บทที่ 7 ตอบแทนผู้มีพระคุณ
หากปราศจากความช่วยเหลือและยื่นมือเข้ามากอบกู้ธุรกิจของรัฐภูมิเมื่อสี่ปีก่อน กวินภพก็ไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าชีวิตอันบอบช้ำของเขากับอันดาจะเป็นเช่นไร รุ่นพี่ผู้มีพระคุณคนนี้เกื้อหนุนเขามากมายจนไม่รู้จะหาแก้วแหวนเงินทองใดมาตอบแทนได้หมด รัฐภูมิช่วยเหลือและให้หยิบยืมเงินทุนก้อนโตมาเปิดโรงแรมที่ปารีสแห่งนี้
ในช่วงแรกกวินภพเข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการโรงแรมในเครือของรัฐภูมิเพื่อเรียนรู้งาน แต่เมื่อรัฐภูมิเล็งเห็นถึงอัจฉริยภาพและความมุ่งมั่นเกินร้อยของรุ่นน้อง จึงตัดสินใจสนับสนุนทุนทรัพย์ให้เขาแยกตัวออกมาสร้างอาณาจักรด้วยตนเอง และทุกวันนี้กวินภพก็พิสูจน์ตัวเองได้ดีเยี่ยมจนโรงแรมเติบโตอย่างก้าวกระโดด มียอดเงินหลั่งไหลเข้ามาจนสามารถปลดหนี้คืนรัฐภูมิได้เกือบทั้งหมดแล้ว
“ลองเปิดใจดูสิภพ... บาดแผลในอดีตมันก็ผ่านไปตั้งนานแล้ว ครั้งนี้แกอาจจะเจอรักแท้ก็ได้ ผู้หญิงน่ะ ไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกคนหรอกนะ” รัฐภูมิยิ้มบาง ๆ พลางตบไหล่รุ่นน้องอย่างให้กำลังใจ
บทสนทนาของบุรุษทั้งสองเป็นอันต้องสะดุดลงเมื่อหนูน้อยอันดาวิ่งกระหืดกระหอบถือจานคุกกี้ชิ้นโตออกมาจากห้องครัวด้วยความดีใจ โดยมีณัฐณิชาเดินอมยิ้มตามหลังมาติด ๆ ร่างระหงทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากำมะหยี่อย่างเป็นกันเอง โดยมีเด็กหญิงตัวน้อยขยับเข้าไปนั่งเบียดกระแซะข้างกายอย่างสนิทสนมราวกับรู้จักกันมาแรมปี
“พี่ณิชาทำคุกกี้อร่อยที่สุดในโลกเลยค่ะคุณพ่อ!!.. คุณพ่อลองชิมดูมั้ยคะ” อันดาเอ่ยชมเสียงใสพลางหยิบคุกกี้เนยสดเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย และพลางยื่นถาดขนมให้บิดา กวินภพแกล้งทำสายตาดุใส่ลูกสาวด้วยความเกรงใจ
“อันดา... อย่าเสียมารยาทสิลูก” ผู้เป็นพ่อปรามเสียงเรียบ ทำให้อันดาก้มหน้าลงเล็กน้อยละความละโมบ แววตาจิ้มลิ้มสลดลงพลางเอ่ยขอโทษเสียงอ่อย
“อันดาขอโทษค่ะ...”
“อย่าไปดุแกเลยค่ะ อันดายังเด็กอยู่เลย” ณัฐณิชารีบออกตัวปกป้อง ร่างบางโอบกอดร่างเล็ก ๆ ของอันดาเอาไว้ข้างกายอย่างอ่อนโยน ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้กวินภพเผลอกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ เขารู้สึกอิจฉาลูกสาวตัวเองขึ้นมาดื้อ ๆ เพราะทรวงอกอวบอิ่มนุ่มนิ่มของณัฐณิชานั้นบดเบียดแนบชิดอยู่กับแผ่นหลังเล็กของอันดา ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงก่อนจะรีบสลัดความคิดพิเรนทร์ใต้สะดือนั้นออกจากหัวสมองทันที
“ภพ... พี่ขอแนะนำให้แกรู้จัก นี่ณัฐณิชา ลูกสาวของพี่เอง” รัฐภูมิกล่าวแนะนำพร้อมรอยยิ้มภาคภูมิใจ
“ณิชา... นี่คุณกวินภพ เพื่อนร่วมธุรกิจที่พ่อเคยเล่าให้ฟังบ่อย ๆ น่ะ เผอิญวันนั้นเค้าไม่ได้มางานแต่งพ่อ ก็เลยไม่ได้เจอกับหนู”
“สวัสดีค่ะ คุณกวินภพ” หญิงสาวพนมมือไหว้อย่างอ่อนน้อม เธอไม่กล้าเอ่ยปากบอกพ่อเลี้ยงว่าเคยพบผู้ชายคนนี้มาก่อนแล้ว ทว่ากวินภพกลับไม่ยอมปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาชิงอธิบายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นเกินเหตุ เพราะความลิงโลดใจในใจมันทะลักออกมาเมื่อรู้ว่าเธอไม่ใช่ภรรยาใหม่ของเพื่อนรุ่นพี่อย่างที่คิด
“เอ่อ... คือเราสองคนเคยเจอกันแล้วครับพี่รัฐ ผมบังเอิญพบคุณณิชาที่งานนิทรรศการเมื่อวานนี้เองครับ”
“อ้าวเหรอ! แหม... โลกกลมจังนะ ดีเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำตัวกันใหม่” รัฐภูมิหัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี
“แต่ผมยังงงอยู่เลยครับพี่รัฐ คุณณิชาไปเป็นลูกสาวพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับเนี่ย” สีหน้าตกใจผสมปนเปความโล่งอกโล่งใจอย่างปิดไม่มิดของกวินภพ ทำให้รัฐภูมิขบขันในท่าทีของคนอ่อนวัยกว่า
“ณิชาเป็นลูกสาวของภรรยาใหม่พี่น่ะ... คุณวิภากรไง” รัฐภูมิตอบไขข้อข้องใจ
“ตอนแรก... ผมคิดว่า...เอ่อ...คุณณิชา เป็นภรรยาใหม่ของพี่ซะอีก” กวินภพโพล่งตอบออกไปตามตรงอย่างใจคิด ส่งผลให้ณัฐณิชาอายม้วนจนพวงแก้มเนียนแดงก่ำลามไปถึงใบหู รัฐภูมิหัวเราะร่วนเสียงดังลั่นห้อง
“ไอ้ภพเอ๊ย!!! แกนี่น่าาาา... ณิชาเพิ่งย้ายมาอยู่กับแม่ที่นี่ เอ่อ...งั้นก็ดีเลย พี่อยากจะฝากให้แกช่วยเป็นธุระดูแลหน่อยณิชาหน่อยได้ไหม พอดีณิชาแกอยากจะลองทำงานพาร์ตไทม์หาประสบการณ์ระหว่างเรียนไปด้วยน่ะ”
“อืม... คุณณิชาสนใจงานของโรงแรมไหมครับ” กวินภพรีบคว้าโอกาสทองไว้ทันควัน
“ได้หมดเลยค่ะ งานอะไรก็ได้ ณิชาไม่เกี่ยงค่ะ”
“พี่เองก็เห็นดีเห็นงามด้วย หากณิชาได้ไปทำงานที่โรงแรมของแก” รัฐภูมิเสริม
กวินภพพยายามควบคุมสติ สองมือลอบกำเข้าหากันแน่นเพื่อเก็บกั้นอาการดีใจจนเนื้อเต้นเอาไว้ใต้ใบหน้าเคร่งขรึม ถึงแม้เขาจะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บที่คิดว่าณัฐณิชาเป็นภรรยาของรุ่นพี่คนนี้ไปแล้วก็ตาม แต่ความจริงที่ได้รับรู้ในตอนนี้มันช่างหอมหวานและน่าพึงพอใจอย่างที่สุด
“แกจัดตำแหน่งไหนก็ได้นะภพ ที่คิดว่าเหมาะสมกับณิชา ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก และไม่ต้องห่วงเรื่องความรับผิดชอบ พี่รับประกันได้เลยว่าณิชาหัวไว งานหนักงานเบาสู้ขาดใจ” รัฐภูมิกล่าวการันตี
“ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยครับพี่รัฐ... ถ้าคุณณิชาสะดวก วันจันทร์นี้ก็เริ่มงานได้เลยนะครับ” กวินภพตอบรับด้วยความเร็วแสง ในใจแทบอยากจะกระโดดตีลังกาฉลองชยชนะ ไม่คาดคิดเลยว่าผู้หญิงที่เขาหลงใหลจนเก็บไปเพ้อฝันจะตกลงมาอยู่ในกำมือ เดินเข้ามาทำงานภายใต้อาณัติของเขาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้
หลังจากนั้นไม่นาน วิภากร มารดาของณัฐณิชาก็กลับเข้าบ้านมาพร้อมข้าวของพะรุงพะรัง บุตรสาวจึงรีบขอตัวเข้าไปช่วยมารดาจัดเตรียมอาหารมื้อเย็นในครัวอย่างคล่องแคล่ว กวินภพและอันดาอยู่ร่วมโต๊ะอาหารค่ำด้วยกันในวันนั้น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารทำให้ณัฐณิชาได้รับรู้ปูมหลังว่ากวินภพคือพ่อม่ายลูกติดที่หย่าร้างมานานถึงสี่ปีแล้ว สัญชาตญาณผู้หญิงทำให้เธอนึกชื่นชมและนับถือผู้ชายคนนี้ลึก ๆ ว่าเขาเก่งกาจและหนักแน่นมากที่สามารถกอบกู้ธุรกิจและฟูมฟักลูกสาวมาเพียงลำพัง โดยไม่คิดจะหาผู้หญิงคนใหม่มาแทนที่แม่ของลูก
“ถ้ายังไง วันจันทร์นี้เป็นวันเริ่มงานวันแรก ผมขอมารับคุณณิชานะครับพี่รัฐ เธอเพิ่งมาอยู่ปารีสใหม่ ๆ ผมกลัวว่าจะหลงทางและไปโรงแรมไม่ถูก” กวินภพเอ่ยอาสาในตอนที่กำลังจะบอกลา
“อุ๊ย... เกรงใจจังเลยค่ะคุณภพ ลำบากแย่เลย” วิภากรเอ่ยทักด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็นไรเลยครับพี่วิ บ้านพี่มันเป็นทางผ่านที่ผมต้องขับรถไปส่งอันดาที่โรงเรียนทุกวันอยู่แล้วครับ แค่แวะรับณิชาติดรถไปด้วยจะเป็นไรไป อย่างน้อยก็ถือว่าผมได้ตอบแทนพระคุณของพี่รัฐเค้าบ้างที่เคยช่วยเหลือผม” กวินภพรีบยกข้ออ้างมาสนับสนุนพลางส่งสายตาไปอ้อนวอนเพื่อนรุ่นพี่ ส่วนณัฐณิชาได้แต่นั่งก้มหน้านิ่งงัน ซ่อนรอยยิ้มขัดเขินเอาไว้
