ่งแจ้นไปหาณัฐณิชาทันทีด้วยความดีใจ
“ผมต้องขอโทษแทนอันดาด้วยนะครับพี่รัฐ แกซนเหลือเกิน”
“เฮ้ย! ไม่เป็นไรหรอกครับ คนกันเองทั้งนั้น อันดาน่ารักน่าเอ็นดูออก พี่เห็นอันดาแล้วก็อดถามไม่ได้ แกไม่คิดจะหาแม่ใหม่ให้ลูกบ้างเหรอ...ภพ” รัฐภูมิวางแก้วชาลงพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง
กวินภพก้มหน้าลง ลอบกำหมัดแน่นในใจระงับความพลุ่งพล่าน ใจหนึ่งอยากจะตะโกนสวนกลับไปเหลือเกินว่า ‘คิดอยากจะมีอยู่เหมือนกันครับ เสียแต่ว่าผู้หญิงที่ผมถูกใจดันกลายมาเป็นภรรยาใหม่ของพี่ไปเสียแล้ว!’ หากเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงของมีเจ้าของ เขาสาบานเลยว่าจะเดินหน้าจีบเธออย่างเต็มกำลังเพื่อจองตำแหน่งให้เธอแม่ใหม่ของอันดาโดยเร็วที่สุด แต่เพราะความจริงมันค้ำคอ สุภาพบุรุษอย่างเขาไม่มีวันแย่งของรักของหวงต่อผู้มีพระคุณอย่างเด็ดขาด ชายหนุ่มจึงได้แต่เก็บงำความเจ็บปวดเอาไว้ และเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาไร้ชีวิตชีวา
“ผม... ยังไม่คิดเรื่องนี้เลยครับพี่รัฐ”
