บทที่ 8 ภูมิแพ้ความสวยกำเริบ
“ถ้าภพไม่ได้เดือดร้อนอะไร พี่ก็อนุญาต ยังไงพี่ก็ขอฝากณิชาด้วยก็แล้วกันนะ” รัฐภูมิรีบตัดบทเพราะสายตาอาบน้ำเชื่อมของผู้ชายด้วยกัน มันบ่งบอกชัดเจนว่ากวินภพคิดอย่างไรกับลูกเลี้ยงของตน
“ขอบคุณครับพี่รัฐ พี่วิ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ แล้ววันจันทร์เจอกันนะครับคุณณิชา” กวินภพรีบบอกด้วยความดีใจ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้หญิงสาว เขาแทบจะอยากให้มันเป็นวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ
เช้าวันจันทร์อันแสนสดใสในกรุงปารีส ยานพาหนะคันหรูของประธานหนุ่มเคลื่อนตัวไปตามท้องถนนสายหลักอย่างไม่เร่งรีบ หลังจากที่เขาทำหน้าที่ส่งบุตรสาวตัวน้อยเข้าสู่รั้วโรงเรียนเรียบร้อย บรรยากาศภายในห้องโดยสารก็อบอวลไปด้วยความประหม่า มันชวนให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะกระสับกระส่ายเมื่อมีหญิงสาวสวยมานั่งข้าง ๆ กวินภพแอบชำเลืองสายตาคมมองณัฐณิชาที่วันนี้เธอสลัดลุคเด็กสาว สวมชุดทำงานเข้ารูปเรียบหรูทว่ากลับดูเซ็กซี่บาดใจจนเขาแทบไม่มีสมาธิในการขับรถ ก่อนจะแสร้งกระแอมไอเล็กน้อยเพื่อทำลายความเงียบนั้น
“พอดีว่าช่วงนี้ทางโรงแรมของผมกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุง มีการซ่อมแซมภายในบางส่วนน่ะครับคุณณิชา มันอาจจะดูวุ่นวายและไม่ค่อยพร้อมสำหรับการทำงานวันแรกของคุณสักเท่าไหร่ ถ้าคุณณิชาไม่รังเกียจ ผมขอจัดโต๊ะทำงานของคุณไว้ในห้องเดียวกับผมได้ไหมครับ คุณจะได้เรียนรู้งานบริหารจากผมได้สะดวกด้วย” กวินภพทอดสายตามองหญิงสาวที่จู่ ๆ ก็เงียบกริบไปด้วยความว้าวุ่นใจ เกรงว่าเธอจะตื่นตระหนก
“หรือว่าคุณไม่สะดวกใจ... ก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมหาห้องทำงานให้คุณใหม่ก็ได้”
“สะดวกค่ะ! สะดวกมากเลยค่ะ เอาห้องเดียวกับคุณภพก็ได้ค่ะ” ณัฐณิชารีบสวนคำตอบกลับไปทันควันด้วยความลืมตัว เพราะลึก ๆ เธอก็กลัวว่ากวินภพจะเปลี่ยนใจต่างหาก ประธานหนุ่มจุดยิ้มมุมปาก พลอยขบขันในท่าทีลนลานอันน่าเอ็นดูของเธอ
“ผมชอบชื่อคุณจัง... ‘ณัฐณิชา’ ฟังดูนุ่มนวลและน่ารักดีครับ” กวินภพเปรยขึ้นลอย ๆ ทว่านวลแก้มเข้มของชายหนุ่มกลับขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ ทำไมทุกสิ่งรอบตัวมันถึงดูน่าตื่นเต้นและท้าทายไปหมดเพียงแค่มีผู้หญิงคนนี้อยู่ใกล้ ๆ
“ชื่อณัฐณิชา... แปลว่าผู้ที่ฉลาดและบริสุทธิ์ค่ะ คุณแม่เป็นคนตั้งให้ตั้งแต่เกิด” หญิงสาวอธิบายเสียงหวานฉ่ำ
“เป็นความหมายที่ดีมากครับ” เรื่องความฉลาดเขาพอเดาออก... แต่เรื่องความบริสุทธิ์ผุดผ่องนี่สิ เห็นทีเขาคงต้องหาโอกาสพิสูจน์ด้วยตัวเองเสียแล้ว ชายหนุ่มคิดในใจด้วยสายตาเจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่ม
“ขอบคุณค่ะ...”
บรรยากาศอันร้อนแรงทางอารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างส่งถึงกัน ทำให้อากาศภายในรถคล้ายจะร้อนรุ่มขึ้นมาทันตา ยิ่งในช่วงที่ลูกน้อยเพิ่งหายไข้จนกวินภพต้องลดความเย็นของแอร์ลง ณัฐณิชาจึงยิ่งรู้สึกอึดอัด มือเรียวบางเอื้อมไปปลดกระดุมเชิ้ตตรงหน้าอกออกเม็ดหนึ่งเพื่อหวังคลายความร้อน
การกระทำอันแสนธรรมดาทว่าเย้ายวนโดยไม่ตั้งใจนั้น ทำเอาหัวใจของพ่อหม้ายหนุ่มกระตุกไหวและเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาคมทอดมองร่องอกขาวเนียนละมุนที่โผล่พ้นสาบเสื้ออย่างเผลอไผล ความงดงามที่ชวนให้ใจสั่นทำให้หัวใจส่วนลึกแอบนึกอกุศล นึกอยากให้อากาศในนี้ร้อนขึ้นอีกหน่อย เผื่อว่าเธอจะปลดกระดุมเม็ดต่อไป แต่ก่อนที่ความคิดดิบเถื่อนจะครอบงำจนกลายเป็นคนหน้ามืดตามัว กวินภพก็รีบสลัดความฟุ้งซ่านนั้นทิ้ง เขาเอื้อมมือไปปรับเร่งแอร์ให้เธอเพื่อดับความร้อนรุ่ม ทั้งอุณหภูมิในรถ และไฟเสน่หาที่กำลังพลุ่งพล่านในใจของตัวเอง
“ขอบคุณค่ะคุณภพ ณิชารู้สึกร้อน ๆ พอดีเลย เหมือนแอร์ไม่ค่อยเย็น” ณัฐณิชาเอ่ยขอพลางใช้มือแหวกสาบเสื้อเชิ้ตออกเล็กน้อยโบกลมเข้าผิวเนื้อ
“โทษทีครับคุณณิชา พอดีช่วงนี้อันดาเพิ่งจะหายป่วย ผมเลยชินกับการปรับอุณหภูมิแอร์ในรถให้ไม่เย็นจัดน่ะครับ” กวินภพรีบบอก ทั้งที่ในความเป็นจริงเขาอยากจะปิดแอร์ใจแทบขาด เผื่อว่าแม่สาวเนื้อนวลข้างกายจะร้อนจนต้องถอดเสื้อตัวนอกออกให้เขาเชยชมเป็นขวัญตา
ณัฐณิชาแอบเห็นสายตาคมที่คอยลอบมองเธออยู่บ่อยครั้ง หญิงสาวนึกสนุกจึงแกล้งยกหลังมือขึ้นเช็ดเหงื่อที่ไม่มีจริงตรงซอกคอขาวระหง ระเบิดเสน่ห์ดึงดูดใจจนใบหน้าของกวินภพขึ้นสีจัด ความคิดลอยเตลิดเปิดเปิงไปไกลจนกู่ไม่กลับ และแล้วความทรมานอันแสนหวานที่ได้ร่วมทางกับสาวสวยสุดเซ็กซี่ก็สิ้นสุดลงเมื่อรถยนต์เลี้ยวเข้ามาจอดสนิทที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมหรู
กวินภพก้าวลงจากรถแล้วเดินนำณัฐณิชาเข้ามาภายในล็อบบี้ การปรากฏตัวของทั้งคู่ตกเป็นเป้าสายตาของพนักงานทุกแผนกในโรงแรมทันที เนื่องจากกวินภพขึ้นชื่อว่าเป็นท่านประธานพ่อหม้ายเนื้อหอมที่สาว ๆ ทั้งในและนอกองค์กรต่างหมายปองแต่ไม่เคยมีใครได้เฉียดใกล้ บัดนี้กลับจูงมือหญิงสาวหน้าตาหมดจดงดงามเข้ามาด้วยตัวเอง ณัฐณิชาจึงถูกตราหน้าด้วยสายตาอิจฉาริษยาจากรอบทิศ ยิ่งยามที่ประธานหนุ่มก้มลงกระซิบกระซาบชวนเธอคุยอย่างสนิทสนม ก็ยิ่งโหมกระพือไฟริษยาให้ลุกโชน
“คุณชาร์ล็อตต์... นี่คุณณัฐณิชา เธอจะมาเริ่มงานในตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของผมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” กวินภพเอ่ยแนะนำหญิงสาวให้แก่เลขานุการส่วนตัวคนสนิท
ชาร์ล็อตต์ เลขาฯ สาวลูกครึ่งผู้เย่อหยิ่ง ตวัดสายตาคมมองณัฐณิชาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความไม่ชอบใจอย่างปิดไม่มิด
“ตอนแรกดิฉัน นึกว่าเป็นผู้ช่วยผู้ชายเสียอีกค่ะ” ชาร์ล็อตต์พึมพำออกมาเสียงแผ่ว น้ำเสียงเจือความประชดประชัน หล่อนหมายปองและทุ่มเททอดสะพานให้กวินภพมาแรมปีแต่กลับได้รับเพียงความเฉยชา และเมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมานี้หล่อนก็รู้สึกเคลือบแคลงสงสัยเหลือเกินว่าทำไมท่านประธานหนุ่มถึงได้เจาะจงสั่งการให้คนงานย้ายโต๊ะทำงานตัวใหม่เข้าไปตั้งเสริมไว้ในห้องทำงานของตัวเอง
จริงอยู่ที่โรงแรมกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงซ่อมแซม ทำให้พนักงานแผนกอื่นต้องนั่งเบียดเสียดกันชั่วคราว แต่มันก็ยังพอมีสเปซเหลือเฟือสำหรับพนักงานใหม่อยู่ดี ไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยที่กวินภพจะต้องเอาตัวเด็กฝากคนนี้เข้าไปนั่งหายใจรดต้นคอกันในห้องทำงานสองต่อสองแบบนั้นถ้าไม่ได้คิดอะไร
“คุณภพจะรับอะไรดีคะ เช้านี้” ชาร์ล็อตต์เอ่ยถามอย่างประจบประแจง
“ผมขอกาแฟดำเหมือนเดิม แล้วณิชาล่ะ คุณจะรับเครื่องดื่มอะไรดี” กวินภพหันไปถามไถ่หญิงสาวข้างกายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนผิดกับตอนคุยกับเลขาฯ หน้ามือเป็นหลังมือ ณัฐณิชารีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที เพราะเธอไม่นิยมทานคาเฟอีนและที่สำคัญเธอจัดการมื้อเช้าจากบ้านมาเต็มคราบแล้ว
ชาร์ล็อตต์ถึงกับหน้าร้อนผ่าวด้วยความขุ่นเคืองปนตกใจที่บอสหนุ่มหันไปพะเน้าพะนอถามไถ่เด็กใหม่คนนั้น มันใช่หน้าที่ของเลขาฯ ระดับสูงอย่างหล่อนเสียที่ไหนที่จะต้องลดตัวลงไปชงเครื่องดื่มต้อนรับยัยผู้ช่วยส่วนตัวหน้าใหม่คนนี้ ยิ่งมองใบหน้าหวานละมุนที่แฝงความเซ็กซี่ของณัฐณิชา ชาร์ล็อตต์ก็ยิ่งรู้สึกริษญาและหมั่นไส้จนอยากจะสลัดคราบเลขาฯ แสนดีทิ้งแล้ววิ่งเข้าไปตบหล่อนให้รู้แล้วรู้รอด
